Showing posts with label Bolton. Show all posts
Showing posts with label Bolton. Show all posts

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 3 มี.ค. 55 | แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2 - 0 โบลตัน

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 3 มี.ค. 55 | แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2 - 0 โบลตัน

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 3 มี.ค. 55 | แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2 - 0 โบลตัน


"เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี เปิดรังอิทิฮัด สเตเดียม เอาชนะ โบลตัน วันเดอเรอร์ส สบาย 2-0 นำเป็นจ่าฝูงทำคะแนนทิ้ง "ผีแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ห่าง 5 แต้ม ขณะที่ "สิงห์บลู" เชลซี พลาดท่าบุกแพ้ต่อ เวสต์บรอมวิช อัลเบียน 0-1 ในศึกพรีเมียร์ชิป อังกฤษ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 3 มี.ค.2555

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 3 มี.ค. 55 | แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2 - 0 โบลตัน

"เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี จ่าฝูงลุ้นทำคะแนนฉีกหนี "ผีแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ห่าง 5 คะแนน ถ้าหากเก็บชัยชนะเหนือโบลตัน วันเดอเรอร์ส เกมนี้เจ้าถิ่นของกุนซือ โรแบร์โต มันชินี พักผู้เล่นตัวหลักหลายคน แต่ยังมี ยายา ตูเร ทำเกมตรงกลาง ส่วน ซาเมียร์ นาสรี อดัม จอห์นสัน และ มาริโอ บาโลเตลลี หัวหอกจอมแสบ เป็นสามประสานแดนหน้า ขณะที่ โอเวน คอยล์ โค้ชทีมเยือนมีข่าวดี มาร์ก เดวิส ฟิตกลับมาลงสนาม ทำเกมรุกร่วมกับ ดาวิด เอนกอก และ เรียว มิยาอิชิ ดาวรุ่งที่ยืมตัวมาจาก อาร์เซนอล

เปิดฉากครึ่งแรก แมนฯ ซิตี ทำเกมบุกใส่ทันที นาที 2 บาโลเตลลี ได้บอลหลุดเข้าเขตโทษ ก่อนซัดด้วยขวา บอลผ่านมือ อดัม บอกดาน นายทวารทีมเยือน บอลไปชนเสา แม้กระดอนมาเข้าทาง นาสรี ตามซ้ำดาบสอง แต่ยังติดเซฟ บอกดาน ช่วยให้ โบลตัน ยังไม่เสียประตู

เจ้าถิ่นเดินหน้าบุกกดดันต่อ อีก 2 นาทีถัดมา จอห์นสัน ทำชิ่งกับ ตูเร จนหลุดเข้าเขตโทษ ก่อนเปิดมาให้ บาโลเตลลี เกี่ยวบอลติดด้วยปลายเท้าแล้วตวัดยิงหลุดโคนเสานิดเดียว แมนฯ ซิตี มาประสบความสำเร็จทำประตูออกนำ 1-0 จนได้ในนาที 22 กาแอล กลีชี เติมเกมบุกขึ้นมาทางกราบซ้ายแล้วเปิดบอลเข้าไปในเขตโทษ บอลแฉลบศีระ เกรตาร์ ราฟน์ สไตน์สสัน กองหลังทีมเยือนเปลี่ยนทางเข้าประตูตัวเอง

บาโลเตลลี เกือบบวกเพิ่มให้ เรือใบสีฟ้า ในนาที 29 จากลูกฟรีคิกระยะประมาณ 20 หลาหน้าเขตโทษ บอลเหินข้ามคานนิดเดียว ขณะที่ โบลตัน มีโอกาสลุ้นประตูแบบจะแจ้งครั้งแรกในนาที 36 มิยาอิชิ ได้บอลหน้าเขตโทษ ก่อนแตะหนี โคโล ตูเร ตัวสำรองที่ลงมาแทน พาโบล ซาบาเยตา ซึ่งมีปัญหาบาดเจ็บก่อนหน้านี้ แต่ยิงในเขตโทษหลุดเสาสองออกไป

ก่อนจบครึ่งแรก 2 นาที แมนฯ ซิตี ทำเกมบุกขึ้นมาอีกครั้ง ตูเร กระชากบอลมาถึงหน้าเขตโทษ โบลตัน ก่อนจ่ายบอลให้ แวงซองต์ กอมปานี เก็บบอลไม่ได้ แต่บอลเลยมาถึง บาโลเตลลี ซัดไปติดเซฟ บอกดาน อีก ทำให้จบเกม 45 นาทีแรกจ่าฝูงนำเพียง 1-0

เกมครึ่งหลังยังเป็น แมนฯ ซิตี ที่ครองเกมบุกเหนือกว่า ในนาที 64 ดาร์เรน แพรทลีย์ มิดฟิลด์ โบลตัน สกัดบอลจากเท้าของ นาสรี เกือบเข้าประตูตัวเอง แต่ยังดีที่บอลไปชนคาน กระทั่งนาที 69 จอห์นสัน ใช้ความสามารถเฉพาะตัว แหวกกองหลังทีมเยือนหลุดไปถึงเส้นหลัง แล้วตอกส้นมาให้ บาโลเตลลี ตวัดยิงง่ายๆให้เจ้าถิ่นหนีห่าง 2-0

ช่วงเวลาที่เหลือ ลูกทีมของ มันชินี ประคองตัวกระทั่งจบเกม 90 นาทีเอาชนะไปด้วยสกอร์ดังกล่าว พร้อมเก็บคะแนนเพิ่มเป็น 66 คะแนน ทิ้งห่าง 5 คะแนนจาก แมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งลงเตะกับ ทอตแนม ฮอตสเปอร์ ในวันอาทิตย์ที่ 4 มี.ค.นี้ ส่วน โบลตัน มี 20 คะแนนเท่าเดิมอยู่รองบ๊วย

รายชื่อผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม
แมนฯ ซิตี - โจ ฮาร์ท, โจเลียน เลสคอตต์, แวงซองต์ กอมปานี, กาแอล กลีชี, พาโบล ซาบาเยตา, แกเรธ แบร์รี, ดาวิด ปิซาร์โร, ยายา ตูเร, ซาเมียร์ นาสรี, อดัม จอห์นสัน, มาริโอ บาโลเตลลี
โบลตัน - อดัม บอกดาน, แซท ไนท์, เดวิด วีเทอร์, ซามูเอล ริกเกตต์ส, เกรตาร์ ราฟน์ สไตน์สสัน, ไนเจล รีโอ โคเกอร์, ทิม รีม, ดาร์เรน แพรทลีย์, เรียว มิยาอิชิ, มาร์ก เดวีส์, ดาวิด เอนกอก

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ชิป อังกฤษ ประจำวันที่ 3 มี.ค. 2555

ลิเวอร์พูล 1 - 2 อาร์เซนอล
1 - 0 : โลรองต์ กอสเซียลนีย์ ทำเข้าประตูตัวเอง น.22
1 - 1 : โรบิน ฟาน เพอร์ซี น.31
1 - 2 : โรบิน ฟาน เพอร์ซี น.90+2

แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 1 - 1 แอสตัน วิลลา
0 - 1 : ชาร์ลส์ เอนซอกเบีย น.23
1 - 1 : เดวิด ดันน์ น.84

แมนฯ ซิตี 2 - 0 โบลตัน
1 - 0 : เกรตา ราฟน์ สไตน์สสัน ทำเข้าประตูตัวเอง น.22
2 - 0 : มาริโอ บาโลเตลลี น.69

ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ 1 - 1 เอฟเวอร์ตัน 
0 - 1 : รอยสตัน เดรนเธ น.31
1 - 1 : บอบบี ซาโมรา น.35

สโต๊ค ซิตี 1 - 0 นอริช ซิตี 
1 - 0 : แมทธิว เอเธอริงตัน น.71
เวสต์บรอมวิช อัลเบียน 1 - 0 เชลซี 
1 - 0 : แกเรธ แม็คออลีย์ น.81
วีแกน 0 - 2 สวอนซี ซิตี
0 - 1 : กิลฟี ซิเกิร์ดส์สัน น.45+2
0 - 2 : กิลฟี ซิเกิร์ดส์สัน น.53
Read More

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 14 ม.ค. 55 | แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3 - 0 โบลตัน

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 14 ม.ค. 55 | แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3 - 0 โบลตัน
คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 14 ม.ค. 55 | แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3 - 0 โบลตัน
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3-0 โบลตัน
สนาม : โอลด์ แทรฟฟอร์ด
ประตู :

1-0 สโคลส์ 45
2-0 เวลเบ็ค 74
3-0 คาร์ริค 83
Read More

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 14 ม.ค. 55 | แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3 - 0 โบลตัน

