Showing posts with label Man City. Show all posts
Showing posts with label Man City. Show all posts

10 สุดยอดเซ็นเตอร์แบ็กดีที่สุดในยุคปัจจุบัน

10 สุดยอดเซ็นเตอร์แบ็กดีที่สุดในยุคปัจจุบัน

10. แดเนียล แอกเกอร์ (ลิเวอร์พูล)

แดเนียล แอกเกอร์
แดเนียล แอกเกอร์
แดเนียล แอกเกอร์ คือว่าที่รองกัปตันทีมคนใหม่ของลิเวอร์พูล ซึ่งจากประสบการณ์ของเขานั้นจัดว่าโชกโชน ในระดับชาติการได้เป็นกัปตันทีมชาติเดนมาร์ก คือเครื่องวัดคุณภาพของเขาได้เป็นอย่างดี

จุดเด่นของแอกเกอร์คือ การเติมเกมรุกที่ทรงประสิทธิภาพ ลูกยิงด้วยเท้าซ้ายของเขาจัดว่าอันตรายและหวังผลได้เสมอ นอกจากนั้น ยังมีความเป็นผู้นำเต็มเปี่ยม เรียกได้ว่าถึงลิเวอร์พูลจะไม่ประสบความสำเร็จในซีซั่นที่ผ่านมาแต่ระดับฝีเท้าของแอกเกอร์ต้องติดท็อปเท็นของโลกอย่างไม่ต้องสงสัย

9. ริโอ เฟอร์ดินานด์ (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)

ริโอ เฟอร์ดินานด์
ริโอ เฟอร์ดินานด์
ถึงแม้ ริโอ จะมีอายุอานามพอสมควรแล้ว แต่ผลงานของเขากับทีมปิศาจแดงในซีซั่นที่ผ่านมา ยังจัดว่าเชื่อถือได้อยู่ ไม่ใช่แค่พาแมนฯยูไนเต็ดคว้าแชมป์ลีกได้สำเร็จแล้ว เฟอร์ดินานด์ ยังติดทีมออลสตาร์ของพรีเมียร์ลีกอีกต่างหาก โดยคว้าตัวจริงในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ก ซึ่งแสดงให้เห็นว่า เขายังคงเป็นที่พึ่งของทีมได้เสมอ

ในซีซั่นหน้า ถึงแม้แมนฯยูไนเต็ดจะมีกองหลังหลายรายทั้ง ฟิล โจนส์,คริส สมอลลิ่ง หรือจอนนี่ อีแวนส์ แต่ก็เชื่อว่าริโอ น่าจะยังคงเป็นเสาหลักของทีมต่อไปอีกระยะหนึ่ง

8. แยน แฟร์ทองเก้น (สเปอร์ส)

แยน แฟร์ทองเก้น
แยน แฟร์ทองเก้น

ในขวบปีที่ผ่านมา ชื่อเสียงของแยน แฟร์ทองเก้น โด่งดังไปทั่วยุโรป จากการเล่นอันโดดเด่นของเขากับทอตแน่ม ฮอตสเปอร์ส

แฟร์ทองเก้นมีความยืดหยุ่นได้ดีมาก เพราะเล่นได้ดีทั้งแบ็กซ้าย และเซ็นเตอร์แบ็ก การซื้อตัวมาจากอาแจ๊กซ์ในราคาแค่ 10 ล้านปอนด์ กลายเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเหลือเชื่อ

จนถึงเวลานี้ ผลงานมาสเตอร์พีซของอันเดร วิลลาส-โบอาส นอกเหนือจากการรั้งแกเร็ธ เบลไว้ได้ ก็คือการรั้งนักเตะอย่างแฟร์ทองเก้นต่อไปในซีซั่นหน้าได้อีกรายนี่ล่ะ

7. มัทส์ ฮุมเมิลส์ (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์)

มัทส์ ฮุมเมิลส์
มัทส์ ฮุมเมิลส์
มัทส์ ฮุมเมิลส์ กลายเป็นนักเตะที่เนื้อหอมสุดๆทันที หลังจากช่วยพาโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์คว้าแชมป์บุนเดสลีกาได้สำเร็จในซีซั่นก่อน นอกจากนั้นยังสามารถยึดตำแหน่งตัวจริงทีมชาติเยอรมันได้อย่างสง่างาม ซึ่งจากฝีเท้าของเขาก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไม่โยอาคิม เลิฟถึงไว้ใจให้เป็นตัวจริงทั้งๆที่อายุยังน้อย

ฮุมเมิลส์ เป็นผุ้เล่นที่เล่นได้อย่างชาญฉลาดมาก จุดเด่นของเขาคือเหนียวแน่นมากๆในการดวลกับคู่แข่งแบบตัวต่อตัว สังเกตดีๆว่าต่อให้คู่แข่งเร็วแค่ไหน ก็เลี้ยงไม่ผ่านเขา

นี่คืออนาคตอีกยาวไกลของทีมชาติเยอรมัน รวมทั้งของดอร์ทมุนด์ด้วยที่ต้องทำทุกอย่างเพื่อรั้งฮุมเมิลส์ให้อยู่กับทีมต่อไปให้ได้

6. เซร์คิโอ รามอส (เรอัล มาดริด)

เซร์คิโอ รามอส
เซร์คิโอ รามอส
เซร์คิโอ รามอส อาจมีชื่อเสียงไม่ค่อยดีนักนอกสนาม ทุกคนรู้ว่าเขาชอบใช้อิทธิพลในการกดดันผู้เล่น หรือสตาฟฟ์ที่เขาไม่ค่อยชอบใจ

แต่ถ้าวัดกันที่ฝีเท้าเพียวๆ เขาแทบไม่เป็นรองใครทั้งนั้นบนโลกใบนี้ ช่วงแรกๆเขาเริ่มต้นด้วยการเล่นในตำแหน่งแบ็กขวาก่อนตั้งแต่อยู่กับเซบีย่า แต่ในช่วงหลังเจ้าตัวเล่นเป็นเซ็นเตอร์แบ็กเป็นหลัก

ทำให้ศักยภาพของรามอส สามารถเล่นได้ทุกตำแหน่งในแนวรับ เขาอาจไม่ประสบความสำเร็จนักในซีซั่นที่ผ่านมา แต่ถ้าวัดกันที่เรื่องฝีเท้า ยังไงก็ต้องติดท็อปเท็นของโลกแน่นอน

5. ดาวิด ลุยซ์ (เชลซี)

ดาวิด ลุยซ์
ดาวิด ลุยซ์
ดาวิด ลุยซ์ เป็นกองหลังที่มีพัฒนาการก้าวกระโดดมากๆในซีซั่นที่ผ่านมา ย้อนกลับไปสมัยเบนฟิก้า เขาเป็นแค่แนวรับบ้าบุกธรรมดาคนหนึ่ง แต่ซีซั่นที่ผ่านมาภายใต้การคุมทีมของราฟาเอล เบนิเตซ

ลุยซ์ ยกระดับเป็นแนวรับที่จัดจ้านมาก ทั้งเกมรับและเกมรุก นอกจากนั้นยังมีบางเกมที่เขาโดดดันไปเล่นเป็นกองกลางตัวรับอีกด้วย ซึ่งทีเด็ดของลุยซ์ อยู่ทีการเติมเกมอย่างฉลาด แถมมีทีเด็ดที่การยิงไกล และฟรีคิกอีกด้วย ซึ่งถ้าเขายังก้าวกระโดดแบบนี้ต่อไป หนทางเป็นเซ็นเตอร์แบ็กเบอร์ 1 ของโลกก็ไม่ไกลเกินเอื้อม

นอกจากผลงานในระดับสโมสรจะเยี่ยมแล้ว ในระดับชาติก็เป็นตัวหลักให้บราซิลคว้าแชมป์คอนเฟดเดเรชั่นส์คัพอย่างสวยงามอีกด้วย

4. เคราร์ด ปิเก้ (บาร์เซโลน่า)

เคราร์ด ปิเก้
เคราร์ด ปิเก้
หลังจากหมดยุคของการ์เลส ปูโยล ก็กลายเป็นเคราร์ด ปิเก้ ที่ขึ้นมาแทนที่ทั้งในระดับทีมชาติ และระดับสโมสร

ผลงานในซีซั่นที่แล้ว ดูเผินๆจะไม่มีอะไร แต่อย่าลืมว่าปิเก้ พาบาร์ซ่าคว้าแชมป์ลาลีกาได้แบบแต้มทิ้งขาด ขณะที่ ในคอนเฟดเดเรชั่นส์คัพก็ไปไกลถึงรอบชิงชนะเลิศ เรียกได้ว่าผลงานโดยรวมโอเค

ปิเก้ เป็นกองหลังที่มีส่วนผสมของความดุดันแบบอังกฤษ จากประสบการณ์ที่เขาเคยเล่นให้กับแมนฯยูไนเต็ดอยู่ช่วงหนึ่ง รวมกับชั้นเชิงในสไตล์ลาลีกา ทำให้ฝีเท้าของเขาไม่เหมือนใคร

กล่าวคือปิเก้ ไม่ใช่กองหลังประเภทบู๊ชน แต่เป็นแนวมันสมองคิดอ่านได้เด็ดขาด ซ้อนรองแถวสองได้ดี แต่ถึงคราวต้องปะทะ ด้วยร่างกายที่ใหญ่โตก็ทำให้เขาไม่แพ้ใครเช่นกัน

3. แวงซ็องต์ กอมปานี (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

แวงซ็องต์ กอมปานี
แวงซ็องต์ กอมปานี
แวงซ็องต์ กอมปานี เป็นกัปตันของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และทำสถิติทีมที่เสียประตูน้อยที่สุดในพรีเมียร์ลีก เมื่อซีซั่นที่แล้ว กอมปานี คือหนึ่งในผู้เล่นที่ครบเครื่องที่สุดในตำแหน่งแนวรับ กับทีมชาติเบลเยี่ยมปัจจุบันเขาถูกดันไปเล่นกองกลางตัวรับ ขณะที่กับแมนฯซิตี้ เขาคือเซ็นเตอร์แบ็ก ซึ่งก็เล่นได้ดีทั้งสองตำแหน่ง

ที่เหนืออื่นใด คือกอมปานี เป็นคนที่มีความเป็นผู้นำสูงมาก จริงๆในซีซั่นที่ผ่านมา ถ้ากอมปานีไม่เจ็บไประยะหนึ่งเชื่อกันว่า แมนฯซิตี้จะไล่บดกับแมนฯยูไนเต็ดได้อย่างสนุกกว่านี้

สิ่งที่กอมปานียังขาดอยู่คือความสำเร็จระดับชาติ ถ้าอย่างน้อยพาเบลเยี่ยมไปแข่งฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้ เขาอาจจะก้าวมาเป็นกองหลังเบอร์ 1 ของโลกก็ได้ใครจะรู้

2. จอร์โจ้ คิเอลลินี่ (ยูเวนตุส)
จอร์โจ้ คิเอลลินี่
จอร์โจ้ คิเอลลินี่
กองหลังจากอิตาลีทุกยุคทุกสมัยได้รับการขนานนามว่า เป็นพันธุ์แกร่งอยู่แล้ว และประเทศแห่งนี้ไม่เคยขาดแคลนเซ็นเตอร์ชั้นดี จากบาเรซี่ ถึงคอสตาร์คูต้า มัลดินี่ คันนาวาโร่ และ มาเตรัซซี่ ในยุคปัจจุบันถ้าพูดถึงเซ็นเตอร์แบ็กสักคน ก็ต้องเป็นคิเอลลินี่แน่นอน เขาช่วยให้ยูเวนตุสคว้าแชมป์กัลโช่ เซเรียอาได้ 2 สมัยติดกันอย่างน่าทึ่ง

นอกจากนั้นยังเป็นแกนหลักของทีมชาติอิตาลีชุดปัจจุบันด้วย โดยคิเอลลินี่ เป็นคนที่ยืดหยุ่นในการเล่นอย่างมาก เขาปรับตัวได้ดีกับระบบ เซ็นเตอร์ 2 คน หรือ เซ็นเตอร์ 3 คน

แถมในบางสถานการณ์ยังขยับตัวเองไปเล่นแบ็กซ้ายได้ด้วย นี่คือหนึ่งในกองหลังที่ดีที่สุดในยุคปัจจุบันอย่างไม่ต้องสงสัย

1. ติอาโก้ ซิลวา (ปารีส แซงต์ แชร์กแมง)
ติอาโก้ ซิลวา
ติอาโก้ ซิลวา
นี่คือเซ็นเตอร์แบ็ก เจ้าของสถิติค่าตัวแพงที่สุดในโลก มหาศาลถึง 42 ล้านยูโร แถมยังได้รับค่าเหนื่อยประมาณ 12 ล้านยูโรต่อปี ซึ่งไม่มีเซ็นเตอร์แบ็กคนไหนจะได้รับสูงมากขนาดนี้ในโลกฟุตบอล

