Showing posts with label Sunderland. Show all posts
Showing posts with label Sunderland. Show all posts

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 17 ส.ค. 56 | สวอนซี ซิตี้ 1 - 4 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 17 ส.ค. 56 | สวอนซี ซิตี้ 1 - 4 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 17 ส.ค. 56 | สวอนซี ซิตี้ 1 - 4 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 17 ส.ค. 56 | สวอนซี ซิตี้ 1 - 4 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

โรบิน ฟาน เพอร์ซี และแดนนี เวลเบ็ค สองศูนย์หน้าระเบิดฟอร์มเหมาคนละ 2 ประตู นำ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกถล่ม สวอนซี ซิตี อย่างขาดลอย 4-1 นัดประเดิมสนาม ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 17 ส.ค. ที่ผ่านมา

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก
วันเสาร์ที่ 17 ส.ค.2556

สวอนซี ซิตี้ 1 - 4 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
สนาม: ลิเบอร์ตี้ สเตเดี้ยม
ประตู: 0-1 โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ น.34, 0-2 แดนนี่ เวลเบ็ค น.36, 0-3 โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ 72, 1-3 วิลเฟร็ด โบนี่ น.82, 1-4 แดนนี่ เวลเบ็ค

เกมส่งท้ายวันแรกของการเปิดฤดูกาลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 2013-14 เป็นเกมที่ลิเบอร์ตี้ สเตเดี้ยม ระหว่างทีม "หงส์ขาว" สวอนซี พบกับทีม "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยทางด้านทีมเยือนนำมาโดย โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ขณะที่เจ้าบ้านมี มิชู ยืนหัวหอกเกมนี้

นาทีที่ 7 แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ลุ้นก่อนจากจังหวะที่เปิดเกมเข้าเขตโทษแล้วโดนสกัดมา บอลมาเข้าทางฟิล โจนส์ วอลเล่ย์เต็มๆแต่ มิเชล ฟอร์ม

จากนั้นนาทีที่ 15 ทีมเยือนได้ลุ้นอีกที โดยเป็น โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ที่ได้ขึ้นโขกเหน่งๆแต่ว่าพลาดไปโขกเบาและตรงตัว ก่อนที่อีก 2 นาทีต่อมา แดนนี่ เวลเบ็ค ยิงไปติดก่อนจะมาเข้าทาง ไรอัน กิ๊กส์ ยิงซ้ำดาบสอง 6 หลาพลาดอย่างเหลือเชื่อ

เกมแลกกันสนุก สวนอซี ได้ลุ้นบ้างโดยเป็น เวย์น เราท์เลดจ์ ลากลุยเข้าเขตโทษก่อนจะพยายามดีดบอล ลูกไปติดเซฟ ดาวิด เด เคอา ก่อนที่ นาธาน ดายเออร์ พยายามจะซ้ำแต่ก็ล้ำหน้าไปตั้งแต่แรกแล้ว

นาทีที่ 23 สวอนซี ซึ่งภาพรวมเกมดูไม่เป็นรองเกือบได้ประตูแรกเหมือนกัน จากลูกโด่งในเขตโทษแมนฯ ยูไนเต็ด และกองหลังสกัดไม่ขาด มิชู เกี่ยวบอลมาเล่นได้ก่อนพลิกตัวดีดด้วยซ้ายทันที แต่ว่าเด เคอา ยังบินเซฟได้อย่างยอดเยี่ยม

ฟาน เพอร์ซี่ กระโดดลอยตัววอลเล่ย์ด้วยขวาเข้าไป เป็นประตูนำ 1 - 0
มาถึงนาทีที่ 34 แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ประตูขึ้นนำเมื่อแนวรับสวอนซี เช็คล้ำหน้าพลาด โดนกิ๊กส์ ตักบอลโด่งให้ ฟาน เพอร์ซี่ พักเอาบอลลงก่อนโชว์ลีลาดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก กระโดดลอยตัววอลเล่ย์ด้วยขวาเข้าไป เป็นประตูนำ 1-0

ถัดมาอีก 2 นาที ผีแดงหนีเป็น 2-0 ต่อเลยโดยเป็น การเปิดของ อันโตนิโอ วาเลนเซีย จากขวาเข้ามาให้ เวลเบ็ค เข้าฮอสสบายๆ ซึ่งช่วงเวลาที่เหลือของครึ่งแรกสามารถประคองตัวรักษาสกอร์นำดังกล่าวได้