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 14 ม.ค. 55 | แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3 - 0 โบลตัน
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 14 ม.ค. 55 | แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3 - 0 โบลตัน
พอล สโคลส์ คัมแบ็กเหมือนฝันเมื่อลงตัวจริงในพรีเมียร์ลีกนัดแรกยิงเบิกร่องให้ทีมได้ทันทีก่อนเอาชนะโบลตัน ขาดลอย 3-0 ขยับทำแต้มเท่าจ่าฝูงแมนฯ ซิตี้แล้ว

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก (14 ม.ค.55)

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3-0 โบลตัน
สนาม : โอลด์ แทรฟฟอร์ด
ประตู :

1-0 สโคลส์ 45
2-0 เวลเบ็ค 74
3-0 คาร์ริค 83

“ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับมาเล่นในพรีเมียร์ลีกอีกครั้งโดยมีความหวังจะไล่บี้ แมนฯ ซิตี้ ที่ยังนำอยู่ 3 คะแนนและมีผลต่างประตูได้เสียที่ดีกว่าต่อไป โดยเกมนี้มี พอล สโคลส์ ลงตัวจริงนัดแรกด้วยหลังเซอร์ไพรซ์ในเกมเอฟเอ คัพ สัปดาห์ก่อน โดยรับมือ โบลตัน ซึ่งไม่มีแกรี่ เคฮิลล์ ที่เตรียมย้ายไปเชลซีแล้ว

นัดนี้เปิดฉากมา ไมเคิล คาร์ริค ก็จ่ายให้กับ แดนนี่ เวลเบ็ค ได้โอกาสยิงทักทายตั้งแต่ต้นเกมทันทีแต่ว่าโดน อดัม บ็ฮกดาน เซฟได้อย่างสุดยอด

จากนั้นเกมดำเนินมาเรื่อยถึงในนาทีที่ 22 แมนฯ ยูไนเต็ด มาได้จุดโทษในจังหวะที่ แซท ไนท์ ทำฟาวล์ เวลเบ็ค ในเขตโทษ แต่ว่า บ็อกดาน ก็ยังช่วยทีมด้วยการเซฟลูกยิงจุดโทษของรูนี่ย์ ได้อย่างยอดเยี่ยม

บ็อกดาน ยังคงเป็นมารผจญสำหรับเจ้าบ้านเมื่อยังเซฟอุตลุดหยุดไม่ให้แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ประตูนำไปก่อนไม่ว่าจะเป็นโอกาสของ เวลเบ็ค หรือลูกฟรีคิกมันๆของ รูนี่ย์ ที่โดนเซฟได้อย่างสุดยอดเหมือนเดิม

แต่มาถึงนาทีสุดท้ายของครึ่งแรก แมนฯ ยูไนเต็ด ก็มาได้ประตูออกนำไปก่อนราวกับมีการเขียนบท เมื่อคนทำประตูคือ พอล สโคลส์ ที่เพิ่งจะกลับมาช่วยทีม โดยเป็นจังหวะที่ นานี่ พยายามเปิดแต่ไปติดเดวิด วีเธอร์ บอลมาถึง รูนี่ย์ ยิงสวนไปเข้าทาง เวลเบ็ค ที่ต่อบอลให้ สโคลส์ จบสกอร์เข้าไป เป็นประตูแรกของสโคลส์ ในการกลับมาด้วย

ครึ่งหลัง แมนฯ ยูไนเต็ด ชักไม่ได้เหนือกว่าแล้วและเสียวจะโดนตีเสมอเหมือนกันจากโอกาสของ เกรตาร์ สไตน์สัน โขกไปแต่โดน ราฟาเอล สกัดทิ้งได้บนเส้น ก่อนที่ สโคลส์ จะโดนเปลี่ยนตัวออกให้อีกหนึ่งเก๋า ไรอัน กิ๊กส์ ลงสนามมา

แต่มาถึงนาทีที่ 74 แมนฯ ยูไนเต็ด ก็มาได้ประตูหนีเป็น 2-0 โดยเป็น รูนี่ย์ ที่จ่ายต่อให้ เวลเบ็ค ตรงมุมกรอบเขตโทษก่อนจะซัดผ่าน บ็อกดาน เข้าไปอย่างเฉียบขาด โดยทั้งคนเปิดและคนยิงได้รับบาดเจ็บจากจังหวะนี้ด้วยแต่เป็น เวลเบ็ค คนเดียวที่เล่นต่อไม่ไหวต้องเปลี่ยนออกให้ ฮาเวียร์ “ชิชาริโต้” เอร์นานเดซ ลงสนามแทน

อีก 9 นาทีถัดมา สกอร์ก็ขาดเป็น 3-0 โดยเป็นการยิงไกล 20 หลาของคาร์ริค ที่ได้บอลจ่ายจาก กิ๊กส์ ก่อนซัดเสียบมุมเข้าไปด้วยเท้าซ้ายอย่างสวยงาม เป็นประตูปิดท้ายในเกมนี้ด้วยให้ ยูไนเต็ด เก็บอีก 3 แต้มมีคะแนนเท่าจ่าฝูงแมนฯ?ซิตี้ ที่มีคิวลงสนามวันจันทร์แต่ยังแซงไม่ได้เพราะผลต่างประตูได้เสียเป็นรอง
รายชื่อผู้เล่นตัวจริงทั้งสองทีม
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด - อันเดอร์ส ลินเดการ์ด, ริโอ เฟอร์ดินานด์, จอนนี อีแวนส์, ปาทริซ เอฟรา, ราฟาเอล, พอล สโคลส์, ไมเคิล คาร์ริก, นานี, อันโตนิโอ วาเลนเซีย, เวย์น รูนีย์, แดนนี เวลเบ็ก
โบลตัน - อดัม บ็อกดาน, แซท ไนท์, เดวิด วีเทอร์, ซามูเอล ริเกตต์ส, เกรตาร์ ราฟน์ สไตน์สัน, ฟาบริซ มูอัมบา, ไนเจล รีโอ-โคเกอร์, มาร์ติน เปตรอฟ, คริส อีเกิลส์, ดาวิด เอ็นก็อก, มาร์ก เดวีส์

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ชิป อังกฤษ ประจำวันที่ 14 ม.ค.2555

แอสตัน วิลลา เสมอ เอฟเวอร์ตัน 1-1
1-0 : ดาร์เรน เบนท์ น.56
1-1 : วิคเตอร์ อนิเชเบ น.69

แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ชนะ ฟูแลม 3-1
1-0 : มอร์เทน กัมส์ท พีเดอร์เซน น.45+4
2-0 : เดวิด ดันน์ น.45
2-1 : ดาเมียน ดัฟฟ์ น.56
3-1 : เมาโร ฟอร์มิกา น.78

เชลซี ชนะ ซันเดอร์แลนด์ 1-0
1-0 : แฟรงค์ แลมพาร์ด น.13

ลิเวอร์พูล เสมอ สโต๊ค ซิตี 0-0

แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ โบลตัน 3-0
1-0 : พอล สโคลส์ น.45+1
2-0 : แดนนี เวลเบ็ก น.74
3-0 : ไมเคิล คาร์ริก น.83

ทอตแนม ฮอตสเปอร์ เสมอ วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-1
0-1 : สตีเวน เฟลทเชอร์ น.21
1-1 : ลูกา โมดริช น.51

เวสต์บรอมวิช แพ้ นอริช ซิตี 1-2
0-1 : แอนดรูว์ ซูร์แมน น.42
1-1 : เชน ลอง ลูกจุดโทษ น.68
1-2 : สตีฟ มอริสัน น.78
Read More

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 3 ธ.ค. 54 | สเปอร์ส 3 - 0 โบลตัน

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 3 ธ.ค. 54 | สเปอร์ส 3 - 0 โบลตัน
คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 3 ธ.ค. 54 | สเปอร์ส 3 - 0 โบลตัน
ประตู
1 - 0 Bale 7'
2 - 0 Lennon 50'
3 - 0 Defoe 61'
Read More

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 6 พ.ย. 54 | ฟูแล่ม 1 - 3 สเปอร์ส

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 6 พ.ย. 54 | ฟูแล่ม 1 - 3 สเปอร์ส
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 6 พ.ย. 54 | ฟูแล่ม 1 - 3 สเปอร์ส
"ไก่เดือยทอง" ท็อทแนม ฮอตสเปอร์ส บุกไปถล่ม "เจ้าสัวน้อย" ฟูแลม ได้ในศึก "ลอนดอน ดาร์บี แมตช์" ของเกมพรีเมียร์ชิป อังกฤษ นัดที่ 10 ด้วยสกอร์ 3-1 ขณะที่ โบลตัน เปิดบ้านยำใหญ่ สโต๊ค ซิตี ขาดลอย 5-0 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (6 พ.ย.)