แน่นอน ฝีเท้าของเขาไม่ใช่ของปลอม ราคานั้นพิสูจน์ฝีเท้าได้เป็นอย่างดี ซีซั่นที่ผ่านมา เขาพาเปแอสเชคว้าแชมป์ลีกเอิง พร้อมด้วยสถิติเสียประตูน้อยที่สุดในลีก นอกจากนั้นยังช่วยบราซิลคว้าแชมป์คอนเฟดเดเรชั้นส์คัพอย่างยิ่งใหญ่ โดยนัดชิงถล่มสเปน 3-0 แบบไม่เสียประตู

จุดเด่นของติอาโก้ ซิลวา คือทั้งแกร่งและเร็วมาก ในทีมชาติบราซิลชุดปัจจุบัน มีคำกล่าวว่า ติอาโก้ มีความเร็วที่สุดติดอันดับท็อปทรีของทีม สูสีกับเนย์มาร์เลยทีเดียว ทั้งๆที่เขาเล่นตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ก

ในตอนนี้เจ้าตัวมีอายุ 28 ปี ถือว่าเป็นจุดพีกของผู้เล่นในตำแหน่งนี้ ซึ่งถ้ายังรักษาฟอร์มได้ต่อไปล่ะก็ เขาก็น่าจะครองตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กเบอร์ 1 ของโลกไปได้อีกนาน

Read More

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 9 ธ.ค. 55 | แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2 - 3 แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

"รูน" เหมา 2 ลูก
โรบิน ฟาน เพอร์ซี ศูนย์หน้าตัวเก่งของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สังหารฟรีคิกช่วงทดเจ็บ หลัง เวย์น รูนีย์ เพื่อนร่วมทีม เหมา 2 ประตูในครึ่งแรก และถูกตีเสมอโดย ยายา ตูเร และ ปาโบล ซาบาเลตา ช่วยทีมบุกพิชิต แมนเชสเตอร์ ซิตี 3-2 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 9 ธ.ค. ที่ผ่านมา ยังคงนำเป็นจ่าฝูงของศึกพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ โดยทิ้งห่าง คู่ปรับร่วมเมือง 6 แต้ม
     
       ฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ 
       แมนฯ ซิตี 2-3 แมนฯ ยูไนเต็ด
     
       โรแบร์โต มันชินี ผู้จัดการทีม แมนฯ ซิตี ได้รับข่าวดี เมื่อ ดาบิด ซิลบา เพลย์เมกเกอร์ตัวเก่ง ผ่านการทดสอบความฟิตจากการบาดเจ็บกล้ามเนื้อแฮมสตริง (ต้นขาด้านหลัง) กลับมาขับเคลื่อนแดนกลาง ร่วมกับ ยายา ตูเร และ ซาเมียร์ นาสรี โดยมี มาริโอ บาโลเตลลี จับคู่ เซร์คิโอ อเกวโร ในแดนหน้า ขณะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งมีปัญหาในแนวรับ เลือกใช้บริการ ดาบิด เด เคอา เฝ้าเสา ส่วนแนวรุกยังเป็น เวย์น รูนีย์ กับ โรบิน ฟาน เพอร์ซี ซึ่ง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือ ต้องการผลเสมอเป็นอย่างน้อย ก็จะรักษาตำแหน่งจ่าฝูงไว้ได้
     
       เสียงนกหวีดดังขึ้น การแข่งขันดุเดือดตั้งแต่ต้นเกม เนื่องจากมีการปะทะหนักตลอด 5 นาที แรก จากนั้น แมนเชสเตอร์ ซิตี ครองบอลเหนือกว่า แต่ยังไม่มีโอกาสลุ้นประตูมากนัก ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังเล่นแบบรัดกุม จนกระทั่งนาที 12 "เรือใบสีฟ้า" ทักทายก่อน เมื่อ ดาบิด ซิลบา วางบอลยาวให้ กาแอล กลิชี ทางกรอบโทษด้านซ้าย แล้วตบเข้ากลางให้ มาริโอ บาโลเตลลี ยิงเหน่งๆ ทางเสาไกล ขึ้นอัฒจันทร์ ต่อมา 4 นาที รองแชมป์เก่า ขึ้นนำ 1-0 เมื่อ แอชลีย์ ยัง พาเข้ามาจากปีกซ้าย แล้วจ่ายต่อให้ เวย์น รูนีย์ บริเวณหัวกะโหลกด้านซ้าย ก่อนล็อกเข้าใน แล้วยิงหักข้อ เบียดโคนเสาแรกตุงตาข่าย
     
       นาที 21 สถานการณ์ เจ้าถิ่น เริ่มเลวร้าย เมื่อ แว็งซ็องต์ คอมปานี กองหลังกัปตันทีม มีอาการบาดเจ็บจนถูกเปลี่ยนตัว โดยส่ง โคโล ตูเร ลงมาแทน หลังตกเป็นรอง แมนฯ ซิตี พยายามเดินหน้าบุก หวังตีเสมอ แต่ยังทำอะไรไม่ได้ ขณะที่ "ปิศาจแดง" รอโต้กลับ ก่อนโขยกหนีเป็น 2-0 ในนาที 29 อันโตนิโอ วาเลนเซีย จ่ายบอลให้ ราฟาเอล หลุดมาสุดเส้นหลังด้านขวา แล้วเปิดเรียดมาทางเสาแรกให้ "รูน" วิ่งมาอัดแปเสียบมุมเสาไกล
     
       รูปเกมยังคงเป็น ซิตี ที่ครองบอลเหนือกว่า แต่ยังทำต่อบอลขาดๆ เกินๆ เป็นส่วนใหญ่ ทำให้ ดาบิด เด เคอา นายทวาร "เรด เดวิลส์" ไม่มีภาระมากนัก ขณะที่ ยูไนเต็ด ตั้งรับอย่างเหนียวแน่น และฉวยโอกาสจากการสวนกลับ จึงไม่มีฝ่ายใดปิดสกอร์เพิ่มได้ ครบ 45 นาที ทีมเยือน นำอยู่ 2-0 
     
       ลุยต่อครึ่งหลัง พลพรรค "เดอะ ซิตีเซ็นส์" เปิดฉากรุกหนักตั้งแต่วินาทีแรก แต่มักเสียบอลบริเวณหน้ากรอบโทษของคู่แข่ง จึงทำให้ อาคันตุกะจากถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด อาศัยจังหวะฉาบฉวยสร้างความปั่นป่วนแก่แนวรับ เป็นระยะๆ จนกระทั่งนาที 57 เจ้าบ้าน มีลุ้นเมื่อ กาแอล กลิชี พาบอลมาทางกราบซ้าย ก่อนเปิดเข้ากลางมาให้ เซร์คิโอ อเกวโร ปั่นไซด์บริเวณหัวกะโหลกไม่เข้ากรอบ
     
       นาที 59 จ่าฝูง พรีเมียร์ ลีก ชวดได้ประตูที่ 3 อย่าง น่าเสียดาย เมื่อ โรบิน ฟาน เพอร์ซี สับไกจากกรอบโทษด้านขวา ติดเซฟ โจ ฮาร์ท ก่อน แอชลีย์ ยังตามซ้ำ ตุงตาข่าย แต่ไลน์แมน ยกธงล้ำหน้า
       ถัดมา 1 นาที แชมป์เก่า ตีตื้น 1-2 เมื่อ คาร์ลอส เตเบซ หลุดมาทางกรอบโทษด้านขวา ก่อนยิงติด ดาบิด เด เคอา ก่อน ดาบิด ซิลบา จะตามซ้ำ แต่ก็ยังไม่ผ่านตัว ผู้รักษาประตูชาวสเปน แต่บอลมา
       เข้าทาง เตเบซ จ่ายคืนมาให้ ยายา ตูเร แปจากระยะจุดโทษ เสียบมุมซ้ายมือของตัวเอง
     
       จากนั้นทั้งสองฝ่ายต่างเปิดหน้าแลกกันอย่างสนุก แต่ยังไม่มีฝ่ายใดทำประตูเพิ่มได้ จนกระทั่งนาที 79 ชวดตีเสมออย่างน่าเสียดาย เมื่อ ดาบิด ซิลบา หลุดมาทางกรอบโทษด้านขวา ก่อนล็อกหลบ ปาทริซ เอฟรา แล้วยิงมุมแคบติดไหล่ ดาบิด เด เคอา ช่วง 10 นาทีสุดท้าย ลูกทีมของ โรแบร์โต มันชินี ลุยแหลก และความพยายามก็มาสัมฤทธิ์ผลในนาที 86 เมื่อ ปาโบล ซาบาเลตา เก็บตกจังหวะเคลียร์ลูกเปิดมุมของ โรบิน ฟาน เพอร์ซี บริเวณหัวกะโหลกทางด้านขวา ก่อนกดเรียดเสียบมุมเสาไกลตุงตาข่าย
     
       จากนั้น ทีมจากถิ่น เอติฮัด สเตเดียม กดดันต่อเนื่อง แต่ก็ยิงเพิ่มไม่ได้ ช่วงทดเจ็บ 2 นาที สาวก "เรด อาร์มี" เฮลั่น เมื่อ โรบิน ฟาน เพอร์ซี ปั่นฟรีคิกบริเวณกรอบโทษด้านขวา แฉลบขา ซาเมียร์ นาสรี เสียบเสาสอง ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีฝ่ายใดทำประตูเพิ่มได้ ครบ 90 นาที แมนฯ ยูไนเต็ด เอาชนะอย่างสุดมัน 3-2
     
       รายชื่อ 11 ตัวจริง
     
       แมนฯ ซิตี : โจ ฮาร์ท , แว็งซ็องต์ คอมปานี , ปาโบล ซาบาเลตา , กาแอล กลิชี , มาติยา นาสตาซิช , ซาเมียร์ นาสรี , แกเร็ธ แบร์รี , ยายา ตูเร , มาริโอ บาโลเตลลี , เซร์คิโอ อเกวโร , ดาบิด ซิลบา
     
       แมนฯ ยูไนเต็ด : ดา บิด เด เคอา , ราฟาเอล , ปาทริซ เอฟรา , ริโอ เฟอร์ดินานด์ , โจนาธาน อีแวนส์ , อันโตนิโอ วาเลนเซีย , ไมเคิล คาร์ริค , แอชลีย์ ยัง , ทอม เคลฟเวอร์ลีย์ , เวย์น รูนีย์ โรบิน ฟาน เพอร์ซี
Read More

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 29 ก.ย. 55 | ฟูแลม 1 - 2 แมนเชสเตอร์ ซิตี

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 29 ก.ย. 55 | ฟูแลม 1 - 2 แมนเชสเตอร์ ซิตี
คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 29 ก.ย. 55 | ฟูแลม 1 - 2 แมนเชสเตอร์ ซิตี
คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 29 ก.ย. 55 | ฟูแลม 1 - 2 แมนเชสเตอร์ ซิตี

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 29 ก.ย. 55 | ฟูแลม 1 - 2 แมนเชสเตอร์ ซิตี
ประตู
1 - 0 มลาเดน เพทริช น.10 (จุดโทษ)
1 - 1 เซร์คิโอ อกูเอโร น.44
1 - 2 เอดิน เชโก น.87
Read More

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 29 ก.ย. 55 | นอริช ซิตี้ 2 - 5 ลิเวอร์พูล

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 29 ก.ย. 55 | นอริช ซิตี้ 2 - 5 ลิเวอร์พูล
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 29 ก.ย. 55 | นอริช ซิตี้ 2 - 5 ลิเวอร์พูล
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 29 ก.ย. 55 | นอริช ซิตี้ 2 - 5 ลิเวอร์พูล
หลุยส์ ซัวเรส หัวหอกอุรุกวัยระเบิดฟอร์มทำแฮตทริกช่วยให้ ลิเวอร์พูล ประเดิมชัยนักแรกในของฤดูกาลด้วยการบุกถล่ม นอริช ซิตี 5-2 ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี เอาตัวรอดพลิกแซงชนะ ฟูแล่ม 2-1 ในเกมพรีเมียร์ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 29 ก.ย. ที่ผ่านมา

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 29 ก.ย. 55
นอริช ซิตี้ 2 - 5 ลิเวอร์พูล
 "นกขมิ้น" นอริช เปิดรังต้อนรับ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ที่ยังมองหาชัยชนะนัดแรกในลีก เกมนี้ คริส ฮิวจ์ตัน ส่ง สตีฟ มอร์ริสันจับคู่ ซิโมน แจ็คสัน ในตำแหน่งศูนย์หน้า ขณะที่ เบรนแดน ร็อดเจอร์ ให้โอกาส ซูโซ และ ราฮีม สเตอร์ลิง ลงเป็นตัวจริงต่อเนื่อง โดยมี สตีเว่น เจอร์ราด ทำหน้าที่จอมทัพคุมเกมตรงกลาง
     
       ออกสตาร์ทมานาทีแรกของเกม จอห์นสัน ลากตัดเข้าในจากฝั่งซ้ายพยายามจ่ายยัดเข้าเขตโทษบอลติดแนวรับเจ้าบ้านมาเข้า ทาง ซัวเรส ซัดเรียดด้วยขวาบอลพุ่งเข้ามุมประตูส่งให้ทีมออกนำ 1-0 อย่างรวดเร็ว ผ่าน 10 นาที แบรดลีย์ จอห์นสัน น่าจะตามตีเสมอให้ "นกขมิ้น" ได้ทันควันจากการหลุดขึ้นมายิงมุมแคบ ทว่า เปเป เรนา บีบออกมาปิดมุมช่วยเซฟไว้ได้หวุดหวิด
     