ครึ่งหลังผ่านไป 5 นาที แชมป์คาร์ลิง คัพ 2012-13 แทบพับสนามบุก ทว่าแนวรับ “ปีศาจแดง” ยังช่วยกันต้านทานไว้ได้ จนเกือบโขยกหนีนาที 60 ฟาน เพอร์ซี หลุดเดี่ยวมาทางเขตโทษด้านขวา ก่อนดีดไซด์ก้อยหลุดเสาไกลอย่างน่าเสียดาย

เข้าสู่นาที 62 เดวิด มอยส์ ตัดสินใจส่ง เวย์น รูนีย์ ดาวยิงตัวเก่ง ลงสนามแทน ไรอัน กิ๊กส์ อย่างไรก็ตาม “หงส์ขาว” ยังคงเดินหน้าบุกอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยิงทิ้งยิงขว้างไปเสียหมด และเกือบเสียเพิ่มนาที 70 "อาร์วีพี" เปิดเตะมุมฝั่งขวาโค้งมาเข้าหัว เอฟรา โขกกดลงพื้น โฆเซ คานาส สกัดบนเส้น

ต่อมา 2 นาที แชมป์ลีกสูงสุด 20 สมัย ขยับสกอร์ 3-0 ฟาน เพอร์ซี เลี้ยงจี้หา แอชลีย์ วิลเลียมส์ เข้ามาหน้าเขตโทษ ก่อนล็อกเข้าซ้าย แล้วตะบันเต็มหลังเท้าเสยเพดานตาข่ายอย่างสุดสวย ในเกมที่ผลัดกันรุกและรับ ทีมจากเวลส์ ตีไข่แตกนาที 82 เวลเบ็ค พลาดเสียบอลหน้าเขตโทษ ทำให้ ปาโบล ฉกบอลจ่ายต่อให้ วิลเฟร็ด โบนี ซัดเสียบมุมขวามือ

ช่วงทดเจ็บ ทีมของ เดวิด มอยส์ ได้ประตูตอกฝาโลง เวย์น รูนีย์ แผลงฤทธิ์ พลิกหนีตัวประกบจ่ายทะลุช่องให้ เวลเบ็ค หลุดมาทางเขตโทษด้านขวา แล้วบรรจงชิปข้ามหัว ฟอร์ม เข้าเสาไกลอย่างเหนือชั้น ครบ 90 นาที แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เอาชนะไป 4-1

รายชื่อผู้เล่น 11 ตัวจริง
สวอนซี ซิตี้ : มิเชล ฟอร์ม, ชิโก, แอชลีย์ วิลเลียมส์, อังเคล แรนเกล, เบน เดวีส, ลีออน บริตตัน, จอนโจ เชลวีย์, นาธาน ดายเออร์, เวย์น เราเลดจ์, โฆเซ รุยซ์ เฮร์รารา คานาส, มิชู

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา, ปาทริซ เอฟรา, ฟิล โจนส์, ริโอ เฟอร์ดินานด์, เนมันยา วิดิช, ไรอัน กิ๊กส์, ไมเคิล คาร์ริก, แดนนี เวลเบ็ค, ทอม เคลเวอร์ลีย์, อันโตนิโอ วาเลนเซีย, โรบิน ฟาน เพอร์ซี

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 
นัดเปิดฤดูกาล 2013-14 
วันเสาร์ที่ 17 สิงหาคม คู่อื่นๆ

นอริช 2 - 2 เอฟเวอร์ตัน
1 - 0 สตีเวน วิทเทเกอร์ น.51
1 - 1 รอสส์ บาร์กลีย์
1 - 2 ซีมุส โคลแมน น.65
2 - 2 ริคกี ฟาน โวล์ฟสวิงเคล น.71

ซันเดอร์แลนด์ 0 - 1 ฟูแลม
0 - 1 ปาจ์ติม คาซามี น.52


เวสต์บรอมฯ 0 - 1 เซาแธมป์ตัน
0 - 1 ริคกี แลมเบิร์ต น.90


เวสต์แฮม 2 - 0 คาร์ดิฟฟ์
1 - 0 โจ โคล น.13
2 - 0 เควิน โนแลน น.76
Read More

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 29 ก.ย. 55 | นอริช ซิตี้ 2 - 5 ลิเวอร์พูล