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 6 พ.ย. 54 | ฟูแล่ม 1 - 3 สเปอร์ส

"ไก่เดือยทอง" ท็อทแนม ฮอตสเปอร์ส ลงสนามในศึกพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ นัดที่ 10 ออกไปเยือนถิ่น คราเวน คอทเทจ ของ "เจ้าสัวน้อย" ฟูแลม โดยเกมนี้ แฮร์รีย์ เรดแนปส์ ผู้จัดการทีม "ไก่เดือยทอง" ส่งแนวรุกลงเต็มสูบ อทิ ลูกา โมดริช, แกเรธ เบล, อารอน เลนนอน, เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ รวมถึง ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท หวังเก็บ 3 แต้มสำคัญให้ได้ เพื่อจี้ติด "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ทีมอันดับ 4 ของตาราง

เกมเริ่มต้นขึ้นทั้งสองทีมสามารถเดินเกมได้ตามแท็คติคที่วางไว้ แต่ "สเปอร์ส" สามารถฉวยจังหวะขึ้นได้ก่อนในนาทีที่ 10 จากจังหวะที่ อารอน เลนนอน เปิดจากกราบขวามาให้ เบล สับไกเต็มข้อบอลพุ่งไปโดน คริส แบร์ด เข้าประตู กลายเป็นทีมเยือนออกนำก่อน 1-0 จากนั้น "ฟูแลม" พยายามเร่งเกมเพื่อตีเสมอให้ได้ และได้โอกาสยิงจาก คลินท์ เดมพ์ซีย์ ในนาที 23 แต่ก็ยังไม่ผ่านมือ แบรด ฟรีเดล ต่อมานาที 31 เลนนอน ใช้ความเร็วเลี้ยงจี้ทางกราบขวาก่อนจะเปิดบอลแฉลบหน้าปากประตู ซวาร์เซอร์ รับได้ไม่ยากนัก

จากนั้นนาที 35 "ฟูแลม" ได้ลุ้นจากลูกนิ่งประตูฝั่งซ้าย แดนนี เมอร์ฟี เปิดบอลพุ่งเข้ามา อเดบายอ โขกสกัดไว้ได้ ก่อนที่ เดมพ์ซีย์ จะได้โหม่งอีกครั้งแต่ก็ไร้น้ำหนัก ต่อมานาที 41 เดมพ์ซีย์ ได้กดฟรีคิกหน้ากรอบระยะหวังผลได้ แต่บอลเหินข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย อย่างไรก็ดีกลายเป็น "สเปอร์ส" ที่หนีห่างออกไป 2-0 ในนาที 45 เมื่อ เลนนอน ลากจี้เข้ามาในเขตโทษ ก่อนที่จะตัดสินใจแปรเล่นทางเข้าเสาสองหมดปัญญาสำหรับ ซวาร์เซอร์ ที่จะเซฟได้ หลังจากนั้นช่วงถึงทดเวลาบาดเจ็บไม่มีทีมใดบวกสกอร์เพิ่มได้จบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 2-0

ครึ่งหลังเริ่มต้นขึ้น "ฟูแลม" ตัดสินใจเปลี่ยนตัว สตีเฟน เคลลี ลงมาแทน เซเนค กายเกรา จนทำให้รูปเกมของเจ้าบ้านดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จนมาได้ประตูตีไข่แตกในนาที 56 จากจังหวะเตะมุมฝั่งขวา คิง โขกสกัดออกบอลโดน กาบูล ผิดเหลี่ยมเข้าประตูไป เจ้าบ้านตามหลังมา 2-1

ต่อมานาที 66 สเปอร์สเปลี่ยนตัวส่ง เจอร์เมน เดโฟ ลงมาแทน ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท ที่เกมนี้ไม่มีบทบาทมากนัก และยังเกือบเสียประตูที่สองในนาที 70 เมื่อ "ฟูแลม" เล่นลูกสูตรจากฟรีคิก ก่อนจะเปิดบอลให้ เคลลี ยิงเข้าข้อ แต่ ฟรีเดล ยังโชว์ฟอร์มหนึบช่วยเอาไว้ได้ และจากนั้น ไบรอัน รุยซ์ ได้โอกาสลงสนามแทน ดาเมียน ดัฟฟ์ ในนาที 71

นาที 77 ฟูแลมเปลี่ยน ดิคสัน เอตูฮู แทนที่ แดนนี เมอร์ฟี และนาที 78 "สเปอร์ส" ส่ง ซานโดร ลงมาแทน เลนนอน อย่างไรก็ดีในช่วงเวลาที่เหลืออีก 10 นาทีรวมถึงทดเวลาบาดเจ็บแม้ "ฟูแลม" จะกดดันอย่างหนัก แต่ "ไก่เดือยทอง" ได้ทีเด็ดจาก เดโฟ ในช่วงทดเวลากดประตูตอกฝาโลงช่วยให้ทีมคว้าชัยด้วยสกอร์ 3-1 ส่งผลให้มี 22 แต้ม รั้งอยู่อันดับที่ 5 เป็นรอง เชลซี เพียงแค่ลูกได้เสีย แต่ลงแข่ง 10 นัด ขณะที่ "เจ้าสัวน้อย" หล่นมาอยู่ที่ 16 มี 10 แต้ม

รายชื่อผู้เล่น 11 คนแรกของทั้งสองทีม
ฟูแลม : มาร์ก ซวาร์เซอร์, เบรด์ แฮนเกลแลนด์, เซเนค กายเกรา, ณอร์น อาร์เน ริเซ, คริส แบร์ด, สตีฟ ซิดเวลล์, แดนนี เมอร์ฟี, คลินท์ เดมพ์ซี, ดาเมียน ดัฟฟ์, มูสซา เดมเบเล และบ็อบบี ซาโมลา
สเปอร์ส : แบรด ฟรีเดล, เลดลีย์ คิง, อัสซู-เอค็อตโต, คาย วอร์คเกอร์, โยเนส คาบูล, ลูกา โมดริช, สกอตต์ พาร์คเกอร์, กาเรธ เบล, อารอน เลนนอน, เอ็มมานูเอล อเดบายอ และราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 6 พ.ย. 54
วูลฟ์แฮมตัน 3 - 1 วีแกน แอธเลติค
1-0 โอฮารา นาที 31
1-1 วัตสัน นาที 42
2-1 เอ็ดวาร์ดส์ นาที 55
3-1 วาร์ด นาที 66

โบลตัน 5 - 0 สโตค ซิตี
1-0 เดวิส นาที 2
2-0 อีเกิลส์ นาที 24
3-0 คลาสนิก นาที 61
4-0 อีเกิลส์ นาที 24
5-0 คลาสนิก นาที 61
Read More

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 22 ต.ค. 54 | โบลตัน 0 - 2 ซันเดอร์แลนด์

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 22 ต.ค. 54 | โบลตัน 0 - 2 ซันเดอร์แลนด์
คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 22 ต.ค. 54 | โบลตัน 0 - 2 ซันเดอร์แลนด์
ประตู
0 - 1 Sessegnon 82'
0 - 2 Bendtner 90'
Read More

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 15 ต.ค. 54 | วีแกน 1 - 3 โบลตัน

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 15 ต.ค. 54 | วีแกน 1 - 3 โบลตัน
คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 15 ต.ค. 54 | วีแกน 1 - 3 โบลตัน
ประตู
0 - 1 Reo-Coker 4'
1 - 1 Diame 40'
1 - 2 N`Gog 45'
1 - 3 Eagles 90'
Read More

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 10 ก.ย. 54 | โบลตัน 0 - 5 แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 10 ก.ย. 54 | โบลตัน 0 - 5 แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด
คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 10 ก.ย. 54 | โบลตัน 0 - 5 แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด
ประตู :
0-1 ชิชาริโต้ 5
0-2 รูนี่ย์ 20
0-3 รูนี่ย์ 25
0-4 ชิชาริโต้ 58
0-5 รูนี่ย์ 68
Read More

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 10 ก.ย. 54 | โบลตัน 0 - 5 แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 10 ก.ย. 54 | โบลตัน 0 - 5 แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 10 ก.ย. 54 | โบลตัน 0 - 5 แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด
เวย์ น รูนี่ย์ ทำแฮตทริกได้อีกแล้วในเกมที่ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไล่ถล่ม โบลตัน วันเดอเรอร์ส ไปขาดลอย 5-0 โดยเกมนี้ “ชิชาริโต้” คัมแบ็กด้วยและทำได้ 2 ประตูทันที


ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก (10 ก.ย.54)
โบลตัน 0-5 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
สนาม : รีโก้ สเตเดี้ยม
ประตู :
0-1 ชิชาริโต้ 5
0-2 รูนี่ย์ 20
0-3 รูนี่ย์ 25
0-4 ชิชาริโต้ 58
0-5 รูนี่ย์ 68
“ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แชมป์เก่าซึ่งชนะรวดมา 3 นัดลงสนามคู่ปิดท้ายคืนวันเสาร์ด้วยการออกไปเยือน โบลตัน วันเดอเรอร์ส โดยเกมนี้ ฮาเวียร์ “ชิชาริโต้” เอร์นานเดซ กลับมายืนตัวจริงคู่เวย์น รูนี่ย์ อีกครั้งหลังบาดเจ็บไปนาน
และชิชาริโต้ ก็กลับมาสังหารประตูได้ทันทีโดยเป็นจังหวะบุกครั้งแรกของทีมเยือน ทอม เคลเวอร์ลี่ย์ ผ่านบอลออกขวาให้ นานี่ เปิดเรียดเข้ามาถึง ชิชาริโต้ เข้าฮอสที่เสาแรกผ่านยุสซี่ ยัสเคไลนเ่น เข้าไป
โบลตัน ก็พยายามจะไล่คืนให้ได้โดยเร็วที่สุด ซึ่งก็ถือว่าทำได้ดีในการหาโอกาส 2-3 ครั้ง โดยเฉพาะอีวาน คลาสนิช ที่ได้ลองซัดให้ดาวิด เด เคอา ประตูทีมเยือนต้องปัดออกไป
แต่นาทีที่ 20 รูนี่ย์ ก็มาบวกสกอร์ให้เป็น 2-0 อย่างง่ายๆ โดยเป็นการเปิดบอลจากฝั่งขวาของ ฟิล โจนส์ เข้ามาถึง รูนี่ย์ จบสกอร์เข้าไป ก่อนที่สกอร์จะขาดเป็น 3-0 อีก 5 นาทีต่อมา จากจังหวะลุยเดี่ยวของ ฟิล โจนส์ ที่ทำมาได้สวยแต่ติดเซฟของ ยัสเคไลเน่น นิดเดียว แต่บอลยังเข้าทาง รูนี่ย์ จบสกอร์เข้าไป
หลังจากนั้น ชิชาริโต้ ก็ส่งบอลตุงตาข่ายได้อีกแต่โดนจับล้ำหน้าไปก่อน ก่อนที่เกมจะจบลงในครึ่งแรกด้วยสกอร์ขาดลอยของแชมป์เก่า ซึ่งเมื่อกลับมาเล่นใหม่ในครึ่งหลัง เจ้าบ้านพยายามจะยิงตีไข่แตกให้ได้เพื่อกลับสู่เกม และมีจังหวะยิงของคลาสนิช ที่โดนเด เคอา เซฟได้
แต่ถึงนาทีที่ 58 สกอร์ก็ขาดเป็น 4-0 โดยเป็นจังหวะการเปิดเกมของนานี่ ที่บอลโดนเคลียร์แต่ไม่ขาดมาเข้าทาง ชิชาริโต้ ยิงจากระยะ 8 หลาเข้าไป
จากนั้นนาทีที่ 68 สกอร์ไหลไปไกลเป็น 5-0 และเป็นการทำแฮตทริกของ รูนี่ย์ โดยได้จากการทำทางให้ของไรอัน กิ๊กส์ ก่อนทำหน้าที่จบสกอร์สบายๆ และเป็นการทำแฮตทริก 2 นัดติดต่อกันของกองหน้าทีมชาติอังกฤษด้วย
ช่วงเวลาที่เหลือแมนฯ ยูไนเต็ด เหนือชั้นกว่ามากแต่ไม่ได้ยิงเพิ่มทำให้จบเกมชนะไปด้วยสกอร์ดังกล่าว แซงหน้าแมนฯ ซิตี้ กลับเป็นจ่าฝูงอีกครั้ง

     รายชื่อผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม
       โบลตัน : ยุ สซี ยัสเคไลเนน, แซท ไนท์, แกรี เคฮิลล์, พอล โรบินสัน, เดดริก โบยาตา, มาร์ก เดวีส์, ไนเจล รีโอ-โคเกอร์, มาร์ติน เปตรอฟ, คริส อีเกิลส์, อีวาน คลาสนิช, เควิน เดวีส์
       แมนฯ ยูไนเต็ด : ดา บิด เด เคอา, จอนนี อีแวนส์, ริโอ เฟอร์ดินานด์, ปาทริซ เอฟรา, ฟิล โจนส์, อันแดร์สัน, ทอม เคลเวอร์ลีย์, แอชลีย์ ยัง, นานี, เวย์น รูนีย์, ฮาเวียร์ เฮอร์นานเดซ

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 10 ก.ย. 54

อาร์เซนอล ชนะ สวอนซี 1-0
1-0 : อังเดร อาร์ชาวิน น.39

เอฟเวอร์ตัน เสมอ แอสตัน วิลลา 2-2
1-0 : ลีออน ออสมัน น.19
1-1 : สติลิยัน เปตรอฟ น.63
2-1 : เลห์ตัน เบนส์ ลูกจุดโทษ น.69
2-2 : กาเบรียล อักบอนลาฮอร์ น.83

แมนฯ ซิตี ชนะ วีแกน 3-0
1-0 : เซร์คิโอ อกูเอโร น.13
2-0 : เซร์คิโอ อกูเอโร น.62
3-0 : เซร์คิโอ อกูเอโร น.69

สโต๊ค ซิตี ชนะ ลิเวอร์พูล 1-0
1-0 : โจนาธาน วอลเตอร์ ลูกจุดโทษ น.21

ซันเดอร์แลนด์ แพ้ เชลซี 1-2
0-1 : จอห์น เทอร์รี น.17
0-2 : ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ น.50
1-2 : จี ดอง วอน น.90+1

วูล์ฟแฮมป์ตัน แพ้ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ 0-2
0-1 : เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ น.66
0-2 : เจอร์แมน เดโฟ น.80







ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล วันที่ : 9/11/2011 1:27:18 AM
Read More

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 27 ส.ค. 54 | ลิเวอร์พูล 3 - 1 โบลตัน

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 27 ส.ค. 54 | ลิเวอร์พูล 3 - 1 โบลตัน
คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 27 ส.ค. 54 | ลิเวอร์พูล 3 - 1 โบลตัน
ประตู
1-0 จอร์แดน เฮนเดอร์สัน น.15
2-0 มาร์ติน สเคอร์เทล น.52
3-0 ชาร์ลี อดัม น.53
3-1 มาร์ติน เปตรอฟ น.90
Read More

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 27 ส.ค. 54 | ลิเวอร์พูล 3 - 1 โบลตัน

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 27 ส.ค. 54 | ลิเวอร์พูล 3 - 1 โบลตัน
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 27 ส.ค. 54 | ลิเวอร์พูล 3 - 1 โบลตัน

ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟิลด์ถล่ม โบลตันไป 3-1 จาก จอร์แดน เฮนเดอร์สัน,มาร์ติน สเคอร์เทล และ ชาร์ลี อดัม ในเกมพรีเมียร์ชิป อังกฤษ คืนวันเสาร์ที่ 27 ส.ค. ที่ผ่านมา พร้อมเบียดเชลซี ขึ้นแท่นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกเป็นที่เรียบร้อย

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 27 ส.ค. 54
ลิเวอร์พูล 3-1 โบลตัน

เกมพรีเมียร์ชิป อังกฤษ คู่สุดท้ายประจำวันเสาร์ ลิเวอร์พูล ทีมอันดับ 7 ของตาราง เปิดแอนฟิล์ด รับการมาเยือนของ "เดอะ ทร็อตเตอร์ส" โบลตัน ซึ่งหากเกมนี้ "หงส์แดง" เก็บ 3 คะแนนได้ ก็จะมีลุ้นขึ้นตำแหน่งจ่าฝูงทันที

เริ่มเกมได้ 2 นาที หงส์แดงได้ฟรีคิกระยะ 25 หลา จากจังหวะฟาลว์ของไนเจล รีโอ-โคเกอร์ ก่อนที่อดัม สังหารด้วยซ้ายแต่บอลไปติดกำแพงผู้เล่นของโบลตัน และโดนเคลียร์ทิ้งออกไปได้ จากนั้นนาทีที่ 7 ดาวนิง รับบอลจากเฮนเดอร์สัน ตรงแดนกลาง วิ่งควบไปดวลกับผู้รักษาประตู สุดท้ายโดนแนวรับของโบลตัน วิ่งมาสกัดไว้ได้ทัน