       ผ่านช่วง 20 นาทีแรก บอลกับพื้นของ ลิเวอร์พูล ยังทำเกมบุกได้ต่อเนื่องและหาจังหวะลุ้นยิงประตูได้บ่อยครั้ง กระทั้งนาที 22 ลีออน เบนเน็ตท์ เข้าปะทะ หลุยส์ ซัวเรส ด้านหลังก่อนดาวยิงอุรุกวัยล้มลงไปขอจุดโทษแต่ผู้ตัดสินยังเฉย ถัดมา 3 นาที บอลยาวของ นอริช ป่วนแนวรับ "หงส์แดง" ได้อีก โจนาธาน ฮอว์สันชงมาให้ แจ็คสัน วอลเลย์ เต็มเท้าบอลเหินคานไปไม่ไกล
     
       เข้าสู่นาที 30 เกมออกรสชาติมากขึ้นเป็นทีมเยือนนน่าจะหนีห่างออกไปก่อน จากลูกทิ้งตัวโหม่งของ เจอร์ราร์ด โชคยังดีมี จอห์น รัดดี ช่วยซูเปอร์เซฟเอาไว้ได้ จากนั้น "นกขมิ้น" โต้กลับเร็ว แบรดลีย์ จอห์นสัน ยิงไกลบอลถูกเปลี่ยนทางโดย แจ็คสัน เรนา พุ่งปัดทิ้งหวุดหวิดแต่กรรมการยกเป็นลูกล้ำหน้าก่อน และเป็น ซัวเรส มาพังประตูที่สองของตัวเองด้วยลูกยิงไซร์ก้อย จากจังหวะพลาดของ ไมเคิล เทอร์เนอร์ พร้อมปิดครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นำ 2-0
     
       กลับมาเล่นครึ่งหลัง นอริช น่าจะได้ประตูไล่มา บอลโยนข้ามมาเสาสอง อันดรูว เซอร์แมน ชาร์ตจ่อๆ บอลมาถูก โรเบิร์ต สน็อดกราสส์ ข้ามออกไป หลังไม่เสีย ลิเวอร์พูล มาได้ประตูหนีห่าง 3-0 ซัวเรส พาบอลข้ามเขตโทษล็อกหนึ่งจังหวะก่อนจ่ายใส่พานให้ นูริ ซาฮิน วิ่งมาแปเน้นๆ บอลซุกก้นตาข่ายง่ายๆ
     
ซัวเรส ซัดแฮตทริก
       นาที 56 ซัวเรส มาทำแฮตทริกแรกของตัวเองในฤดูกาลนี้ได้สำเร็จกลายเป็นประตูนำห่าง 4-0 จาก จังหวะเอียงตัวปั้นบอลผ่านตัว รัสเซลล์ มาร์ติน ที่ได้แต่ยืนมองบอลโค้งเข้าทางเสาร์ 2 อย่างสวยงามชนิดที่ จอห์น รัดดี ได้แต่ยืนมอง และ 4 นาทีถัดมา เรนา เซฟลูกยิงของ มาร์ติน มาเข้าทาง สตีฟ มอร์ริสัน กดซ้ำเข้าไปไม่มีเหลือไล่มาห่างๆ 1-4
     
       จังหวะขึ้นเกมริมเส้นในนาที 67 ของ สเตอร์ลิง ตบเข้ากลางเป็น เจอร์ราร์ด วิ่งมาแปบอลแฉลบ เบนเน็ตท์ บอลผ่าน รัดดี ที่หลงทางไปแล้วเข้าประตูไปง่ายๆ หนีห่างเป็น 5-1 โดยช่วงท้ายเกม แรนท์ โฮลท์ ตัวสำรองมาทำประตูปลอบใจไล่มาเป็น 2-5 ทว่า "หงส์แดง" ที่เหนือกว่าทุกทางเผาเวลาประเดิมชัยชนะเป็นนักแรกของฤดูกาลอย่างสวยหรู เก็บเพิ่มเป็น 5 แต้ม ขณะที่ นอริช ยังต้องรอชัยชนะต่อไป
     
       ขณะที่ผลอีกคู่ แมนเชสเตอร์ ซิตี ที่ถูก ฟูแลม ขึ้นนำก่อนจากจุดโทษของ มลาเดน เพทริช ในช่วงครึ่งแรก พลิกกลับมาคว้าชัย 2-1 ได้สำเร็จจาก 2 ประตูของ เซร์คิโอ อกูเอโร ช่วงท้ายครึ่งแรก และ เอดิน เชโก ในช่วงท้ายครึ่งหลังเอาตัวรอดเก็บชัยชนะเป็นเกมแรกใน 4 เกมหลังสุดในทุกรายการ
     
       รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
       นอริช ซิตี : จอห์น รัดดี, รัสเซลล์ มาร์ติน, ไมเคิล เทอร์เนอร์, ฮาร์เวีย การ์ริโด, ลีออน เบนเน็ตท์, แบรดลีย์ จอห์นสัน, โรเบิร์ต สน็อดกราสส์, โจนาธาน ฮอว์สัน, อันดรูว เซอร์แมน, ซิโมน แจ็คสัน, สตีฟ มอร์ริสัน
       ลิเวอร์พูล : เปเป เรนา, เกล็น จอห์นสัน, แดเนียล แอ๊กเกอร์, มาร์ติน สเคอร์เทล, อังเดร วิสดอม, นูริ ซาฮิน, สตีเว่น เจอร์ราด, โจ อัลเลน, หลุยส์ ซัวเรส, ซูโซ, ราฮีม สเตอร์ลิง
     
       สรุปผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำวันเสาร์ที่ 29 ก.ย.
     
อาร์เซนอล 1 - 2 เชลซี
0 - 1 เฟร์นันโด ตอร์เรส น.20
1 - 1 แชร์วินโญ น.42
1 - 2 ฆวน มาตา น.53
     
เอฟเวอร์ตัน 3 - 1 เซาแธมป์ตัน
0 - 1 แกสตัน รามิเรซ น.6
1 - 1 ลีออน ออสมัน น.25
2 - 1 นิกิกา เยลาวิช น.32
3 - 1 นิกิกา เยลาวิช น.38
      
ฟูแลม 1 - 2 แมนเชสเตอร์ ซิตี
1-0 มลาเดน เพทริช น.10 (จุดโทษ)
1-1 เซร์คิโอ อกูเอโร น.44
1-2 เอดิน เชโก น.87
      
นอริช ซิตี 2 - 5 ลิเวอร์พูล
0 - 1 หลุยส์ ซัวเรส น.2
0 - 2 หลุยส์ ซัวเรส น.38
0 - 3 นูริ ซาฮิน น.47
0 - 4 หลุยส์ ซัวเรส น.57
1 - 4 สตีฟ มอริสัน น.61
1 - 5 สตีเวน เจอร์ราร์ด น. 68
2 - 5 แกรนท์ โฮลท์ น.87
      
เรดดิง 2 - 2 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด
1 - 0 จิมมี เคเบ น. 57
1 - 1 เดมบา บา น.59
2 - 1 โนเอล ฮันท์ น.62
2 - 2 เดมบา บา น.83
      
สโต๊ค ซิตี 2 - 0 สวอนซี ซิตี
1 - 0 ปีเตอร์ เคราช์ น.12
2 - 0 ปีเตอร์ เคราช์ น.36
      
ซันเดอร์แลนด์ 1 - 0 วีแกน
1 - 0 สตีเฟน เฟล็ทเชอร์ น.51
Read More

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 23 ก.ย. 55 | แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1 - 1 อาร์เซนอล

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 23 ก.ย. 55 | แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1 - 1 อาร์เซนอล
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 23 ก.ย. 55 | แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1 - 1 อาร์เซนอล

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 23 ก.ย. 55 | แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1 - 1 อาร์เซนอล

เกมพรีเมียร์ลีก คู่บิ๊กแมตช์ ช่วงดึกของวันอาทิตย์ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี แชมป์ก่าพลาดท่าถูก "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล บุกมาไล่ตามตีเสมอ 1-1 ช่วงท้ายเกมถึงถิ่น เอติฮัดส์ สเตเดียม ต้องแบ่งกันไปทีมละแต้ม

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 23 ก.ย. 55
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1 - 1 อาร์เซนอล

ศึกพรีเมียร์ลีก คู่ดึก ประจำวันอาทิตย์ที่ 23 ก.ย. ที่สยาม เอติฮัดส์ สเตเดียม "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี "แชมป์เก่า" เปิดบ้านรับการมาเยือนของ อาร์เซนอล เกมนี้ โรแบร์โต มันชินี ยังคงไม่ส่ง มาริโอ บาโลเตลลี หัวหอกเจ้าปัญหาลงเป็นตัวจริง โดยใช้ เอดิน เชโก และ เซร์คิโอ อกูเอโร เป็นกองหน้า ส่วน "ปืนใหญ่" วาง ซานติ การ์ซอลา, แชร์วินโญ และ ลูคัส โพดอลสกี เป็นสามประสานในเกมรุก ขาดเพียง โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ที่เป็นสำรอง

ช่วงต้นเกมเป็นลูกทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ ออกสตาร์ท ได้น่ากลัวกว่า แต่ ซิตี เป็นฝ่านยได้ลุ้นประตูก่อน อกูเอโร ลากตัดเข้ามาจากฝั่งซ้ายและซัดด้วยขวาเต็มข้อบอลพุ่งตรงกรอบ แต่ก็ไปตรงตัว มาโนเน ผงาปัดทิ้งได้ทัน นาที 24 คาร์ล เจนกินสัน สลัดหนีการประกบของ โจลีออน เลสคอตต์ ขึ้นมาทางขวาก่อนตบกลับมาให้ ลูคัส โพดอลสกี วิ่งขึ้นมายิงด้วยขวา บอลเหินข้ามคานไปไกล

นาที 33 "ปืนใหญ่" มาได้ลุ้นจากลูกฟรีคิก การ์ซอลา ปั้นโค้งอ้อมกำแพง แต่ โจ ฮาร์ท ที่ปิดเสาอยู่แล้ว ล้มตัวรับไว้ไม่มีปัญหาโอกาสถัดมานาที 36 แชร์วินโญ ได้โอกาสพริ้วหลบมาทางซ้ายล็อกบอลหนี ปาโบล ซาบาเลตา กดด้วยซ้ายที่เสาแรกบอลพุ่งเข้าแค่หน้าต่างเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ช่วงนาที 40 จากลูกเตะมุม เจ้าถิ่นมาได้ประตูขึ้นนำ จากลูกทีม มาโนเน ออกมาตัดลูกโยนพลาด บอลเลยมาถึง เลสคอตต์ โถมโขกเข้าประตูไปง่ายๆ ช่วยให้แฟน "เรือใบ" ได้เฮกันลั่นสนาม จากนั้นนาทีถัดมา เชโก เกือบบวกประตูที่สองให้ทีมจากจังหวะเอียงตัวยิงตามน้ำบอลมุดไม่พอ มาโนเน ลอยตัวปัดข้ามคานออกไป ทำให้จบครึ่งแรกนำอยู่ 1-0

กลับมาเล่นครึ่งหลัง เจ้าถิ่นครองบอลบุกต่อเนื่อง บอลเลยมาที่เสาสอง อกูเอโร จับบอลลงเอียงตัววอลเลย์แบบไม่มีตัวประกบบอลเสยคานออกไปแบบได้เสียว เกมผ่าน 60 นาที "เรือใบสีฟ้า" เริ่มถอนลงมารับปล่อยให้ "ปืนใหญ่" ตั้งเกมรุกบุกเข้าใส่ และอาศัยจังหวะสวนกลับขึ้นมาเล่นงานได้น่ากลัวหลายครั้ง

เกมสวนกลับของเจ้าถิ่นเล่นงาน อาร์เซนอล ได้อีกครั้ง นาที 80 ยายา ตูเร ลากบอลขึ้นมาคนเดียวจากกลางสนาม ก่อนถ่ายออกขวาให้ อกูเอโร ล้มตัวยิงด้วยขวา มาโนเน ที่ปิดเสาแรกอยู่ไม่พลาดทุบออกหลังได้หวุดหวิด นาทีถัดมา การ์ซอลา แตะหนี กอมปานี ก่อนซัดเต็มเท้า แต่ ฮาร์ท ซูเปอร์เซฟได้อย่างเหลือเชื่อ แต่จากลูกเตะมุม "ปืนใหญ่" ตีเสมอสำเร็จ ซิตี เคลียกันไม่ขาด กอสเซียลนีย์ เก็บส้มหล่นยิงบอลหายเข้าไปในตาข่ายเป็น 1-1

แมนฯ ซิตี น่าจะได้ประตูออกนำอีกครั้ง กอมปานี จักรยานออกกาศบอลไปติดเซฟของ มาโนเน เป็น กอสเซียลนีย์ เตะทิ้งไปเข้าทาง "กุน" เอียงตัวยิงเน้นๆ บอลกลิ้งออกเสาไกลไปอย่างน่าเสียดาย ท้ายเกม "เรือใบสีฟ้า" ต้องมาเร่งเครื่องกันอีกครั้ง ทว่าสุดท้ายก็ไม่ทันเวลา จบเกมเสมอกันไป 1-1 แบ่งกันไปทีมละแต้ม ชนิดที่ โรแบร์โต มันชินี ต้องโทษตัวเอง