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 29 ก.ย. 55 | นอริช ซิตี้ 2 - 5 ลิเวอร์พูล
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 29 ก.ย. 55 | นอริช ซิตี้ 2 - 5 ลิเวอร์พูล
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 29 ก.ย. 55 | นอริช ซิตี้ 2 - 5 ลิเวอร์พูล
หลุยส์ ซัวเรส หัวหอกอุรุกวัยระเบิดฟอร์มทำแฮตทริกช่วยให้ ลิเวอร์พูล ประเดิมชัยนักแรกในของฤดูกาลด้วยการบุกถล่ม นอริช ซิตี 5-2 ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี เอาตัวรอดพลิกแซงชนะ ฟูแล่ม 2-1 ในเกมพรีเมียร์ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 29 ก.ย. ที่ผ่านมา

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 29 ก.ย. 55
นอริช ซิตี้ 2 - 5 ลิเวอร์พูล
 "นกขมิ้น" นอริช เปิดรังต้อนรับ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ที่ยังมองหาชัยชนะนัดแรกในลีก เกมนี้ คริส ฮิวจ์ตัน ส่ง สตีฟ มอร์ริสันจับคู่ ซิโมน แจ็คสัน ในตำแหน่งศูนย์หน้า ขณะที่ เบรนแดน ร็อดเจอร์ ให้โอกาส ซูโซ และ ราฮีม สเตอร์ลิง ลงเป็นตัวจริงต่อเนื่อง โดยมี สตีเว่น เจอร์ราด ทำหน้าที่จอมทัพคุมเกมตรงกลาง
     
       ออกสตาร์ทมานาทีแรกของเกม จอห์นสัน ลากตัดเข้าในจากฝั่งซ้ายพยายามจ่ายยัดเข้าเขตโทษบอลติดแนวรับเจ้าบ้านมาเข้า ทาง ซัวเรส ซัดเรียดด้วยขวาบอลพุ่งเข้ามุมประตูส่งให้ทีมออกนำ 1-0 อย่างรวดเร็ว ผ่าน 10 นาที แบรดลีย์ จอห์นสัน น่าจะตามตีเสมอให้ "นกขมิ้น" ได้ทันควันจากการหลุดขึ้นมายิงมุมแคบ ทว่า เปเป เรนา บีบออกมาปิดมุมช่วยเซฟไว้ได้หวุดหวิด
     
       ผ่านช่วง 20 นาทีแรก บอลกับพื้นของ ลิเวอร์พูล ยังทำเกมบุกได้ต่อเนื่องและหาจังหวะลุ้นยิงประตูได้บ่อยครั้ง กระทั้งนาที 22 ลีออน เบนเน็ตท์ เข้าปะทะ หลุยส์ ซัวเรส ด้านหลังก่อนดาวยิงอุรุกวัยล้มลงไปขอจุดโทษแต่ผู้ตัดสินยังเฉย ถัดมา 3 นาที บอลยาวของ นอริช ป่วนแนวรับ "หงส์แดง" ได้อีก โจนาธาน ฮอว์สันชงมาให้ แจ็คสัน วอลเลย์ เต็มเท้าบอลเหินคานไปไม่ไกล
     
       เข้าสู่นาที 30 เกมออกรสชาติมากขึ้นเป็นทีมเยือนนน่าจะหนีห่างออกไปก่อน จากลูกทิ้งตัวโหม่งของ เจอร์ราร์ด โชคยังดีมี จอห์น รัดดี ช่วยซูเปอร์เซฟเอาไว้ได้ จากนั้น "นกขมิ้น" โต้กลับเร็ว แบรดลีย์ จอห์นสัน ยิงไกลบอลถูกเปลี่ยนทางโดย แจ็คสัน เรนา พุ่งปัดทิ้งหวุดหวิดแต่กรรมการยกเป็นลูกล้ำหน้าก่อน และเป็น ซัวเรส มาพังประตูที่สองของตัวเองด้วยลูกยิงไซร์ก้อย จากจังหวะพลาดของ ไมเคิล เทอร์เนอร์ พร้อมปิดครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นำ 2-0
     
       กลับมาเล่นครึ่งหลัง นอริช น่าจะได้ประตูไล่มา บอลโยนข้ามมาเสาสอง อันดรูว เซอร์แมน ชาร์ตจ่อๆ บอลมาถูก โรเบิร์ต สน็อดกราสส์ ข้ามออกไป หลังไม่เสีย ลิเวอร์พูล มาได้ประตูหนีห่าง 3-0 ซัวเรส พาบอลข้ามเขตโทษล็อกหนึ่งจังหวะก่อนจ่ายใส่พานให้ นูริ ซาฮิน วิ่งมาแปเน้นๆ บอลซุกก้นตาข่ายง่ายๆ
     