ลิเวอร์พูลบุกต่อเนื่อง จนนาทีที่ 14 หงส์ก็ได้ประตูขึ้นนำ ซัวเรซ เปิดบอลโค้งไปให้ดาวนิง ยิงติดเซฟยัสเคลายเนน บอลลอยไปเข้าทางเคาท์ ก่อนจ่ายให้เฮนเดอร์สัน ซัดประตูแรกของตัวเองกับทีมเป็น 1-0 จากนั้นโบลตันหาโอกาสเอาคืนบ้าง นาที 17 เปตรอฟ ยิงจากมุมเสาแรก แต่เรนายังเซฟไว้ได้

โบลตันยังเดินเกมตามถนัดไม่ได้ นาที 21 เกือบเสียประตูเพิ่ม เฮนเดอร์สัน เปิดบอลจากด้านขวา แต่เคาท์ วิ่งมาชาร์จไม่ทัน บอลหลุดออกหลังไป นาที 23 ดาวนิง แทงให้ซัวเรซ ควบบอลหลุดกับดักล้ำหน้า สุดท้ายชิปบอลแรงเกิน บอลลอยข้ามคานอย่างน่าเสียดาย จากนั้น มาร์ติน สเคอร์เทล ถูกส่งลงมาแทน มาร์ติน เคลลี ที่มีปัญหาบาดเจ็บ

นาที 32 ทีมเยือนเกือบตีเสมอได้ จังหวะเปิดมุมให้อิวาน คลาสนิก วิ่งมาชาร์จ แต่บอลโดนหน้าแข้งออกข้างไป จากนั้นนาที 35 ซัวเรซ เปิดบอลเลี้ยวผ่านหน้าประตูให้เฮนเดอร์สัน โหม่งชงเข้าจังหวะสังหารของเคาท์ แต่ยิงไปตรงตัวยัสเคลายเนน หงส์ยังบวกประตูเพิ่มไม่ได้

ลิเวอร์พูลได้ลุ้นส่งท้ายครึ่งแรก ซัวเรซ วางบอลยาวไปให้เคาท์ทางขวา ก่อนพาบอลเข้ากรอบเขตโทษแล้วตัดสินใจยิงเอง แต่บอลลอยข้ามคานไป จากนั้นก็สไตน์สสัน กองหลังทีมเยือนไปทำแฮนด์บอลหน้ากรอบเขตโทษ แต่ผู้ตัดสินชี้ให้เป็นลูกฟรีคิก และเป็นดาวนิง ยิงออกหลัง จบครึ่งแรก ลิเวอร์พูลขึ้นนำโบลตันไปก่อน 1-0

ครึ่งหลัง ซัวเรซ โดนแผงหลังของโบลตันแซะล้มในกรอบเขตโทษ แต่ผู้ตัดสินไม่เป่าให้ฟาล์วกับเจ้าบ้าน นาที 49 ซัวเรซ แทงออกทางขวาให้เฮนเดอร์สัน เปิดยาวเข้าหน้าเขตโทษ สุดท้ายบอลชนเสาออกหลังไปและนาที 51 ลิเวอร์พูลก็ได้ประตูหนีห่างเป็น 2-0 อดัม เปิดมุมจากด้านขวา ก่อนที่สเคอร์เทล สลัดตัวประกบวิ่งมาโหม่งเข้าประตูแบบไม่เหลือ จากนั้นได้เพิ่มอีก นาที 52 เคาท์ จ่ายให้อดัม ยิงลอดขาแซท ไนท์ เข้าประตูอย่างเหนือชั้น เจ้าบ้านบวกเพิ่มเป็น 3-0

โบลตันแทบไม่มีโอกาสขึ้นมาเล่นในแดนของลิเวอร์พูลช่วงครึ่งหลัง แต่นาที 66 คลาสนิก ได้โอกาสยิงหน้ากรอบเขตโทษ แต่กองหลังเจ้าบ้านยังวิ่งมาสกัดได้ทัน จากนั้นลิเวอร์พูลยังไม่ผ่อนเกม บุกแหลกเหมือนเดิม แต่ยังบวกประตูเพิ่มไม่ได้

หงส์แดงเกือบได้จุดโทษนาที 75 พอล โรบินสัน สกัดซัวเรซ จากด้านหลัง แต่ผู้ตัดสินยังไม่เป่าให้เป็นลูกจุดโทษ เล่นเอาแฟนบอลโห่กันเกรียว จากนั้น เคนนี ดัลกลิช กุนซือเจ้าบ้านส่ง มักซี โรดริเกซ และ แอนดี คาร์โรล ลงมาแทน จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และ หลุยส์ ซัวเรซ ในช่วง 15 นาทีสุดท้าย

ช่วงท้าย โบลตันพยายามทวงประตูคืนจนทำสำเร็จ คาร์ราเกอร์จับบอลพลาด ทำให้เปตรอฟ ฉกเข้าไปยิงเป็น 1-3 แต่ไม่เพียงพอ จบเกม ลิเวอร์พูล เปิดบ้านเอาชนะโบลตัน 3-1 เป็นชัยชนะนัดที่ 2 ของฤดูกาลนี้ของหงส์แดง และผลดังกล่าวส่งให้ลิเวอร์พูล เบียดเชลซีขึ้นครองตำแหน่งจ่าฝูงได้สำเร็จ หลังมีประตูได้เสียดีกว่า

รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม
ลิเวอร์พูล : โชเซ เรนา,ดาเนียล แอ็กเกอร์,เจมี คาร์ราเกอร์,โชเซ เอ็นริเก,มาร์ติน เคลลี,ชาร์ลี อดัม,ลูคัส เลวา,สจ๊วต ดาวนิง,จอร์แดน เฮนเดอร์สัน,หลุยส์ ซัวเรซ,เดิร์กเคาท์
โบลตัน : ยุสซี ยัสเคลายเนน,แซท ไนท์,แกรี เคฮิลล์,พอล โรบินสัน,เกรตาร์ สไตน์สสัน,ฟาบริซ มูอัมบา,ไนเจล รีโอ-โคเกอร์,มาร์ติน เปตรอฟ,คริส อีเกิลส์,อิวาน คลาสนิก,เควิน เดวียส์
Read More

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 21 ส.ค. 54 | โบลตัน 2 - 3 แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 21 ส.ค. 54 | โบลตัน 2 - 3 แมนเชสเตอร์ ซิตี้


ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 21 ส.ค. 54 | โบลตัน 2 - 3 แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่ระหว่าง โบลตัน เปิดสนามรีบ็อค สเตเดียม รับมือ แมนฯ ซิตี ทั้งสองทีมต่างเก็บชัยชนะ 4-0 มาด้วยกันในเกมนัดแรกของฤดูกาล สำหรับผู้เล่นของสองทีมในเกมนี้ โบลตัน วาง แกรี เคฮิลล์ กองหลังทีมชาติอังกฤษคุมแนวรับเหมือนเดิม ส่วนคู่หน้าเป็น อีวาน คลาสนิช และ เควิน เดวีส์ ล่าตาข่ายร่วมกัน ทางฝั่ง แมนฯ ซิตี ส่ง เซร์คิโอ อเกวโร่ ลงสนามเป็นตัวจริงยืนหน้าคู่กับ เอดิน เชโก ขณะเดียวกัน คาร์ลอส เตเบซ หัวหอกที่ต้องการย้ายออกจากทีมก็มีชื่อเป็นตัวสำรอง

เกมนี้อเกวโร่ ได้รับเลือกลงตัวจริงทันทีในการไปเยือนโบลตัน ทีมที่ประเดิมฤดูกาลด้วยการชนะ 4-0 เช่นกัน ซึ่งเกมนี้เจ้าบ้านก็เล่นกันได้ดีทีเดียวในช่วงต้นเกม เรียกว่าทำให้แมนฯ ซิตี้ ต้องลงไปตั้งรับเป็นหลัก

อเกวโร่ มีโอกาสใกล้เคียงจะทำประตูได้ในนาทีที่ 17 จากจังหวะกึ่งยิงกึ่งผ่านเข้ามาของ เอดิน เชโก้ คู่หูในแนวรุกแต่ว่ายิงข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย

แต่อีก 4 นาที แมนฯ ซิตี้ ก็มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จนได้จากจังหวะการยิงไกลของ ดาวิด ซิลบา ที่บอลกระเด้งพื้นผ่านยุสซี่ ยัสเคไลเน่น เข้าไป ซึ่งจากนั้น เกมผ่านครึ่งชั่วโมง อเกวโร่ ชาร์จบอลระยะเผาขนจากการผ่านของ ริชาร์ดส์ เข้าสู่ก้นตาข่าย แต่ไม่เป็นประตูของทีมเยือน เนื่องจาก ริชาร์ดส์ ไปทำฟาวล์ สเตลิยัน เปตรอฟ ของ โบลตัน ล้มลงก่อนหน้านี้ หลังจากนั้นอีก 5 นาที หัวหอกอาร์เจนไตน์ ก็ได้โหม่งจากลูกเปิดของ เชโก อีก คราวนี้ ยุสเคไลเนน ทำได้แต่ยืนมอง แต่บอลก็หลุดเสาแรกออกไป