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
แมนเชสเตอร์ ซิตี : โจ ฮาร์ท, แวงซอง กอมปานี, ปาโบล ซาบาเลตา, โจลีออน เลสคอตต์, กาแอล กลิชีย์, สกอตต์ ซินแคลร์, ฆาร์บี การ์เซีย, ยายา ตูเร, เอดิน เชโก, เซร์คิโอ อกูเอโร, ดาบิด ซิลบา
อาร์เซนอล : วิโต มาโนเน, แพร์ เมอร์เตซัคเกอร์, โลรองต์ กอสเซียลนีย์, คาร์ล เจนกินสัน, ตีแรน กิบส์ ,อาบู ดิยาบี, มิเกล อาร์เตตา, อาร์รอน แรมซีย์, ซานติ การ์ซอลา, แชร์วินโญ, ลูคัส โพดอลสกี

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำวันอาทิตย์ที่ 23 ก.ย. 2555

ลิเวอร์พูล 1 - 2 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
1 - 0 สตีเวน เจอร์ราร์ด น.46
1 - 1 ราฟาเอล ดา ซิลวา น.51
1 - 2 โรบิน ฟาน เพอร์ซี น.81

นิวคาสเซิล 1 - 0 นอริช ซิตี
1 - 0 เดมบา บา น.19

แมนเชสเตอร์ ซิตี 1 - 1 อาร์เซนอล
1 - 0 โจลีออน เลสคอตต์ น.40
1 - 1 โลรองต์ กอสเซียลนีย์ น.82

ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ส 2 - 1 ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส
0 - 1 บอบบี ซาโมรา น.32
1 - 1 เลอานโดร ฟูอาลิน น.59 (ทำเข้าประตูตัวเอง)
2 - 1 เจอร์เมน เดโฟ น.61
Read More

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 15 ก.ย. 55 | แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4 - 0 วีแกน แอธเลติก

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 15 ก.ย. 55 | แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4 - 0 วีแกน แอธเลติก
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 15 ก.ย. 55 | แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4 - 0 วีแกน แอธเลติก
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 15 ก.ย. 55 | แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4 - 0 วีแกน แอธเลติก
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านไล่ถล่ม วีแกน แอธเลติก ไปแบบขาดลอย 4-0 จากการยิงประตูของ พอล สโคลส์ , ฮาเวียร์ เฮอร์นานเดซ พร้อมกับ 2 นักเตะใหม่อย่าง อเล็กซานเดอร์ บุตต์เนอร์ และ นิค พาวล์ ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 15 ก.ย. ที่ผ่านมา

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 15 ก.ย. 55
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4 - 0 วีแกน แอธเลติก

ที่สนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านรับการมาเยือนของ วีแกน แอธเลติก โดยเกมนี้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ดร็อป โรบิน ฟาน เพอร์ซี และ ชินจิ คากาวะ 2 นักเตะซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการลงเล่นให้ทีมชาติ โดยจัด แดนนี เวลเบ็ค และ ฮาเวียร์ เฮอร์นานเดซ ลงยืนเป็นคู่หัวหอก พร้อมทั้งส่ง อเล็กซานเดอร์ บุตต์เนอร์ ลงประเดิมสนาม

ครึ่งแรก เปิดฉากได้ 4 นาที แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาได้ลูกจุดโทษ เมื่อ อาลี อัล ฮับซี ทำฟาวล์ แดนนี เวลเบ็ค ทว่า ฮาเวียร์ เฮอร์นานเดซ กลับสังหารพลาด จากนั้น "ปิศาจแดง" เป็นฝ่ายครองเกมได้ดีกว่า แต่แนวรับของ วีแกน แอธเลติก ยังทำหน้าที่ได้ดี และมีลุ้นจากจังหวะสวนกลับ แต่ทั้งคู่ยังทำอะไรกันไม่ได้ ครบ 45 นาที จึงเสมอกัน 0-0

ครึ่งหลังผ่านไป 5 นาที สาวก "เร้ด เดวิลส์" ได้เฮลั่น เมื่อ นานี ได้จังหวะซัดจากกรอบเขตโทษด้านขวา แต่ถูก อาลี อัล ฮับซี เซฟไว้ได้ และเป็น พอล สโคลส์ ที่เก็บตกไม่พลาด แมนฯ ยูไนเต็ด นำ 1-0 จากนั้น ลูกทีมของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ยังเดินหน้าบุกอย่างต่อเนื่อง และทิ้งห่างเป็น 2-0 ในนาทีที่ 63 เมื่อ อเล็กซานเดอร์ บุตต์เนอร์ ได้จังหวะสับไกด้วยซ้ายใกรอบ 18 หลา บอลมาเข้าทาง "ชิชาร์ริโต" สะกิดบอลเข้าประตู นับเป็นการแก้ตัวจากการพลาดจุดโทษ

ต่อมา แบ็กซ้ายป้ายแดงชาวดัตช์ แหวกผู้เล่นของ "เดอะ ลาติกส์" เข้าไปซัดมุมแคบให้ แชมป์ลีก 19 สมัย ทิ้งห่าง 3-0 และนาทีที่ 82 นิค พาวล์ ก็มาประเดิมประตูแรก จากการยิงไกลเสียบเสาแรกอย่างสุดสวย จากนั้นไม่มีฝ่ายใดทำประตูเพิ่มได้ จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด ถล่ม วีแกนไป 4-0

รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริง

แมนฯ ยูไนเต็ด : อันเดรส ลินเดการ์ด , ราฟาเอล , ริโอ เฟอร์ดินานด์ . เนมันยา วีดิช , อเล็กซานเดอร์ บุตต์เนอร์ , ไมเคิล คาร์ริค , พอล สโคลส์ , นานี , ไรอัน กิ๊กส์ , ฮาเวียร์ เฮอร์นานเดซ , แดนนี เวลเบ็ค

วีแกน แอธเลติก
: อาลี อัล ฮับซี , อิบัน รามิส , แกรี คัลด์เวลล์ , ไมเนอร์ ฟิเกรัว , อีเมอร์สัน บอยซ์ , แม็คคาร์ธี , แม็คอาร์เธอร์ , ชอน มาโลนี , ฌอง โบเซจูร์ , ฟรังโก ดิ ซานโต , อารูนา โคเน

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 15 ก.ย. 55 คู่อื่นๆ มีดังนี้

อาร์เซนอล 6 - 1 เซาท์แธมป์ตัน
แอสตัน วิลล่า 2 - 0 ชนะ สวอนซี ซิตี้
ฟูแลม 3 - 0 เวสต์บรอมฯ
ควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ส 0 - 0 เชลซี
สโต๊ค ซิตี้ 1 - 1 แมนฯ ซิตี
Read More

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 1 ก.ย. 55 | แมนเชสเตอร์ ซิตี 3 - 1 ควีนปาร์ค เรนเจอร์ส

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 1 ก.ย. 55 | แมนเชสเตอร์ ซิตี 3 - 1 ควีนปาร์ค เรนเจอร์ส
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 1 ก.ย. 55 | แมนเชสเตอร์ ซิตี 3 - 1 ควีนปาร์ค เรนเจอร์ส
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 1 ก.ย. 55 | แมนเชสเตอร์ ซิตี 3 - 1 ควีนปาร์ค เรนเจอร์ส
คาร์ลอส เตเวซ หัวหอกชาวอาร์เจนไตน์ ซัดประตูปิดกล่องช่วยให้ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี เปิดบ้านเอาชนะ "คิวพีอาร์" ควีนปาร์ค เรนเจอร์ส ไป 3-1 เก็บ 3 แต้ม ในศึกพรีเมียร์ ลีก คู่สุดท้ายของคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 1 ก.ย. 55
แมนเชสเตอร์ ซิตี 3 - 1 ควีนปาร์ค เรนเจอร์ส

เกมคู่สุดท้ายของคืนวันเสาร์ที่สนาม ซิตี ออฟ แมนเชสเตอร์ "เรือใบสีฟ้า" เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ "คิวพีอาร์" ควีนปาร์ค เรนเจอร์ส โแบร์โต มันชินี ไม่มี เซอร์คิโอ อกูเอโร ตัวเก่งที่ได้รับบาดเจ็บหัวเข่าต้องใช้ คาร์ลอส เตเวซ ยืนจับคู่กับ เอดิ เซโก ขณะที่ มาร์ค ฮิจส์ ส่งนักเตะใหม่ลงสนามคับคั่งไล่ตั้งแต่ โฆเซ โบซิงวา, ฟาบิโอ, ปาร์ค จี-ซอง และ เอสเตบัน กราเนโร

เริ่มเกมมาเป็น ซิตี ครองบอลขึงเกมรุกอยู่ฝ่ายเดียว และมาได้ประตูขึ้นนำจนได้จากลูกเตะมุมมาที่เสาแรก เตเวซ พยายามวอลเลย์ไปติดบล็อกกระดอนมาเข้ามา ยาย่า ตูเร ที่รออยู่หน้าประตูซัดตูมเดียวบอลผ่านมือ กรีนเข้าไปตุงตาข่าย เจ้าถิ่นออกนำ 1-0 กว่า "คิวพีอาร์" จะได้ลุ้นครั้งแรกต้องรอถึงนาที 24 ปาร์ค จี ซอง แตะให้ เอสเตบัน กราเนโร กดยิงจากนอกกรอบ ทว่าไม่หนีมือ โจ ฮาร์ท รับไว้สบาย

นาที 26 ดาบิด ซิลบา ทำชิ่งกับ นาสรี ทะลุมายิงโล่งๆ กรีน ยังไว พุ่งปัดทิ้งเข้าทาง นาสรี วอลเล่ย์ ซ้ำแต่บอลก็ไม่เข้ากรอบช่วงที่เหลือ ลูกทีมของ มาร์ค ฮิวจ์ พยายามเดินเกมสู้แต่ก็ทานความแข็งแกร่งของ "เรือใบสีฟ้า" ไม่ไหวถูกบุกโต้กลับมาได้ลุ้นอยู่หลายจังหวะ ก่อนปิดครึ่งแรกไปแบบสบายๆ

กลับมาเล่นครึ่งหลัง ซิตี น่าจะออกนำห่างจากบอลทะลุของ ซิลบา มาดึง ซาบาเลตา ปั้นโค้งหนีมือ กรีน แต่พุ่งไปชนคานเต็มๆ กระเด้งออกมาอย่างน่าเสียดาย อย่างไรก็ดีนาที 58 แฟนทีมเยือนที่ตามมากันได้เฮบ้าง เมื่อ แอนดี จอห์นสัน ตัดบอลได้ก่อนซัดด้วยขวา ฮาร์ททำได้แค่ปัดทิ้งมาเข้าทางปืน ซาโมรา โขกซ้ำจ่อๆ เข้าไปไม่มีเหลือไล่ตามเป็น 1-1

2 นาทีให้หลัง "เรือใบสีฟ้า" เร่งเครื่องขึ้นมาจนได้ประตูแซงนำ 2-1 อีกครั้ง เตเวซ ลากบอลถึงสุดเส้นหลังตวัดกลับมาให้ เซโก โฉบตัดหน้า ไรอันซ์ เนลเซน ส่งบอลเข้าไปตุงตาข่าย นาที 75 ทีมเยือนมีโอกาสตามตีเสมอจากลูกเตะมุม ซาโมรา โขกชงมาให้ เนลเซน ทิ้งตัววอลเลย์ด้วยซ้ายบอลเลี้ยงหลุดกรอบแบบได้ลุ้น ช่วง 10 นาทีสุดท้ายทั้งสองทีมเปิดเกมรุกแลกกันสนุก และเจ้าถิ่นมาได้ประตูปิดกล่องจาก เตเวซ จบ 90 นาที แมนฯ ซิตี เอาชนะไป 3-1 เก็บเพิ่มเป็น แต้มจากการลงเตะ 3 นัด

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
แมนเชสเตอร์ ซิตี : โจ ฮาร์ท, แวงซอง กองปานี, โจเลออน เลสคอตต์, พลาโบ ซาบาเลตา, อเลกซานเดอร์ โคลาลอฟ, ซาเมียร์ นาสรี, ดาบิด ซิลบา, แจ็ค ร็อดเวลล์, คาร์ลอส เตเวซ, ยายา ตูเร, เอดิ เซโก
ควีนปาร์ค เรนเจอร์ส : โรเบิร์ต กรีน, ไรอันซ์ เนลเซน, แอนตัน เฟอร์ดินาน, โฆเซ โบซิงวา, ฟาบิโอ, ปาร์ค จี-ซอง, ฌอน ไรท์ ฟิลลิปป์, เอสเตบัน กราเนโร, อเลฮานโดร ฟูอาลิน, บ็อบบี ซาโมรา, แอนดี จอห์นสัน