ซัวเรส ซัดแฮตทริก
       นาที 56 ซัวเรส มาทำแฮตทริกแรกของตัวเองในฤดูกาลนี้ได้สำเร็จกลายเป็นประตูนำห่าง 4-0 จาก จังหวะเอียงตัวปั้นบอลผ่านตัว รัสเซลล์ มาร์ติน ที่ได้แต่ยืนมองบอลโค้งเข้าทางเสาร์ 2 อย่างสวยงามชนิดที่ จอห์น รัดดี ได้แต่ยืนมอง และ 4 นาทีถัดมา เรนา เซฟลูกยิงของ มาร์ติน มาเข้าทาง สตีฟ มอร์ริสัน กดซ้ำเข้าไปไม่มีเหลือไล่มาห่างๆ 1-4
     
       จังหวะขึ้นเกมริมเส้นในนาที 67 ของ สเตอร์ลิง ตบเข้ากลางเป็น เจอร์ราร์ด วิ่งมาแปบอลแฉลบ เบนเน็ตท์ บอลผ่าน รัดดี ที่หลงทางไปแล้วเข้าประตูไปง่ายๆ หนีห่างเป็น 5-1 โดยช่วงท้ายเกม แรนท์ โฮลท์ ตัวสำรองมาทำประตูปลอบใจไล่มาเป็น 2-5 ทว่า "หงส์แดง" ที่เหนือกว่าทุกทางเผาเวลาประเดิมชัยชนะเป็นนักแรกของฤดูกาลอย่างสวยหรู เก็บเพิ่มเป็น 5 แต้ม ขณะที่ นอริช ยังต้องรอชัยชนะต่อไป
     
       ขณะที่ผลอีกคู่ แมนเชสเตอร์ ซิตี ที่ถูก ฟูแลม ขึ้นนำก่อนจากจุดโทษของ มลาเดน เพทริช ในช่วงครึ่งแรก พลิกกลับมาคว้าชัย 2-1 ได้สำเร็จจาก 2 ประตูของ เซร์คิโอ อกูเอโร ช่วงท้ายครึ่งแรก และ เอดิน เชโก ในช่วงท้ายครึ่งหลังเอาตัวรอดเก็บชัยชนะเป็นเกมแรกใน 4 เกมหลังสุดในทุกรายการ
     
       รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
       นอริช ซิตี : จอห์น รัดดี, รัสเซลล์ มาร์ติน, ไมเคิล เทอร์เนอร์, ฮาร์เวีย การ์ริโด, ลีออน เบนเน็ตท์, แบรดลีย์ จอห์นสัน, โรเบิร์ต สน็อดกราสส์, โจนาธาน ฮอว์สัน, อันดรูว เซอร์แมน, ซิโมน แจ็คสัน, สตีฟ มอร์ริสัน
       ลิเวอร์พูล : เปเป เรนา, เกล็น จอห์นสัน, แดเนียล แอ๊กเกอร์, มาร์ติน สเคอร์เทล, อังเดร วิสดอม, นูริ ซาฮิน, สตีเว่น เจอร์ราด, โจ อัลเลน, หลุยส์ ซัวเรส, ซูโซ, ราฮีม สเตอร์ลิง
     
       สรุปผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำวันเสาร์ที่ 29 ก.ย.
     
อาร์เซนอล 1 - 2 เชลซี
0 - 1 เฟร์นันโด ตอร์เรส น.20
1 - 1 แชร์วินโญ น.42
1 - 2 ฆวน มาตา น.53
     
เอฟเวอร์ตัน 3 - 1 เซาแธมป์ตัน
0 - 1 แกสตัน รามิเรซ น.6
1 - 1 ลีออน ออสมัน น.25
2 - 1 นิกิกา เยลาวิช น.32
3 - 1 นิกิกา เยลาวิช น.38
      
ฟูแลม 1 - 2 แมนเชสเตอร์ ซิตี
1-0 มลาเดน เพทริช น.10 (จุดโทษ)
1-1 เซร์คิโอ อกูเอโร น.44
1-2 เอดิน เชโก น.87
      
นอริช ซิตี 2 - 5 ลิเวอร์พูล
0 - 1 หลุยส์ ซัวเรส น.2
0 - 2 หลุยส์ ซัวเรส น.38
0 - 3 นูริ ซาฮิน น.47
0 - 4 หลุยส์ ซัวเรส น.57
1 - 4 สตีฟ มอริสัน น.61
1 - 5 สตีเวน เจอร์ราร์ด น. 68
2 - 5 แกรนท์ โฮลท์ น.87
      