ต่อมา ซิตี้ หนีเป็น 2-0 อีกในนาทีที่ 37 จากลูกซัดจังหวะแรกสุดมันของแกเร็ธ แบร์รี่ แต่โบลตัน ไม่ยอมแพ้ไล่ตีคืนทันทีใน 2 นาทีถัดมาจากจังหวะที่ มาร์ติน เปตรอฟ หลุดไปทางซ้ายก่อนจะเปิดกลับมาให้ อิวาน คลาสนิช ยิงเข้าไปที่เสาแรก ก่อนที่เกมจะจบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 2-1

เข้าสู่ครึ่งหลังได้แค่ 2 นาที แมนฯ ซิตี้ ก็หนีห่างเป็น 3-1 อีกจากการสาดบอลเข้าไปโดย เจมส์ มิลเนอร์ บอลมาถึง เชโก้ ที่เอาชนะ แซท ไนท์ ได้ก่อนจะส่งบอลเข้าไปตุงตาข่าย เป็นประตูที่ 2 ในฤดูกาลนี้ของ เชโก้

"เรือใบสีฟ้า" ยังครองเกมบุกอย่างต่อเนื่อง ในนาที 58 มิลเนอร์ วางบอลจากริมเขตโทษด้านซ้ายไปให้ เชโก โหม่งอีกครั้งผ่านหน้าประตูออกไป แต่อีก 4 นาทีถัดมา โบลตัน มาได้ลูกฟรีคิกจากนอกเขตโทษ เปตรอฟ หยอดบอลไปเข้าหัว เควิน เดวีส์ โหม่งเช็ดเสาเข้าประตูไป เจ้าบ้านไล่มา 2-3

ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีฝ่ายใดทำอะไรกันได้อีก ก่อนที่เกมจะจบลงด้วยชัยชนะของแมนฯ ซิตี้ ที่คว้า 3 แต้มเต็มได้นำเป็นจ่าฝูงต่อไปอีกสัปดาห์

ประตู
0-1 ซิลบา น.26
0-2 แบร์รี่ น.37
1-2 คลาสนิช น.39
1-3 เซโก้ น.47
2-3 เดวี่ส์ น.63

รายชื่อผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม
โบลตัน : ยุสซี ยัสเคไลเนน, แซท ไนท์, แกรี เคฮิลล์, พอล โรบินสัน, เกรตาร์ ราฟ์น สไตน์สสัน, ไนเจล รีโอ-โคเกอร์, ฟาบริซ มูอัมบา, มาร์ติน เปตรอฟ, คริส อีเกิลส์, อีวาน คลาสนิช, เควิน เดวีส์
แมนฯ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท, โจเลียน เลสคอตต์, แวงซองต์ กอมปานี, อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ, ไมกาห์ ริชาร์ดส์, แกเร็ธ แบร์รี, เจมส์ มิลเนอร์, ยายา ตูเร, ดาบิด บียา, เอดิน เชโก, เซร์คิโอ อเกวโร

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 21 ส.ค. 54 คู่อื่นๆ


นอริช 1 - 1 สโตค ซิตี้

ประตู
1-0 ริทชี่ เดอ เลท น.37
1-1 เควิน โจนส์ น.90+3

วูล์ฟแฮมป์ตัน 2 - 0 ฟูแล่ม

ประตู
1-0 เควิน ดอยล์ น.42
2-0 แมตต์ ยาร์วิส น.45
Read More

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ล​ีกอังกฤษ 13 ส.ค. 54 | ควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ 0 - 4 โบลตัน

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ล​ีกอังกฤษ 13 ส.ค. 54 | ควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ 0 - 4 โบลตัน
คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ล​ีกอังกฤษ 13 ส.ค. 54 | ควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ 0 - 4 โบลตัน
ประตู
0-1 : แกรี เคฮิลล์ น.45+2
0-2 : ดาเนียล แกบบิดอน ทำเข้าประตูตัวเอง น.66
0-3 : อีวาน คลาสนิช น.69
0-4 : ฟาบริซ มูอัมบา น.79
Read More

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 13 ส.ค. 54 | ลิเวอร์พูล 1 - 1 ซันเดอร์แลนด์

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 13 ส.ค. 54 | ลิเวอร์พูล 1 - 1 ซันเดอร์แลนด์
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 13 ส.ค. 54 | ลิเวอร์พูล 1 - 1 ซันเดอร์แลนด์
ฟอร์มยังไม่โดนใจสำหรับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ที่พลาดท่าโดน “แมวดำ” ซันเดอร์แลนด์ ไล่ตามตีเสมอ 1-1 ได้สำเร็จ โดยเกมนี้ หลุยส์ ซัวเรซ ยิงเบิกร่องแก้ตัวได้หลังพลาดจุดโทษตั้งแต่ต้นเกมด้วย

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก นัดเปิดฤดูกาล (13 ส.ค. 54)
ลิเวอร์พูล 1-1 ซันเดอร์แลนด์
สนาม : แอนฟิลด์
ประตู :
1-0 ซัวเรซ 13
1-1 ลาร์สสัน 56
เกมเปิดสนามฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลใหม่ 2011/12 "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ได้เล่นในแอนฟิลด์รับมือ "แมวดำ" ซันเดอร์แลนด์ โดยเกมนี้ เคนนี่ ดัลกลิช จัดทัพชุดใหญ่มาเต็มใส่ หลุยส์ ซัวเรซ ยืนคู่กับแอนดี้ แคร์โรลล์ และมีชื่อของโฆเซ่ เอ็นริเก้ แบ็กซ้ายตัวใหม่ด้วย เช่นกันกับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ที่ได้เจอทีมเก่าทันทีหลังย้ายมาด้วยค่าตัว 20 ล้านปอนด์

เปิดฉากครึ่งแรกมา 5 นาที ลิเวอร์พูล ได้ลูกจุดโทษ หลังจากกองหลัง ซันเดอร์แลนด์ เตะบอลเคลียร์ทิ้งพลาด ซัวเรซ บล็อกเอาไว้ได้จนหลุดเดี่ยวเข้าเขตโทษดวลกับ ไซมอน มิกโนเลต์ ก่อนที่จังหวะสุดท้ายถูก คีแรน ริชาร์ดสัน ตามมาชนล้มลงไป แต่ ซัวเรซ กลับสังหารจุดโทษไม่เข้าซัดเหินข้ามคานอย่างน่าเสียดายสุดๆ

แต่ลิเวอร์พูล ก็ยังคงเดินเครื่องต่อไปและมาถึงนาทีที่ 13 ก็มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จนได้ โดยเป็น ซัวเรซ ที่แก้ตัวได้สำเร็จ จากจังหวะการเปิดฟรีคิกเข้ามาของชาร์ลี อดัม ซัวเรซ โฉบเข้าโหม่งที่เสาแรกเข้าประตูไปอย่างเฉียบขาด

มาถึงนาทีที่ 20 ลิเวอร์พูล ส่งบอลตุงตาข่ายได้อีกครั้งจากจังหวะการเปิดเข้ามาโดย อดัม ถึง แอนดี้ แคร์โรลล์ พักเอาบอลลงก่อนจะซัดตุงตาข่าย แต่ผู้ตัดสินเป่าเป็นลูกฟาวล์ไปก่อนในจังหวะเบียดปะทะกัน
เกมเริ่มสนุก ซันเดอร์แลนด์ ก็ได้ลุ้นจากลูกเตะมุมโดยเป็นสเตฟาน เซสซิญอง ที่ได้โหม่งลูกเตะมุม แต่ว่า เรน่า รับเอาไว้ได้ ก่อนที่เจ้าบ้านจะโต้กลับมาและเป็นชาร์ลี อดัม ที่ได้ส่องไกลกว่า 30 หลาแต่บอลตรงตัว เคร็ก กอร์ดอน

หลังจากนั้นทีมเยือนเริ่มดีขึ้นตามลำดับ สามารถขึ้นเกมมาลุ้นจังหวะส่องไกลได้บ้างแต่ก็ยังกินเปเป้ เรน่าไม่ลง ส่วนลิเวอร์พูล เริ่มเน้นบอลฉาบฉวยมากขึ้น  เกมผ่านมานาที 32 สจวร์ต ดาวนิง ใช้ความสามารถเฉพาะตัวกระชากบอลจากทางริมเส้นด้านขวาบริเวณกลางสนาม กระทั่งหลุดมาถึงหน้าเขตโทษของทีมเยือน ก่อนตะบันเต็มข้อด้วยซ้าย บอลพุ่งผ่านมือ มิกโนเลต์ แต่ไปชนคานเต็มใบอดได้ประตูอย่างน่าเสียดาย