Read More

ผลการจับสลากรอบแบ่งกลุ่ม ศึกยูฟา แชมเปียนส์ ลีก ประจำฤดูกาล 2012/13

ผลการจับสลากรอบแบ่งกลุ่ม ศึกยูฟา แชมเปียนส์ ลีก ประจำฤดูกาล 2012/13
ผีงานเบา,เรือชนหิน จับติ้ว ชปล. "อิเนียสตา" แข้งยอดเยี่ยม
สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟา) ทำการจับสลากรอบแบ่งกลุ่ม ศึกยูฟา แชมเปียนส์ ลีก ประจำฤดูกาล 2012/13 ออกมาแล้ว โดย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมดังจากประเทศอังกฤษ เจองานเบา โดยร่วมกลุ่ม H กับ บรากา , กาลาตาซาราย และ ซีเอฟอาร์ คลูจ ขณะที่ เชลซี แชมป์เก่า มีกระดูกชิ้นโตอย่าง ยูเวนตุส เป็นเพื่อนร่วมกลุ่ม E ด้าน แมนเชสเตอร์ ซิตี ต้องพบกับศึกหนักอย่าง เรอัล มาดริด , อาแจ็กซ์ และ โบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ ในกลุ่ม D ซึ่งถือเป็น "กรุป ออฟ เดธ" ของทัวร์นาเมนต์นี้

เมื่อช่วงคืนวันพฤหัสบดีที่ 30 สิงหาคม ตามวัน-เวลาในประเทศไทย ยูฟา ได้ทำการจับสลากรอบแบ่งกลุ่ม ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก ซึ่งมีด้วยกัน 8 กลุ่ม ดังนี้

กลุ่ม A ปอร์โต , ดินาโม เคียฟ , ปารีส แซงต์ แชร์แมงต์ , ดินาโม ซาเกร็บ
กลุ่ม B อาร์เซนอล , ชาลเก 04 , โอลิมเปียกอส , มงต์เปลิเยร์
กลุ่ม C เอซี มิลาน , เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก , อันเดอร์เลชท์ , มาลากา
กลุ่ม D เรอัล มาดริด , แมนฯ ซิตี , อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม , โบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์
กลุ่ม E เชลซี , ชัคเตอร์ โดเนสก์ , ยูเวนตุส , นอร์ดสเจลแลนด์
กลุ่ม F บาเยิร์น มิวนิค , บาเลนเซีย , ลีลล์ , เอฟซี บาเต
กลุ่ม G บาร์เซโลนา , เบนฟิกา , สปาร์ตัค มอสโก , กลาสโกว์ เซลติก
กลุ่ม H แมนฯ ยูไนเต็ด , บรากา , กาลาตาซาราย , ซีเอฟอาร์ คลูจ

ด้านรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของ ยูฟา จากการโหวตของสื่อมวลชน ตกเป็นของ อันเดรส อิเนียสตา มิดฟิลด์ของบาร์เซโลนา ด้วยผลงานพาทีมชาติสเปน ป้องกันแชมป์ยูโร 2012 เป็นชาติแรกในประวัติศาสตร์
Read More

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 26 ส.ค. 55 | ลิเวอร์พูล 2 - 2 แมนซิตี้

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 26 ส.ค. 55 | ลิเวอร์พูล 2 - 2 แมนซิตี้
คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 26 ส.ค. 55 | ลิเวอร์พูล 2 - 2 แมนซิตี้
คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 26 ส.ค. 55 | ลิเวอร์พูล 2 - 2 แมนซิตี้
คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 26 ส.ค. 55 | ลิเวอร์พูล 2 - 2 แมนซิตี้
ประตู
1 - 0 Skrtel 34'
1 - 1 Touré 63'
2 - 1 Suarez 66'
2 - 2 Tevez 80'
Read More

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 26 ส.ค. 55 | ลิเวอร์พูล 2 - 2 แมนซิตี้

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 26 ส.ค. 55 | ลิเวอร์พูล 2 - 2 แมนซิตี้
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 26 ส.ค. 55 | ลิเวอร์พูล 2 - 2 แมนซิตี้
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 26 ส.ค. 55 | ลิเวอร์พูล 2 - 2 แมนซิตี้
"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล พลาดเก็บ 3 แต้มในบ้านแบบเหลือเชื่อ หลังโดน "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี แชมป์เก่า ยิงตีเสมอได้ในช่วงท้ายเกมเป็น 2-2 ในศึกบิ๊กแมตซ์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 26 ส.ค. ที่ผ่านมา
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 26 ส.ค. 55
ลิเวอร์พูล 2 - 2 แมนซิตี้
เกมบิ๊กแมตซ์คู่สุดท้ายของสัปดาห์ ที่สนามแอนฟิลด์ ลิเวอร์พูล บ๊วยของตาราง เปิดบ้านต้อนรับ แมนเชสเตอร์ ซิตี อันดับ 6 ของตาราง วันนี้เจ้าถิ่นนอกจากส่งตัวหลักลงสนามครบครันแล้ว เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือ ยังทำเซอร์ไพรซ์ส่ง ราฮีม สเตอร์ลิงค์ ดาวรุ่งฟอร์มเด่น ลงสนามเป็นตัวจริง ส่วน ซิตี มาริโอ บาโลเตลลี และ คาร์ลอส เตเบซ ผนึกกำลังแดนหน้า

เปิดเกมมา 3 นาที ลิเวอร์พูล ทักทายก่อน ลูคัส เลี้ยงจี้มาหน้าเขตโทษ ก่อนโดนสกัดล้มบอลไหลเข้าทาง เจอร์ราร์ด ได้ยิงแต่ไม่ตรงกรอบ แต่จากนั้น หงส์แดง ต้องส่ง จอนโจ เชลวีย์ ลงมาแทน ลูคัส หลังเจ้าตัวบาดเจ็บในจังหวะดังกล่าว ต่อมานาที 8 ซิตี ได้ฟรีคิกจังหวะ สเคอร์เทล ดึง บาโลเตลลี ล้ม โคลารอฟ สังหารระยะไกลบอลตรงกรอบ แต่ เรนา รับได้

ผ่านมานาที 17 หงส์แดง พลาดประตูขึ้นนำ สเตอร์ลิง เปิดบอลเข้ามาจากด้านซ้าย บอรินี โฉบขึ้นมากระโดดแปด้วยขวา แต่โชคร้ายบอลหลุดเสาแรกไปอย่างน่าเสียดาย จากนั้นนาทีเดียว แมนซิตี ได้เสียวเหมือนกัน เตเบซ แตะบอลหลบเรนา ก่อนตวัดยิงมุมแคบ แต่บอลชนเสาออกมาก่อน

นาที 25 ซิตี ได้ฟรีคิกระยะน่าลุ้นจังหวะ เคลลี กระแทก บาโลเตลลี ล้มตรงกรอบเขตโทษด้านซ้าย โคลารอฟ เปิดยาวให้ เตเบซ โหม่งแต่ไม่โดนบอลออกหลังไป นาที 27 หงส์เอาคืน จอห์นสัน แทงให้ บอรินี ยิงเหน่งๆแต่ติดบล็อคผู้เล่นของซิตี ออกหลังไป

ลิเวอร์พูล บุกอยู่ฝั่งเดียวและหวุดหวิดได้ประตูนาที 33 เจอร์ราร์ด เปิดบอลไปหน้าประตูแต่ กอมปานี สกัดไม่ดีเกือบเข้าประตูแต่บอลข้ามคาน ทว่านาที 34 เจ้าถิ่นได้ประตูนำจนได้ เจอร์ราร์ด เปิดลูกเตะมุมจากทางขวา ก่อนที่ สเคอร์เทล จะกระโดดโขกตุงตาข่ายเข้าไปเป็น 1-0 เข้าสู่นาที 40 ซิติ บุกหนัก กอมปานี แทงให้ เตเบซ หน้าเขตโทษ แต่ เรนา ออกมาตัดบอลได้ จบครึ่งแรก ลิเวอร์พูล ขึ้นนำ แมนเชสเตอร์ ซิตี 1-0

ครึ่งหลังนาที 49 ลิเวอร์พูล เกือบได้เม็ดสอง บอรินี ปั๊มบอลจากแดนกลางลากตะลุยขึ้นมาถึงเขตโทษ ก่อนแทงสั้นให้ ซัวเรซ ได้สับไกแต่ยิงไม่ดีบอลกลิ้งออกเสาสองไป จากนั้นเกมดำเนินไปอย่างสนุก กระทั่งนาที 63 ซิตี ก็มาตีเสมอได้สำเร็จเป็น 1-1 เตเบซ เปิดบอลเข้ากลางประตู เคลลี เคลียร์ไม่ดี ตูเร ที่ยืนอยู่โล่งๆแปเข้าไปไม่เหลือ

ต่อมานาที 65 ทีมเยือนเสียฟรีคิกระยะ 28 หลา และ ซัวเรซ ก็มาซัดบอลข้ามกำแพงเบียดเสาสองพา หงส์แดง ขึ้นนำอีกครั้งเป็น 2-1 กองเชียร์เจ้าบ้านได้เฮลั่นสนาม จากนั้นนาที 71 ลิเวอร์พูล เกือบได้จุดโทษ จอห์นสัน จับบอลลากเข้าเขตโทษก่อนโดน โคลารอฟ สกัดจากด้านหลังล้มลงไปแต่ผู้ตัดสินปล่อยให้เล่นต่อ

นาที 76 เรือใบพยายามบุกเอาประตูตีเสมอ เซโก ตัวสำรองของทีมลงมาพลิกบอลในเขตโทษก่อนยิงด้วยซ้าย แต่บอลเหินข้ามคานแบบไม่ได้ลุ้น แต่แล้วนาที 79 ลิเวอร์พูล ทำผิดพลาด สเคอร์เทล คืนบอลไม่ดูตาม้าตาเรือ เตเบซ ฉกบอลขึ้นไปล็อกหลบ เรนา ก่อนยิงเข้าประตูเป็น 2-2

แม้โดนตีเสมอแต่รูปเกม ลิเวอร์พูล ยังครองบอลได้ดีกว่า นาที 81 เจอร์ราร์ด ไหลบอลต่อให้ เชลวีย์ วิ่งขึ้นมาซัดไกลแต่บอลข้ามคานไปนิดเดียส จากนั้นนาที 82 เจ้าบ้านส่ง แอนดี คาร์โรล ลงสนามมาแทน บอรินี แต่ยังไม่มีโอกาสลุ้น ส่วน ซิตี นาที 86 โคลารอฟ ลากขึ้นมาจากซ้าย เปิดเข้ากลางให้ เซโก ยิงอีกรอบแต่ข้ามคานเหมือนเดิม

ท้ายเกมลุ้นกันสนุก ซัวเรซ เปิดบอลจากสุดเส้นหลังให้ คารโรล โหม่งเต็มๆ แต่ ร็อดเวลล์ โหม่งสกัดออกไปได้ จากนั้นทดเวลา 4 นาที ยิงเพิ่มไม่ได้ จบเกม ลิเวอร์พูล เสมอกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี 2-2 แบ่งกันคนละแต้ม ลิเวอร์พูล ขึ้นมาอยู่อันดับ 16 ส่วน ซิตี อยู่อันดับ 5 เก็บเพิ่มเป็น 4 แต้ม

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
ลิเวอร์พูล : เปเป เรนา, เซบาสเตียน โคอาเตส, มาร์ติน สเคอร์เทล, เกล็น จอห์นสัน, มาร์ติน เคลลี, ลูคัส เลวา, โจ อัลเลน, ราฮีม สเตอร์ลิง, สตีเวน เจอร์ราร์ด, ฟาบิโอ บอรินี, หลุยส์ ซัวเรซ
แมนเชสเตอร์ ซิตี : โจ ฮาร์ท, แว็งซองต์ กอมปานี, พาโบล ซาบาเลตา, โคโล ตูเร, ยายา ตูเร, ไนเจล เดอ ยองค์, ซามีร์ นาสรี, อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ, เจมส์ มิลเนอร์, มาริโอ บาโลเตลลี, คาร์ลอส เตเบซ
Read More

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 19 ส.ค. 55 | แมนเชสเตอร์ ซิตี 3 - 2 เซาท์แธมป์ตัน

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 19 ส.ค. 55 | แมนเชสเตอร์ ซิตี 3 - 2 เซาท์แธมป์ตัน
คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 19 ส.ค. 55 | แมนเชสเตอร์ ซิตี 3 - 2 เซาท์แธมป์ตัน
คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 19 ส.ค. 55 | แมนเชสเตอร์ ซิตี 3 - 2 เซาท์แธมป์ตัน
คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 19 ส.ค. 55 | แมนเชสเตอร์ ซิตี 3 - 2 เซาท์แธมป์ตัน
ประตู
1 - 0 Tevez 40'
1 - 1 Lambert 59'
1 - 2 Davis 68'
2 - 2 Dzeko 72'
3 - 2 Nasri 80'
Read More

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 19 ส.ค. 55 | แมนเชสเตอร์ ซิตี 3 - 2 เซาท์แธมป์ตัน