เรดดิง 2 - 2 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด
1 - 0 จิมมี เคเบ น. 57
1 - 1 เดมบา บา น.59
2 - 1 โนเอล ฮันท์ น.62
2 - 2 เดมบา บา น.83
      
สโต๊ค ซิตี 2 - 0 สวอนซี ซิตี
1 - 0 ปีเตอร์ เคราช์ น.12
2 - 0 ปีเตอร์ เคราช์ น.36
      
ซันเดอร์แลนด์ 1 - 0 วีแกน
1 - 0 สตีเฟน เฟล็ทเชอร์ น.51
Read More

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 22 ก.ย. 55 | เชลซี 1 - 0 สโต๊ค ซิตี

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 22 ก.ย. 55 | เชลซี 1 - 0 สโต๊ค ซิตี
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 22 ก.ย. 55 | เชลซี 1 - 0 สโต๊ค ซิตี
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 22 ก.ย. 55 | เชลซี 1 - 0 สโต๊ค ซิตี

แอชลีย์ โคล แบ็กจอมบุกทีมชาติอังกฤษ เป็นฮีโร่ซัดประตูชัยช่วงท้ายเกม ให้ เชลซี เปิดบ้านเฉือนเอาชนะ สโต๊ค ซิตี แบบหืดขึ้นคอ 1-0 เก็บ 3 แต้มสำคัญพร้อมรักษาตำแหน่งจ่าฝูงต่อไปอีกหนึ่งสัปดาห์ ในเกมพรีเมียร์ลีก วันเสาร์ที่ผ่านมา

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 22 ก.ย. 55
เชลซี 1 - 0 สโต๊ค ซิตี

สโต๊ค ซิตี "สิงห์บลูส์" ที่เพิ่งพลาดท่าถูก ยูเวนตุส ไล่ตีเสมอในเกมฟุตบอลยุโรป จัดแนวรุกชุดใหญ่อย่าง เอเดน ฮาซาร์ด, ออสการ์, ฆวน มาตา และ เฟร์นันโด ตอร์เรส ลงสนามครบถว้น แต่ยังดรอป จอห์น เทอร์รี และ แฟรงค์ แลมพาร์ด สองผู้เล่นตัวเก๋าไว้ข้างสนาม ขณะที่ โทนี พูลิส ใช้ ปีเตอร์ เคราช์ และ โจนาธาน วอลเตอร์ ยืนเป็นหอกเป้า โดยมี ไมเคิล โอเวน นั่งอยู่ข้างสนาม

 เริ่มเกมช่วง 20 นาทีแรก เชลซี อาศัยบอลสั้นตามช่องพยายามเจาะเข้าทำตามสไตล์ถนัด แต่ก็ยังเจาะแนวรับของ "ช่างปั้นหมอ" เข้าไปลุ้นประตูไม่สำเร็จ กระทั้งนาที 19 กลายเป็นทีมเยือนที่ได้เสียวก่อน จากลูกฟรีคิก เกลน วีแลน เปิดมาให้ วอลเตอร์ โถมมาโขกบอลพุ่งชนคานเต็มๆ ชนิดที่แฟนเจ้าถิ่นเงียบกันทั้งสนาม

 โอกาสแรกที่ได้ลุ้นของ "สิงห์บลูส์" ต้องรอถึงนาที 28 จากลูกฟรีคิกระยะไกล ดาวิด ลุยส์ รับหน้าที่ตะบันเต็มเท้าบอลลอยข้ามกำแพงแต่พุ่งไปตรงตัวของ แอชเมียร์ เบโกวิช ยืนรับไว้ไม่มีปัญหา นาที 36 สโต๊ค มาได้ลุ้นจากลูกยิงไกลของ มาร์ก วิลสัน แต่ก็ยังไม่ผ่านมือ เช็ก จังหวะถัดมาบอลเปิดจากริมเส้นมาที่ ไมเคิล ไคท์ลีย์ โหม่งไม่เต็ม เช็กปัดอีกครั้ง บอลอยู่หน้าประตู ยังดีที่ เคฮิลล์ ตามมาเตะทิ้งได้หวุดหวิดก่อนหมด 45 นาทีแรกยังไม่มีสกอร์