ถัดมาอีก 3 นาที ลูคัส สบโอกาสทองหลังจากที่ปั๊มแย่งบอลได้ในแดนซันเดอร์แลนด์ ก่อนจะได้ซัดหน้าเขตโทษบอลถากเสาออกไป ก่อนที่จะไม่ค่อยมีโอกาสลุ้นอะไรนักในช่วงท้ายครึ่งแรก เกมจบลงด้วยสกอร์นำของลิเวอร์พูล 1-0 สุดท้ายไม่มีฝ่ายใดบวกประตูเพิ่มได้อีกจบ 45 นาทีแรกไป

กลับมาเล่นใหม่ในครึ่งหลังได้ไม่ทันไร ซันเดอร์แลนด์ เกือบเสียจุดโทษอีกเมื่อ ซัวเรซ หลุดไปเปิดบอลไปยัดมือเฟอร์ดินานด์ แต่ผู้ตัดสินไม่เป่าให้เป็นจุดโทษอีก ก่อนที่ ชาร์ลี อดัม ที่เล่นได้เด่นมากจะได้ลองซัดไกลจากนอกเขตโทษ บอลพุ่งเฉี่ยวกรอบไปนิดเดียว

แต่นาทีที่ 52 ซันเดอร์แลนด์ ได้โอกาสลุ้นใกล้เคียงเหมือนกัน จากจังหวะที่ ฟลานาแกน พลาดล็อกบอลไม่ขาดโดนตัดไปได้ เอลโมฮามาดี เปิดมาให้เซสซิญอง ขึ้นโขกเหน่งๆแต่ตรงตัวเรน่า
จากนั้นมาถึงนาทีที่ 56 ซันเดอร์แลนด์ ก็มาตามตีเสมอได้สำเร็จจากจังหวะการซัดสุดมันของ ลาร์สสัน ที่ได้บอลเปิดมาจากเอลโมฮามาดี ก่อนจะทิ้งตัววอลเล่ย์เสียบเสาเข้าไปอย่างสุดยอด สกอร์กลับมาเสมอกัน 1-1
หลังตีเสมอได้ ปรากฏว่าเกมของ ลิเวอร์พูล หายไปดื้อๆกลับเป็นซันเดอร์แลนด์ ที่ทุ่มเทชนิดดีกว่าครึ่งแรกชัดเจน และเกือบมีทีเด็ดด้วยจากจังหวะสวนกลับในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ บอลมาถึง ลี คัทเทอร์โมล ได้ลองซัดหน้าเขตโทษแบบเหน่งๆแต่ยิงพลาดไปเอง ช่วงท้ายเกม ลิเวอร์พูล พยายามเดินเกมบุกมากขึ้น แต่ก็เน้นไปที่การโยนบอลโด่งให้ คาร์โรลล์ โหม่งจึงไม่มีประสิทธิภาพพอ สุดท้ายหลังจากทดเวลาบาดเจ็บครบ 4 นาที กรรมการก็เป่านกหวีดยาวจบเกมจึงเสมอกันไป 1-1 แบ่งกันเพียงทีมละคะแนน

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
ลิเวอร์พูล : โฆเซ่ เรน่า, จอห์น ฟลานาแกน, เจมี่ คาร์ราเกอร์, ดาเนี่ยล แอกเกอร์, โฆเซ่ เอ็นริเก้, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ลูคัส, ชาร์ลี อดัม, สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง, หลุยส์ ซัวเรซ, แอนดี้ แคร์โรลล์
ซันเดอร์แลนด์ : สเตฟาน มิโญเลต์, ฟิล บาร์ดสลีย์, เวส บราวน์, แอนทอน เฟอร์ดินานด์, คีแรน ริชาร์ดสัน, เซบาสเตียน ลาร์สสัน, แจ็ค คอลแบ็ค, อาเหม็ด เอลโมฮามาดี, สเตฟาน เซสซิญอง, กียาน อซาโมอาห์
ผู้ตัดสิน : ฟิล ดาวด์

     ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 13 ส.ค. 54


แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส แพ้ วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-2
[1-0 : เมาโร ฟอร์มิกา น.20]
[1-1 : สตีเวน เฟลทเชอร์ น.21]
[1-2 : สตีเฟน วอร์ด น.46]

ฟูแลม เสมอ แอสตัน วิลลา 0-0





ลิเวอร์พูล เสมอ ซันเดอร์แลนด์ 1-1
[1-0 : หลุยส์ ซัวเรซ น.11]
[1-1 : เซบาสเตียน ลาร์สสัน น.57]



ควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ แพ้ โบลตัน 0-4
[0-1 : แกรี เคฮิลล์ น.45+2]
[0-2 : ดาเนียล แกบบิดอน ทำเข้าประตูตัวเอง น.66]
[0-3 : อีวาน คลาสนิช น.69]
[0-4 : ฟาบริซ มูอัมบา น.79]



วีแกน เสมอ นอริช 1-1
[1-0 : เบน วัตสัน ลูกจุดโทษ น.20]
[1-1 : เวสลีย์ สไนเดอร์ น.45+1]
Read More

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 22 พ.ค. 54 | โบลตัน วันเดอเรอร์ส 0-2 แมนเชสเตอร์ ซิตี

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 22 พ.ค. 54 | โบลตัน วันเดอเรอร์ส 0-2 แมนเชสเตอร์ ซิตี


คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 22 พ.ค. 54 | โบลตัน วันเดอเรอร์ส 0-2 แมนเชสเตอร์ ซิตี
0-1 : โจลีออน เลสค็อตต์ (น.43)
0-2 : เอดิน เซโก (น.62)
Read More

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 22 พ.ค. 54 | แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4-2 แบล็กพูล

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 22 พ.ค. 54 | แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4-2 แบล็กพูล
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 22 พ.ค. 54 | แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4-2 แบล็กพูล

เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน วางทัพ “ผีแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด ชุดเกือบใหญ่ลงปิดท้ายฉลองแชมป์ต่อหน้าแฟนๆ เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ นายทวารจอมเก๋าได้สวมปลอกแขนกัปตันทีมส่งท้าย ปาทริซ เอฟรา กับ ดาร์เรน เฟล็ตเชอร์ ถูกส่งมาเรียกความฟิต ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ ลุ้นทำประตูเพื่อครองตำแหน่งดาวซัลโว ด้าน เอียน ฮอลโลเวย์ หวังนำ “เดอะ ซีไซเดอร์ส” แบล็กพูล หนีตกชั้นให้ได้ ความหวังฝากไว้กับ ชาร์ลี อดัม เพลย์เมกเกอร์ และ ดีเจ แคมป์เบลล์ หัวหอกตัวความหวัง

เริ่มเกมการแข่งขันแค่ 24 วินาที แบล็กพูลพลาดโอกาสทองในการขึ้นนำเมื่อ ดีเจ แคมป์เบลล์ ตัดบอลได้จาก พอล สโคลส์ ก่อนแทงต่อให้ ชาร์ลี อดัม หลุดเข้าไปเปิดเข้ากลาง คีธ เซาเธิร์น วิ่งเข้ามาแปเหน่งๆ หลุดกรอบไปอย่างน่าเสียดาย ถัดมา แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ลุ้นบ้าง ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ เปิดแฉลบตั้งให้ ราฟาเอล ดา ซิลวา วอลเลย์ด้วยซ้ายไปตรงตัว แม็ทธิว กิลค์ส นาทีที่ 7 เจ้าบ้านเกือบได้เฮอีกครั้ง ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ หยอดให้ เบิร์บ จับบอลลงหนึ่งจังหวะก่อนจิ้มด้วยขวา กิลค์ส ยังล้มตัวรับไว้ได้ทัน

ถึงนาที 21 “ผีแดง” ก็ออกนำ 1-0 จนได้จากจังหวะ เบอร์บาตอฟ กระดกบอลให้ ปาร์ค จี ซอง สลัดการประกบของ เอียน อีแวตต์ เข้าไปส่องผ่าน กิลค์ส ตุงตาข่าย ครึ่งชั่วโมงผ่านไป เจ้าถิ่นเริ่มผ่อนเคลื่อนแต่ยังครองบอลได้เหนือกว่าและเกือบหนีห่าง เมื่อแผงหลังทีมเยือนผิดพลาดโดน เบิร์บ ฉกไปยิงในกรอบโทษคราวนี้ กิลค์ส ป้องกันไว้ได้หวุดหวิด แต่ก่อนหมดครึ่งแรก 5 นาที แบล็คพูล มาตีเสมอ 1-1 สำเร็จจากฟรีคิกของ ชาร์ลี อดัม ที่ข้ามกำแพงพุ่งกระแทกเสาเข้าไป จนปัญญาที่ เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ จะป้องกันไว้ได้