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 19 ส.ค. 55 | แมนเชสเตอร์ ซิตี 3 - 2 เซาท์แธมป์ตัน
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 19 ส.ค. 55 | แมนเชสเตอร์ ซิตี 3 - 2 เซาท์แธมป์ตัน
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 19 ส.ค. 55 | แมนเชสเตอร์ ซิตี 3 - 2 เซาท์แธมป์ตัน
"เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี ประเดิมเส้นทางการป้องกันแชมป์ด้วยการเปิดบ้านเฉือนเอาชนะ "นักบุญ" เซาท์แธมป์ตัน น้องใหม่ไป 3-2 ในช่วงท้ายเกมชนิดหืดขึ้นคอ ในเกมพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ คู่ดึกของคืนวันอาทิตย์ที่ 19 ส.ค. ที่ผ่านมา
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 19 ส.ค. 55
แมนเชสเตอร์ ซิตี 3 - 2 เซาท์แธมป์ตัน
เกมที่สนาม ซิตี ออฟ แมนเชสเตอร์ "เรือใบสีฟ้า" เปิดรังส่งผู้เล่นลงสนามเต็บสูบ วาง คาร์ลอส เตเวซ เป็นหอกคู่กับ เซร์คิโอ อกูเอโร และมี ดาบิด ซิลบา ทำเกมอยู่ด้านหลัง รอต้อนรับน้องใหม่ "นักบุญ" เซาท์แธมป์ตัน ที่ขึ้นมาเล่นพรีเมียร์ อีกครั้งในรอบ 7 ปี โดยมี อดัม ลัลลานา และ มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน เป็นตัวชูโรง

เริ่มต้นเกมเป็น "นักบุญแดนใต้" ที่เดินเกมรุกได้ดีกว่า และเมื่อผ่านมา 13 นาที เจ้าถิ่นต้องมาเสีย อกูเอโร ที่ถูก นาธาเนียล ไคลย์น เสียบเจ็บเล่นต่อไม่ไหวต้องเอา เอดิน เชโก ลงมาแทน ถัดมาไม่ถึง 2 นาที เตเวซ เรียกจุดโทษให้ทีมสำเร็จเมื่อถูก โจส ฮอยเวล์ด ขัดขาล้มลง เป็น ดาบิด ซิลบา ยิงแต่ไม่มุมพอ เคลวิน เดวิส ล้มตัวเซฟไว้ก่อนมีแนวรับกรูเข้าตามมาสกัดทิ้ง

จากนั้นเป็น "เรือใบสีฟ้า" ครองบอลหาจังหวะเข้าทำได้ต่อเนื่องกว่า กดให้ทีมเยือนต้องลงไปต้องฌซนรับอยู่หน้าปากประตูตัวเอง นาที 31 เตเวซ เก็บบอลหน้าเขตโทษแต่งเข้าซ้ายก่อนยิงแบบฉีดยาบอลพุ่งเข้ากรอบแต่ก็ตรงตัว เดวิส ท้ายครึ่งแรก ซิตี มาได้ประตูขึ้นนำจนได้ นาสรี เปิดให้ เตเวซ เจ้าเก่าหลุดกับดักล้ำหน้าเอียงตัวซัดมุมแคบเข้าเสาแรกแบบสวยงาม ส่งให้ทีมออกนำ 1-0 พร้อมปิดครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

เปิดฉากครึ่งหลัง นาที 59 ริคกี แลมเบิร์ต ตัวสำรองที่ลงมาเป็นซูเปอร์ซัพให้กับ "นักบุญ" ทำให้แฟนเจ้าถิ่นต้องเงียบทั้งสนาม เมื่อแนวรับตนเองเคลียไม่ขาด บอลมาเข้าทาง แลมเบิร์ต ปั้นโค้งด้วยเท้าขวาบอลเสียบตาข่ายเข้าไปแบบสุดสวย ไล่มาเป็น 1-1 ความผิดพลาดของ แจ็ก รอดเวลส์ เสียบอลกลางสนาม ลัลลานา โต้ขึ้นมาไหลออกซ้ายให้ สตีเฟน เดวิส อีกหนึ่งตัวสำรองซัดตูมเดียวบอลเลี้ยวเข้าเสาสองแซงนำ 2-1 แบบช็อกกันทั้งบาง

ช่วงที่เหลือ โรแบร์โต มันชินี นิ่งไม่ไหวต้องส่ง มาริโอ บาโลเตลลี ลงมาเพิ่ม จากนั้นไม่ถึงวินาทีจากลูกเตะมุม บอลไหลเข้าทาง เชโก ซัดเต็มข้อบอลตุตาข่ายไล่มาเป็น 2-2 และเกือบได้ประตูนำทันทีจากจังหวะสวนกลับ ทว่า บาโลเตลลี แปเน้นๆ บอลเข้าแค่หน้าต่างเท่านั้น กระทั่งนาที 80 ฟ็อกซ์ โหม่งทิ้งมาตั้งให้ นาสรี วิ่งเข้าวอลเลย์เต็มๆ บอลตุงตาข่าย เจ้าถิ่นแซงนำ 3-2 อีกครั้งแบบสุดมันส์

10 นาทีสุดท้ายทั้งสองทีมเปิดเกมรุกเข้าใส่กันสนุก โดยทีมเยือนต้องการลุ้นประตูตีเสมอ ขณะที่ ซิตี ยังหาโอกาสนำห่างออกไปได้ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามจบ 90 นาทีไม่มีประตูเพิ่ม เป็นแมนเชสเตอร์ ซิตี เอาพลิกแซงชนะ เซาท์แธมป์ตัน ไปแบบสุดมันส์ 3-2 ประเดิมเส้นทางป้องกันแชมป์ด้วย 3 แต้ม

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
แมนเชสเตอร์ ซิตี : โจ ฮาร์ท, แวงซอง กอมปานี, โจลีออน เลสคอตต์, กาแอล คลิชีย์, พาโบล ซาบาเลตา, ซาร์มี นาสรี, ดาบิด ซิลบา, ยายา ตูเร, แจ็ค รอดเวลส์, คาร์ลอส เตเวซ, เซร์คิโอ อกูเอโร
เซาท์แธมป์ตัน : เคลวิน เดวิส, โฆเซ ฟอนเต, แดนนี ฟ็อกซ์, นาธาเนียล ไคลย์น, โจส ฮอยเวล์ด, อดัม ลัลลานา, มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน, เจสัน พันเชียนส์, เจย์ โรดริเกวซ, เจมส์ วาร์ด-พรูวส์, กุยลี โด ปราโด
Read More

"คอมปานี" เร้าเรือใบเซ็น "RVP"

       แว็งซ็องต์ คอมปานี มั่นใจว่า การมาของ โรบิน ฟาน เพอร์ซี จะทำให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี แข็งแกร่งพอที่จะป้องกันแชมป์ พรีเมียร์ ลีก หลังอนาคตของ กัปตันทีมอาร์เซนอล ยังไม่มีความแน่นอน และมีความเป็นไปได้ว่า อาจย้ายไปร่วมทีม แมนฯ ยูไนเต็ด เร็วๆ นี้
      
       เพียงไม่กี่วันก่อนที่ศึก พรีเมียร์ชิป ฤดูกาล 2012-13 จะเปิดฉากขึ้น มีรายงานว่า "เดอะ กันเนอร์ส" ได้รับข้อเสนอมูลค่า 20 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,000 ล้านบาท) จาก "ปิศาจแดง" ซึ่งเป็นตัวเต็งที่อาจคว้า นักเตะวัย 29 ปี ไปล่าตาข่ายร่วมกับ เวย์น รูนีย์ หลังจาก โรแบร์โต มันชินี ยอมยกธงขาวในการดึง หัวหอกชาวดัตช์ มายังถิ่น เอติฮัด สเตเดียม
      
       ขณะเดียวกัน ปราการหลังชาวเบลเจียน ยังคงมีความหวังที่จะดึง อดีตนักเตะเฟเยนูร์ด มาร่วมทัพ "เรือใบสีฟ้า" เพื่อป้องกันแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษ ก่อนสิ้นเดือนสิงหาคม และยังมั่นใจว่า หาก มหาเศรษฐีเมืองแมนเชสเตอร์ ได้ตัว "อาร์วีพี" จะทำให้ทีมแข็งแกร่งพอจะไล่ล่าความสำเร็จรายการอื่นๆ
      
       เซนเตอร์ฮาล์ฟวัย 26 ปี กล่าวว่า "มันง่ายมากที่จะพูดว่า คุณต้องการเล่นร่วมกับ โรบิน ฟาน เพอร์ซี เขาเป็นผู้เล่นที่ยอดเยี่ยม เขาพิสูจน์ให้เห็นหลายต่อหลายครั้งเมื่อฤดูกาลที่แล้ว และหากสโมสรใดมีเขาอยู่ย่อมจะต้องแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม"
      
       นอกจากนี้ โธมัส แฟร์มาเลน กองหลังของ "ปืนใหญ่" ยังเชื่อว่า ฟาน เพอร์ซี จะอยู่ในถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดียม ต่อไป พร้อมทั้งบอกว่า "สำหรับผม เขามีสภาพร่างกายที่สมบูรณ์ และยังคงเฉียบขาดเหมือนเดิมระหว่างฝึกซ้อม เขาทำงานหนัก และกำลังเรียกความฟิต ผมไม่เห็นว่าเขาจะมีอะไรแตกต่างจากเมื่อก่อน และผมหวังว่า เขาจะอยู่กับเราในอีก 4 ปีข้างหน้า"
Read More

คลิปไฮไลท์ฟุตบอล เอฟเอ คอมมูนิตี ชิลด์ 12 ส.ค. 55 | เชลซี 2 - 3 แมนเชสเตอร์ ซิตี


คลิปไฮไลท์ฟุตบอล เอฟเอ คอมมูนิตี ชิลด์ 12 ส.ค. 55 | เชลซี 2 - 3 แมนเชสเตอร์ ซิตี
คลิปไฮไลท์ฟุตบอล เอฟเอ คอมมูนิตี ชิลด์ 12 ส.ค. 55 | เชลซี 2 - 3 แมนเชสเตอร์ ซิตี
ประตู 1 - 0 Torres 40'
1 - 1 Touré 53'
1 - 2 Tevez 59'
1 - 3 Nasri 65'
2 - 3 Bertrand 80'
Read More

ผลฟุตบอล เอฟเอ คอมมูนิตี ชิลด์ 12 ส.ค. 55 | เชลซี 2 - 3 แมนเชสเตอร์ ซิตี

ผลฟุตบอล เอฟเอ คอมมูนิตี ชิลด์ 12 ส.ค. 55 | เชลซี 2 - 3 แมนเชสเตอร์ ซิตี
ผลฟุตบอล เอฟเอ คอมมูนิตี ชิลด์ ณ สนาม วิลลา ปาร์ค
เชลซี 2 - 3 แมนเชสเตอร์ ซิตี

"เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ พลิกยิงแซงเฉือนชนะ "สิงห์บลูส์" เชลซี ที่เหลือ 10 คน ไปได้ 3-2 คว้าแชมป์คอมมิวนิตี้ ชิลด์ ประจำปีนี้ไปครองได้สำเร็จ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 สิงหาคม ที่ผ่านมา

การแข่งขันฟุตบอลศึก คอมมิวนิตี้ ชิลด์ อังกฤษ ประจำค่ำคืนวันอาทิตย์ที่ 12 สิงหาคม 2555 ระหว่าง "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี แชมป์ เอฟเอคัพ ซีซั่นก่อน พบกับ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดีซีซั่นก่อน ที่สนาม วิลล่า พาร์ค

"สิงโตน้ำเงินคราม" ของกุนซือ โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ ผลงานอุ่นเครื่อง 3 นัดหลังไม่ดีเลย แพ้ ออลสตาร์ส เมเจอร์ลีก 2-3, แพ้ เอซี มิลาน 0-1 ที่ สหรัฐอเมริกา และนัดล่าสุดแพ้ ไบรท์ตัน อีก 1-3 เกมนี้มาในระบบ 4-3-3 เริ่มจาก ปีเตอร์ เช็ก ลงเฝ้าเสา แผงหลัง บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, ดาวิด ลุยซ์, จอห์น เทอร์รี่, แอชลี่ย์ โคล แดนกลาง รามิเรส, จอห์น โอบี มิเกล และ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ส่วน 3 แนวรุกเป็นหน้าที่ของ ฆวน มาต้า, เอแด็ง อาซาร์, เฟร์นานโด ตอร์เรส

ทางฝั่ง โรแบร์โต้ มันชินี่ กุนซือ "เรือใบสีฟ้า" แชมป์พรีเมียร์ลีก ยังไม่มีความเคลื่อนไหวเสริมทัพในฤดูกาลนี้เลยแม้แต่คนเดียว ดังนั้นสภาพทีมยังคงเป็นชุดเดิมจากเมื่อซีซั่นที่แล้ว เกมนี้มาในระบบ 4-2-3-1 คอสเตล พานติลิมัน เฝ้าเสา แผงหลัง ปาโบล ซาบาเลต้า, แวงซ็องต์ ก็อมปานี, สเตฟาน ซาวิช, อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ แดนกลาง ยาย่า ตูเร่ กับ ไนเจล เดอ ยองก์ ทำหน้าที่คุมเกมรับ แนวรุกเป็นหน้าที่ของ เจมส์ มิลเนอร์, ซามีร์ นาสรี่, คาร์ลอส เตเวซ ส่วนหน้าเป้า เซร์คิโอ อเกวโร่

เริ่มเกมครึ่งแรกมา 3 นาทีเป็น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ลุ้นก่อนจากลูกฟรีคิกหน้าเส้นเขตโทษทางซ้าย คาร์ลอส เตเวซ บรรจงปั่นด้วยขวาบอลโค้งผ่านกำแพง เเต่ ปีเตอร์ เช็ก ยังทุบออกข้างไปได้หวุดหวิด

เกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 16 "เรือใบสีฟ้า" ที่เดินหน้าบุกแหลก มีโอกาสได้ลุ้นจากจังหวะที่ เซร์คิโอ อเกวโร่ แทงบอลมาให้ ซามีร์ นาสรี่ หลุดเข้าไปในเขตโทษทางซ้ายได้ยิงมุมแคบ แต่ ปีเตอร์ เช็ก ยังไวออกมาปิดมุมเซฟบอลออกหลังไปได้

น.25 เป็นฝ่าย เชลซี ได้มีโอกาสบ้าง รามิเรส พาบอลขึ้นไปทางฝั่งขวาก่อนเปิดเข้าไปในเขตโทษให้ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ได้ซัดด้วยขวา เเต่บอลไปเข้ามือ คอสเตล พานติลิมัน เซฟไว้ได้

น.29 "สิงห์บลูส์" มาได้ลุ้นอีกครั้งจากการยิงไกลของ เอแด็ง อาซาร์ แม้บอลจะพุ่งแรง แต่ คอสเตล พานติลิมัน ยังล้มตัวเซฟไว้ได้

น.40 เชลซี มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ รามิเรส เก็บตกบอลได้บริเวณหัวกะโหลก ก่อนแหวกหนีกองหลัง แมนฯ ซิตี้ แล้วจ่ายบอลมาให้ เฟร์นานโด ตอร์เรส ที่ยืนว่างอยู่ในเขตโทษจิ้มบอลด้วยเท้าซ้าย ส่งบอลสวนตัว คอสเตล พานติลิมัน เข้าไปตุงตาข่าย

แต่อีก 2 นาทีต่อมา เชลซี ก็ต้องเหลือผู้เล่นเพียงเเค่ 10 คน เมื่อ บรานิสลาฟ อิวาโนวิช ไปสไลด์เปิดปุ่มใส่ อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ แบบน่าเกลียด เควิน เฟรนด์ วิ่งตรงไปแจกใบแดงให้ อิวาโนวิช ทันที

หลังจากนั้น ทั้งสองทีมไม่สามารถทำอะไรได้เพิ่มเติม หมดครึ่งแรก เชลซี ขึ้นนำ แมนฯ ซิตี้ 1-0 แต่เหลือนักเตะในสนามแค่ 10 คนเท่านั้น

เริ่มเกมในครึ่งหลังมาได้ 3 นาที เชลซี ที่คนน้อยกว่ามาได้ลุ้นก่อนจากลูกวอลเลย์ของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด แต่กดไม่ลงบอลเหินข้ามคานออกหลังไป

น.53 "เรือใบสีฟ้า" มาตามตีเสมอได้สำเร็จจากจังหวะที่ จอห์น เทอร์รี่ สกัดบอลไปเข้าทาง ยาย่า ตูเร่ แตะบอลตรงกรอบเขตโทษ ก่อนตะบันยิงด้วยเท้าขวา บอลพุ่งเรียดเสียบเสาแรกอย่างงดงาม ให้ แมนฯ ซิตี้ ตีเสมอเป็น 1-1

น.59 แมนฯ ซิตี้ มาได้เฮอีกครั้ง เมื่อ คาร์ลอส เตเวซ ได้บอลตรงกรอบเขตโทษทางซ้าย ก่อนพาบอลลากหนี ดาวิด ลุยซ์ มาตรงบริเวณหัวกะโลก แล้วตะบันด้วยเท้าขวาเต็มข้อ บอลพุ่งเสียบตาข่ายอย่างสวยงาม เป็นสกอร์ให้ แมนฯ ซิตี้ ขึ้นนำ 2-1

น.65 "เรือใบสีฟ้า" ที่บุกอย่างต่อเนื่องและมาได้ลูกที่ 3 จนได้เมื่อ อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ เติมเกมหลุดมาถึงเส้นหลังฝั่งซ้าย ก่อนเปิดตวัดเข้ากลางให้ ซามีร์ นาสรี่ กระโดดดีดบอลด้วยเท้าซ้าย ส่งบอลตุงตาข่าย เป็นประตูให้ แมนฯ ซิตี้ นำห่าง 3-1

น.80 เชลซี มีฮึดทำประตูไล่มาเป็น 3-2 จากจังหวะที่ ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ลองสับไกยิงหน้าเขตโทษด้วยซ้าย บอลไปตรงตัว คอสเตล พานติลิมัน เเต่รับกระฉอก ไรอัน เบิร์ตทรานด์ ไม่รอช้าวิ่งเข้าไปตามซ้ำจ่อๆ เข้าประตูไป

ช่วงท้ายเกม "เรือใบสีฟ้า" ครองบอลบุกเข้าใส่ เชลซี ได้มากกว่าอย่างชัดเจน เเต่ก็ไม่สามารถทำประตูเพิ่มได้ จบเกม แมนฯ ซิตี้ เฉือนเอาชนะ เชลซี ไปอย่างสนุก 3-2 คว้าโล่การกุศล ไปครอง

รายชื่อนักเตะของทั้ง 2 ทีม

เชลซี : ระบบ 4-3-3ปีเตอร์ เช็ก (ผู้รักษาประตู) - บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, ดาวิด ลุยซ์, จอห์น เทอร์รี่, แอชลี่ย์ โคล - รามิเรส, จอห์น โอบี มิเกล, แฟร้งค์ แลมพาร์ด - ฆวน มาต้า (ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ น.73), เอแด็ง อาซาร์ (ไรอัน เบิร์ตทรานด์ น.70), เฟร์นานโด ตอร์เรส

แมนฯ ซิตี้
: ระบบ 4-2-3-1คอสเตล พานติลิมัน (ผู้รักษาประตู) - ปาโบล ซาบาเลต้า, แวงซ็องต์ ก็อมปานี, สเตฟาน ซาวิช (กาแอล กลิชี่ น.45), อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ - ยาย่า ตูเร่, ไนเจล เดอ ยองก์ - เจมส์ มิลเนอร์, ซามีร์ นาสรี่ (ดาบิด ซิลบา น.75), คาร์ลอส เตเวซ (เอดิน เชโก้ น.87) - เซร์คิโอ อเกวโร่

ผู้ตัดสิน : เควิน เฟรนด์
Read More

เรือปัดเปแอชเช 40 ล้านป. ดึง "บาโล"

มาริโอ บาโลเตลลี
แมนเชสเตอร์ ซิตี ออกมาปฏิเสธข้อเสนอจำนวน 40 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2 พันล้านบาท) ของ ปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง ทีมเศรษฐีแห่งเวทีลีกเอิง ฝรั่งเศส ที่ขอยื่นซื้อ มาริโอ บาโลเตลลี ดาวยิงเจ้าปัญหา หลัง โรแบร์โต มันชินี กุนซือ "เรือใบสีฟ้า" ขู่ลาออกแน่หากทีมขาย "บาโล" ออกไป

ทุ่มเงินมหาศาลกว้านซื้อตัวผู้เล่นชื่อดังทั่วโลกมาร่วมทีม อาทิ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช จอมยิงของเอซี มิลาน และ ลูคัส มูรา จอมทัพของบราซิล ทว่าดูเหมือน เปแอชเช ยังไม่พอใจต้องการเสริมทัพต่อเนื่อง โดยมี "ซูเปอร์มาริโอ" กองหน้าดาวรุ่งของ "เรือใบสีฟ้า" เป็นเป้าหมายสำคัญ

รายงานระบุว่า เปแอชเช ได้ยื่นข้อเสนอจำนวน 40 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2 พันล้านบาท) ให้บอร์ด "เรือใบสีฟ้า" พิจารณา ทว่าหลังเจอคำขู่ ของ มันชินี ที่บอกว่าจะลาออกจากการทำทีมหากปล่อยตัว บาโลเตลลี ให้กับทีมอื่น ทำให้ทีมแชมป์พรีเมียร์ลีก ต้องจำใจปฏิเสธไปในที่สุด

ขณะที่ กุนซือมาดเนี้ยบเองก็ยอมรับว่ามีหลายทีมยื่นข้อเสนอขอซื้อกองหน้าชาวอิตาเลียน แต่ก็ยืนยันไม่คิดปล่อยตัวดาวยิงที่เตรียมลงสนามในเกมคอมมูนิตี ชิลด์ กับ เชลซี ในวันอาทิตย์ที่ 12 ส.ค. นี้ว่า โดยกล่าวว่า "ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาเราได้รับข้อเสนอจากหลายทีมที่ต้องการตัวเขา แต่ มาริโอ ทำผลงานมหัศจรรย์มากในยูโร 2012 เขาอายุแค่ 21 ปี และชัดเจนว่าจะมีแววพัฒนาได้อีกในอนาคต"
Read More

"มันโช่" เชื่อผีคมขึ้นแน่หากซิว "อาร์วีพี"

โรบิน ฟาน เพอร์ซี
โรแบร์โต มันชินี กุนซือ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี เชื่อว่าหาก "ผีแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คู่ปรับแย่งแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปฏิบัติการคว้า โรบิน ฟาน เพอร์ซี มาเสริมคมได้จะยังยิ่งเป็นการเสริมความครบเครื่อง

แมนฯ ยูไนเต็ด กลายเป็นทีมที่มีโอกาสกระชากตัว โรบิน ฟาน เพอร์ซี มาร่วมงานมากที่สุด โดยสุดสัปดาห์นี้ เดวิด กิลล์ ประธานบริหารมีคิวเจรจา อีวาน กาซิดิส ซีอีโอ อาร์เซนอล ถึงการทุ่มเงิน 20 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1 พันล้านบาท) คว้าตัวดาวยิงทีมชาติฮอลแลนด์วัย 29 ปี มาสู่รั้วโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ก่อนฤดูกาล 2012/13 เปิดฉากกลางเดือนสิงหาคมนี้

ด้าน โรแบร์โต มันชินี ที่ดูผิดหวังจากการที่บอร์ดบริหาร แมนฯ ซิตี ไม่ยอมทุ่มเงินซิว "อาร์วีพี" มาสู่ถิ่นเอติฮัด สเตเดียม แสดงความคิดเห็นกับกรณีข้างต้นว่า "ถ้า แมนฯ ยูไนเต็ด สามารถซื้อ ฟาน เพอร์ซี มาร่วมทีมได้ พวกเขาก็จะเป็นทีมที่ดีขึ้นกว่าเดิมแน่นอนอยู่แล้ว เพราะแมนฯ ยูไนเต็ด ต้องการนักเตะแบบ ฟาน เพอร์ซี นักเตะคนนี้สามารถเล่นให้กับทีมใดก็ได้ เนื่องจากฝีเท้าระดับโลก"
Read More

เรืออุ่นเฮ 2-0, สิงห์พ่ายยับ 1-3

แมนเชสเตอร์ ซิตี ได้ความแม่นยำของ เซร์คิโอ อกูเอโร และ ยายา ตูเร ช่วยกันยิงคนละตุงพา "เรือใบสีฟ้า" เชือด โวล์ฟบวร์กไป 2-0 ในเกมอุ่นเครื่องสโมสร เมื่อวันที่ 4 ส.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่ "สิงห์บลู" เชลซี เล่นนัดสุดท้ายพ่าย ไบรธ์ตัน ไป 1-3 ในวันเดียวกัน

ศึกฟุตบอลกระชับมิตรสโมสร เมื่อคืนวันที่ 4 ส.ค. ที่ผ่านมา ยังคงมีโปรแกรมลงเล่นกันอย่างต่อเนื่อง โดยเกมคู่ที่น่าสนใจ แมนเชสเตอร์ ซิตี แชมป์พรีเมียร์ลีกทีมล่าสุด เดินทางไปยังโฟล์คสวาเกน อารีนา เพื่อลงอุ่นเกือกกับ โวล์ฟบวร์ก ทีมดังแห่งศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี

ปรากฏว่าเกมนี้ "เรือใบสีฟ้า" ของโรแบร์โต มันชินี ที่ส่งผู้เล่นลงสนามแบบฟูลทีม ก็จัดการเอาชนะ โวล์ฟบวร์ก ไปได้ 2-0 จากการทำประตูของ เซร์คิโอ อกูเอโร (น.40) และ ยายา ตูเร (น.56) ซึ่งหลังจากนี้ ซิตี จะลงเล่นเกมอุ่นเครื่องนัดสุดท้ายกับ ริเมริค ในวันที่ 5 ส.ค. ก่อนฟาดเกือกกับ เชลซี ในศึกคอมมูนิตี ชิลด์ วันที่ 12 ส.ค. นี้