ลุยต่อครึ่งหลังแค่สามนาที “เดอะ ซีไซเดอร์ส” ได้ฟรีคิกระยะหวังผลอีกครั้ง อดัม ปั่นด้วยซ้ายข้างถนัดร้อนถึง ฟาน เดอร์ ซาร์ ต้องชกทิ้งไป จากนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด ตั้งเกมบุกบ้าง หลุยส์ นานี เปิดลูกเตะมุมให้ เบอร์บาตอฟ โหนโขกข้ามคาน ถึงนาทีที่ 57 ผู้มาเยือนกลายเป็นทีมที่พลิกนำ 2-1 เมื่อ เดวิด วอห์น เปิดให้ แกรี เทย์เลอร์-เฟล็ตเชอร์ ตวัดยิงบอลผ่านมือ ฟาน เดอร์ ซาร์ กระเด้งเสาสองกระดอนเข้าประตู อย่างไรก็ดี 5 นาทีถัดมา “ผีแดง” ตีสมอ 2-2 จากจังหวะ ปาร์ค จ่ายให้ อันแดร์สัน ปั่นโค้งเสียบตาข่าย

จากนั้น เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ส่ง ไมเคิล โอเวน ลงมาแทน ปาร์ค และพอทวงคืนได้เร็วเจ้าบ้านเริ่มกระหน่ำ เบิร์บ ได้โหม่งจ่อๆ แต่ก็ยังไม่ผ่านมือ กิลค์ส โดนกดดันหนักๆ ผู้มาเยือนก็มาพลาด ในนาทีที่ 74 เมื่อ คริส สมอลลิง ตัวสำรองเปิดจากกราบขวาเข้ามา อีแวตต์ พลาดสกัดเข้าประตูตัวเองให้เจ้าถิ่นนำ 3-2 พอตกเป็นรองอีกครั้ง อีแวตต์ พยายามแก้ตัวขึ้นมาจิ้มบอลโดน ฟาน เดอร์ ซาร์ บล็อกเอาไว้ ในที่สุด แบล็กพูล มีอันต้องตกชั้นจนได้เมื่อ โอเวน หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปล่อเป้า กิลค์ส เข้าไปให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 4-2 ก่อนหมดเวลา 9 นาที ทำให้ “ผีแดง” ฉลองแชมป์ด้วยการเก็บไปทั้งสิ้น 80 คะแนนจาก 38 นัด ขณะที่ แบล็กพูล มีเพียง 39 แต้ม ไม่ดีพอที่จะอยู่รอด

รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม
แมนฯ ยูไนเต็ด : เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์, ราฟาเอล ดา ซิลวา, เนมันยา วิดิช, โจนาธาน อีแวนส์, ปาทริซ เอฟรา, ปาร์ค จี ซอง, ดาร์เรน เฟล็ตเชอร์, พอล สโคลส์, อันแดร์สัน, หลุยส์ นานี, ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ

แบล็กพูล : แม็ทธิว กิลค์ส, สตีเฟน แคร์นีย์, เอียน อีแวตต์, อเล็กซ์ บัปติส, นีล เอิร์ดลีย์, เดวิด วอห์น, ชาร์ลี อดัม, คีธ เซาเทิร์น, เจสัน พันเชียน, ดีเจ แคมป์เบลล์, แกรี เทย์เลอร์-เฟล็ตเชอร์

ประตู
1-0 : ปาร์ค จี ซอง (น.21)
1-1 : ชาร์ลี อดัม (น.40)
1-2 : แกรี เทย์เลอร์-เฟล็ตเชอร์ (น.57)
2-2 : อันแดร์สัน (น.62)
3-2 : เอียน อีแวตต์ (ทำเข้าประตูตัวเอง น.74)
4-2 : ไมเคิล โอเวน (น.81)


ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 22 พ.ค. 54 | แอสตัน วิลลา 1-0 ลิเวอร์พูล
       [1-0 : สจวร์ต ดาวนิง (น.33)]
              ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 22 พ.ค. 54 | โบลตัน วันเดอเรอร์ส 0-2 แมนเชสเตอร์ ซิตี

       [0-1 : โจลีออน เลสค็อตต์ (น.43) , 0-2 : เอดิน เซโก (น.62)]

              ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 22 พ.ค. 54 | เอฟเวอร์ตัน 1-0 เชลซี

       [1-0 : เจอร์เมน เบ็กฟอร์ด (น.75)]
  
       ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 22 พ.ค. 54 | ฟูแลม 2-2 อาร์เซนอล
       [1-0 : สตีฟ ซิดเวลล์ (น.26) , 1-1 : โรบิน ฟาน เพอร์ซี (น.29) , 2-1 : บ็อบบี ซาโมรา (น.57) , 2-2 : ธีโอ วัลค็อตต์ (น.89)]
     
       ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 22 พ.ค. 54 | นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 3-3 เวสต์บรอมวิช อัลเบียน
       [1-0 : สตีเวน เทย์เลอร์ (น.16) , 2-0 : ปีเตอร์ โลเวนครานท์ส (น.39) , 3-0 : โยนาส โอลส์สัน (ทำเข้าประตูตัวเอง น.47) , 3-1 : โซเมน โชยี (น.62) , 3-2 : โซเมน โชยี (น.71) , 3-3 : โซเมน โชยี (น.90)]
  
       ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 22 พ.ค. 54 | สโต๊ก ซิตี 0-1 วีแกน แอธเลติก
       [0-1 : ฮูโก โรดาเยกา (น.78)]
  
       ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 22 พ.ค. 54 | ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ 2-1 เบอร์มิงแฮม ซิตี
       [1-0 : โรมัน พาฟลูเชนโก (น.49) , 1-1 : เคร็ก การ์ดเนอร์ (น.79) , 2-1 : โรมัน พาฟลูเชนโก (น.90)]
  
       ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 22 พ.ค. 54 | เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 0-3 ซันเดอร์แลนด์
       [0-1 : เบาเดอไวน์ เซนเดน (น.17) , 0-2 : สเตฟาน แซสเซญอง (น.51) , 0-3 : คริสเตียน ริเวรอส (น.90)]
  
       ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 22 พ.ค. 54 | วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 2-3 แบล็กเบิร์น โรเวอร์ส
       [0-1 : เจสัน โรเบิร์ตส (น.22) , 0-2 : เบร็ตต์ เอเมอร์ตัน (น.38) , 0-3 : เดวิด ฮอยเลตต์ (น.45) , 1-3 : เจมี โอฮารา (น.73) , 2-3 : สตีเฟน ฮันท์ (น.87)]
 

ไม่ว่างอั๊พเลยจ้า งานยุ่งมากกกกกก เพิ่งเสร็จงานเนี่ย
Read More

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

อย่าลืมกด Like ให้ด้วยนะครับ

Blog Archive

7m, ผลบอลพรีเมียร์, วิเคราะห์บอลพรีเมียร์, ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์, ตารางคะแนนบอลพรีเมียร์, โปรแกรมฟุตบอลพรีเมียร์, โปรแกรมถ่ายทอดสดบอลพรีเมียร์, ตารางบอล, คลิปฟุตบอล, คลิปไฮไลท์, คลิปไฮไลท์บอลพรีเมียร์, สยามกีฬา, บ้านผลบอล, เซียนสเต็ป, ล้มโต๊ะ, Goal, ดูบอลพรีเมียร์ออนไลน์, ผลบอลสด, ฟุตบอล, ผลบอลวันนี้, บอลวันนี้, ผลบอลเมื่อคืน, ผลฟุตบอล, ฟุตบอลวันนี้, โปรแกรมฟุตบอล, บอล, ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก, ตารางบอล, ข่าวฟุตบอล, คลิบฟุตบอล, เกมส์ุฟุตบอล, ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก, ผลฟุตบอลสด, football, soccer

ข่าวสโมสรพรีเมียร์ลีกอังกฤษทั้งหมด

Man Utd (151) Liverpool (148) Chelsea (62) Tottenham (61) Arsenal (60) Man City (51) Aston Villa (45) Newcastle (45) Stoke (42) Fulham (40) Sunderland (35) Everton (33) West Brom (31) Wigan (29) Swansea (25) Bolton (24) Blackburn (23) Norwich (22) QPR (22) West Ham (18) Birmingham (10) Blackpool (10) Reading (10) Southampton (10) Cardiff City (3) Crystal Palace (2) Hull City (2)