ส่วนเกมอีกคู่ที่เตะวันเดียวกัน เชลซี ลงเล่นทัวร์นาเมนต์อุ่นเครื่องนัดสุดท้ายได้ไม่สวยงามนัก หลัง โรแบร์โต ดิ มัตเตโอ กุนซือของทีมที่ส่งผู้เล่นตัวจริงลงสนามครบชุด กลับโดน ไบรธ์ตัน สอนบอลเอาชนะไป 3-1 โดยเกมนี้ แฟรงค์ แลมพาร์ด ยิงให้สิงห์บลูนำก่อน 1-0 นาที 35 แต่หลังจากนั้นโดนคู่แข่งถลุงคืน 3 ประตูรวด ปิดฉากแบบเจ็บช้ำก่อนฟาดเกือกกับ เรือใบสีฟ้า ในเกมการกุศล 12 ส.ค. นี้

ผลฟุตบอลกระชับมิตรสโมสร คู่ที่น่าสนใจ
ไบรธ์ตัน 3-1 เชลซี
โวล์ฟบวร์ก 0-2 แมนเชสเตอร์ ซิตี
มุนเชนกลัดบัค 0-0 เซบีญา
ฮัมบูร์ก 0-1 โบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์
น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ 3-1 แอสตัน วิลลา
บาเยิร์น มิวนิค (2)2-2(4) แวร์เดอร์ เบรเมน (เบรเมน ชนะจุดโทษ)
ปอร์โต 0-0 โอลิมปิก ลียง
เอซี มิลาน 3-1 ซีดี โอลิมเปีย
ปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง (1)2-2(4) บาร์เซโลนา (บาร์เซโลนา ชนะจุดโทษ)
Read More

ไม่ปลื้มใส่สนับก้น "เซโก" ขู่ลาเรือใบ

เอดิน เซโก ศูนย์หน้าบอสเนียนส่งสัญญาณไปยัง โรแบร์โต มันชินี กุนซือ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี ให้พิจารณาส่งลงสนามเป็นตัวจริงมากขึ้น ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะมาถึง

แมนฯ ซิตี เจียดเงิน 27 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1.35 พันล้านบาท) ไปดึงตัว เอดิน เซโก มาจาก "หมาป่า" โวล์ฟสบวร์ก ในเวทีบุนเดสลีกา เยอรมนี ซึ่งสตาร์ทีมชาติบอสเนีย ตอบแทนด้วยการซัดไป 14 ประตู จากการลงเล่นตัวจริงเพียงแค่ 16 นัดฤดูกาล 2011/12 ที่ผ่านมา ทว่ามีส่วนสำคัญนำ "เรือใบสีฟ้า" เป็นแชมป์ลีกหนแรกตั้งแต่ปี 1968

อย่างไรก็ตาม ก่อนซีซัน 2012/13 เปิดฉาก เซโก ให้สัมภาษณ์เชิงกดดัน โรแบร์โต มันชินี กุนซือชาวอิตาเลียน "ช่วงครึ่งฤดูกาลหลังปีก่อน ผมไม่ลงเล่นตัวจริงน้อยมาก ซึ่งก็ไม่รู้ว่าทำไม แต่นั่นทำให้ผมสูญเสียจังหวะของตัวเองไป ผมมาอยู่กับ แมนฯ ซิตี เพื่อการลงสนามไปเล่นฟุตบอล"

"โดยผมไม่เคยนึกไปถึงการนั่งสำรอง แม้ผมโอเคกับการนั่งอยู่ขอบสนาม แต่ถ้ายังเป็นเช่นนั้นต่อไปเรื่อยๆ ผมก็พูดได้เลยว่าทุกอย่างสามารถเกิดขึ้นได้" นักเตะที่เคยเป็นเป้าหมายของทั้ง บาเยิร์น มิวนิค และยูเวนตุส ทิ้งท้าย
Read More

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 3 มี.ค. 55 | แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2 - 0 โบลตัน

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 3 มี.ค. 55 | แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2 - 0 โบลตัน

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 3 มี.ค. 55 | แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2 - 0 โบลตัน


"เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี เปิดรังอิทิฮัด สเตเดียม เอาชนะ โบลตัน วันเดอเรอร์ส สบาย 2-0 นำเป็นจ่าฝูงทำคะแนนทิ้ง "ผีแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ห่าง 5 แต้ม ขณะที่ "สิงห์บลู" เชลซี พลาดท่าบุกแพ้ต่อ เวสต์บรอมวิช อัลเบียน 0-1 ในศึกพรีเมียร์ชิป อังกฤษ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 3 มี.ค.2555

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 3 มี.ค. 55 | แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2 - 0 โบลตัน

"เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี จ่าฝูงลุ้นทำคะแนนฉีกหนี "ผีแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ห่าง 5 คะแนน ถ้าหากเก็บชัยชนะเหนือโบลตัน วันเดอเรอร์ส เกมนี้เจ้าถิ่นของกุนซือ โรแบร์โต มันชินี พักผู้เล่นตัวหลักหลายคน แต่ยังมี ยายา ตูเร ทำเกมตรงกลาง ส่วน ซาเมียร์ นาสรี อดัม จอห์นสัน และ มาริโอ บาโลเตลลี หัวหอกจอมแสบ เป็นสามประสานแดนหน้า ขณะที่ โอเวน คอยล์ โค้ชทีมเยือนมีข่าวดี มาร์ก เดวิส ฟิตกลับมาลงสนาม ทำเกมรุกร่วมกับ ดาวิด เอนกอก และ เรียว มิยาอิชิ ดาวรุ่งที่ยืมตัวมาจาก อาร์เซนอล

เปิดฉากครึ่งแรก แมนฯ ซิตี ทำเกมบุกใส่ทันที นาที 2 บาโลเตลลี ได้บอลหลุดเข้าเขตโทษ ก่อนซัดด้วยขวา บอลผ่านมือ อดัม บอกดาน นายทวารทีมเยือน บอลไปชนเสา แม้กระดอนมาเข้าทาง นาสรี ตามซ้ำดาบสอง แต่ยังติดเซฟ บอกดาน ช่วยให้ โบลตัน ยังไม่เสียประตู

เจ้าถิ่นเดินหน้าบุกกดดันต่อ อีก 2 นาทีถัดมา จอห์นสัน ทำชิ่งกับ ตูเร จนหลุดเข้าเขตโทษ ก่อนเปิดมาให้ บาโลเตลลี เกี่ยวบอลติดด้วยปลายเท้าแล้วตวัดยิงหลุดโคนเสานิดเดียว แมนฯ ซิตี มาประสบความสำเร็จทำประตูออกนำ 1-0 จนได้ในนาที 22 กาแอล กลีชี เติมเกมบุกขึ้นมาทางกราบซ้ายแล้วเปิดบอลเข้าไปในเขตโทษ บอลแฉลบศีระ เกรตาร์ ราฟน์ สไตน์สสัน กองหลังทีมเยือนเปลี่ยนทางเข้าประตูตัวเอง

บาโลเตลลี เกือบบวกเพิ่มให้ เรือใบสีฟ้า ในนาที 29 จากลูกฟรีคิกระยะประมาณ 20 หลาหน้าเขตโทษ บอลเหินข้ามคานนิดเดียว ขณะที่ โบลตัน มีโอกาสลุ้นประตูแบบจะแจ้งครั้งแรกในนาที 36 มิยาอิชิ ได้บอลหน้าเขตโทษ ก่อนแตะหนี โคโล ตูเร ตัวสำรองที่ลงมาแทน พาโบล ซาบาเยตา ซึ่งมีปัญหาบาดเจ็บก่อนหน้านี้ แต่ยิงในเขตโทษหลุดเสาสองออกไป

ก่อนจบครึ่งแรก 2 นาที แมนฯ ซิตี ทำเกมบุกขึ้นมาอีกครั้ง ตูเร กระชากบอลมาถึงหน้าเขตโทษ โบลตัน ก่อนจ่ายบอลให้ แวงซองต์ กอมปานี เก็บบอลไม่ได้ แต่บอลเลยมาถึง บาโลเตลลี ซัดไปติดเซฟ บอกดาน อีก ทำให้จบเกม 45 นาทีแรกจ่าฝูงนำเพียง 1-0

เกมครึ่งหลังยังเป็น แมนฯ ซิตี ที่ครองเกมบุกเหนือกว่า ในนาที 64 ดาร์เรน แพรทลีย์ มิดฟิลด์ โบลตัน สกัดบอลจากเท้าของ นาสรี เกือบเข้าประตูตัวเอง แต่ยังดีที่บอลไปชนคาน กระทั่งนาที 69 จอห์นสัน ใช้ความสามารถเฉพาะตัว แหวกกองหลังทีมเยือนหลุดไปถึงเส้นหลัง แล้วตอกส้นมาให้ บาโลเตลลี ตวัดยิงง่ายๆให้เจ้าถิ่นหนีห่าง 2-0

ช่วงเวลาที่เหลือ ลูกทีมของ มันชินี ประคองตัวกระทั่งจบเกม 90 นาทีเอาชนะไปด้วยสกอร์ดังกล่าว พร้อมเก็บคะแนนเพิ่มเป็น 66 คะแนน ทิ้งห่าง 5 คะแนนจาก แมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งลงเตะกับ ทอตแนม ฮอตสเปอร์ ในวันอาทิตย์ที่ 4 มี.ค.นี้ ส่วน โบลตัน มี 20 คะแนนเท่าเดิมอยู่รองบ๊วย

รายชื่อผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม
แมนฯ ซิตี - โจ ฮาร์ท, โจเลียน เลสคอตต์, แวงซองต์ กอมปานี, กาแอล กลีชี, พาโบล ซาบาเยตา, แกเรธ แบร์รี, ดาวิด ปิซาร์โร, ยายา ตูเร, ซาเมียร์ นาสรี, อดัม จอห์นสัน, มาริโอ บาโลเตลลี
โบลตัน - อดัม บอกดาน, แซท ไนท์, เดวิด วีเทอร์, ซามูเอล ริกเกตต์ส, เกรตาร์ ราฟน์ สไตน์สสัน, ไนเจล รีโอ โคเกอร์, ทิม รีม, ดาร์เรน แพรทลีย์, เรียว มิยาอิชิ, มาร์ก เดวีส์, ดาวิด เอนกอก

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ชิป อังกฤษ ประจำวันที่ 3 มี.ค. 2555

ลิเวอร์พูล 1 - 2 อาร์เซนอล
1 - 0 : โลรองต์ กอสเซียลนีย์ ทำเข้าประตูตัวเอง น.22
1 - 1 : โรบิน ฟาน เพอร์ซี น.31
1 - 2 : โรบิน ฟาน เพอร์ซี น.90+2

แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 1 - 1 แอสตัน วิลลา
0 - 1 : ชาร์ลส์ เอนซอกเบีย น.23
1 - 1 : เดวิด ดันน์ น.84

แมนฯ ซิตี 2 - 0 โบลตัน
1 - 0 : เกรตา ราฟน์ สไตน์สสัน ทำเข้าประตูตัวเอง น.22
2 - 0 : มาริโอ บาโลเตลลี น.69

ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ 1 - 1 เอฟเวอร์ตัน 
0 - 1 : รอยสตัน เดรนเธ น.31
1 - 1 : บอบบี ซาโมรา น.35

สโต๊ค ซิตี 1 - 0 นอริช ซิตี 
1 - 0 : แมทธิว เอเธอริงตัน น.71
เวสต์บรอมวิช อัลเบียน 1 - 0 เชลซี 
1 - 0 : แกเรธ แม็คออลีย์ น.81
วีแกน 0 - 2 สวอนซี ซิตี
0 - 1 : กิลฟี ซิเกิร์ดส์สัน น.45+2
0 - 2 : กิลฟี ซิเกิร์ดส์สัน น.53
Read More

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

อย่าลืมกด Like ให้ด้วยนะครับ

Blog Archive

7m, ผลบอลพรีเมียร์, วิเคราะห์บอลพรีเมียร์, ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์, ตารางคะแนนบอลพรีเมียร์, โปรแกรมฟุตบอลพรีเมียร์, โปรแกรมถ่ายทอดสดบอลพรีเมียร์, ตารางบอล, คลิปฟุตบอล, คลิปไฮไลท์, คลิปไฮไลท์บอลพรีเมียร์, สยามกีฬา, บ้านผลบอล, เซียนสเต็ป, ล้มโต๊ะ, Goal, ดูบอลพรีเมียร์ออนไลน์, ผลบอลสด, ฟุตบอล, ผลบอลวันนี้, บอลวันนี้, ผลบอลเมื่อคืน, ผลฟุตบอล, ฟุตบอลวันนี้, โปรแกรมฟุตบอล, บอล, ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก, ตารางบอล, ข่าวฟุตบอล, คลิบฟุตบอล, เกมส์ุฟุตบอล, ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก, ผลฟุตบอลสด, football, soccer

ข่าวสโมสรพรีเมียร์ลีกอังกฤษทั้งหมด

Man Utd (151) Liverpool (148) Chelsea (62) Tottenham (61) Arsenal (60) Man City (51) Aston Villa (45) Newcastle (45) Stoke (42) Fulham (40) Sunderland (35) Everton (33) West Brom (31) Wigan (29) Swansea (25) Bolton (24) Blackburn (23) Norwich (22) QPR (22) West Ham (18) Birmingham (10) Blackpool (10) Reading (10) Southampton (10) Cardiff City (3) Crystal Palace (2) Hull City (2)