กลับมาเล่นครึ่งหลัง เชลซี เดิมเกมรุกใส่ไม่ต่างจากครึ่งแรก นาที 50 ออสการ์ ได้ยิงหักข้อแถวๆ หัวกระโหลกด้วยซ้าย แต่ เบโกวิช ยังล้มตัวตะครุบไว้ได้เยี่ยม ผ่าน 1 ชั่วโมงของเกมเกมยังไม่ดีขึ้น โรแบร์โต ดิ มัตเตโอ ต้องเปลี่ยนเอา วิคเตอร์ โมเซส ลงมาแทน ฮาซาร์ด ที่เล่นไม่ออกในเกมนี้

จากนั้นเกมรุกของ เจ้าบ้านดีขึ้นทันตาเห็น ออสการ์ รับบอลจาก รามิเรส พลิกหลบมาก่อนกดเรียดด้วยขวา บอลพุ่งถากเสาออกไปไม่ไกล นาที 76 มิเกล ได้หลุดขึ้นทางขวา พยายามแปเน้นๆ แต่ยังไปติดบล็อก ชอว์ครอสส์ บอลลอยโด่ง เบโกวิช พุ่งออกมาคว้าได้สบาย

ท้ายเกม "ช่างปั้นหมอ" เปลี่ยนเอา เควิน โจนส์ ลงมากดดันต่อและได้ลุ้นโหม่งที่เสาสอง ทว่าบอลยังไปตรงตัว เช็ก รับไว้ได้ แต่แล้วนาที 85 แฟน เชลซี มาได้เฮกันทั้งสนาม โมเซส เปิดยัยดดมาให้ มาตา บอลทะลุมาถึง โคล ชิพ ข้ามตัว เบโกวิช เข้าไปซุกก้นตาข่าวให้ "สิงห์บลูส์" ออกนำ 1-0 และประคองตัวเก็บ 3 แต้มได้สำเร็จขึ้นนำเป็นจ่าฝูงต่อไปอีกหนึ่งสัปดาห์

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เชลซี : ปีเตอร์ เช็ก, แอชลีย์ โคล, ดาวิด ลุยซ์, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, แกรี เคฮิลล์, จอห์น โอบี มิเกล, รามิเรส, เอเดน ฮาซาร์ด, ออสการ์, ฆวน มาตา, เฟร์นันโด ตอร์เรส

สโต๊ค ซิตี : แอชเมียร์ เบโกวิช, โรเบิร์ต ฮุต, ไรอัน ชอร์ครอสส์, เจฟฟ์ คาเมรอน, ชาลีย์ อดัม, มาร์ติน ไคท์ลีย์, เกลน วีแลน, สตีเฟน เอ็นซองซี, ปีเตอร์ เคราช์, โจนาธาน วอลเตอร์, มาร์ก วิลสัน

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 22 ก.ย. 55

สวอนซี ซิตี 0 - 3 เอฟเวอร์ตัน
0 - 1 วิคเตอร์ อนิเชบี น.22
0 - 2 เควิน มิรัลลาส น.43
0 - 3 มารูอาน เฟลไลนี น.82

เชลซี 1 - 0 สโต๊ค ซิตี
1 - 0 แอชลีย์ โคล น.85

เซาแธมป์ตัน 4 - 1 แอสตัน วิลลา
0 - 1 ดาร์เรน เบนท์ น.36
1 - 1 ริคกี แลมเบิร์ต น.58
2 - 1 นาธาน ไคลน์ น.63
3 - 1 เจสัน พันเชียนส์ น.72
4 - 1 ริคกี แลมเบิร์ต น.90 (จุดโทษ)]

เวสบรอมวิช 1-0 เรดดิง
1 - 0 โรเมลู ลูคาคู น.71

เวสต์แฮม 1-1 ซันเดอร์แลนด์
0 - 1 สตีเฟน เฟล็ตเชอร์ น.10
1 - 1 เควิน โนแลน น.90

วีแกน แอตเลติก 1-2 ฟูแลม
0 - 1 ฮูโก โรดาเยลกา ย.31
0 - 2 เดเมียน ดัฟฟ์ น.68
1 - 2 อารูนา โคเน น.90
Read More

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 15 ก.ย. 55 | ซันเดอร์แลนด์ 1 - 1 ลิเวอร์พูล

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 15 ก.ย. 55 | ซันเดอร์แลนด์ 1 - 1 ลิเวอร์พูล
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 15 ก.ย. 55 | ซันเดอร์แลนด์ 1 - 1 ลิเวอร์พูล
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 15 ก.ย. 55 | ซันเดอร์แลนด์ 1 - 1 ลิเวอร์พูล
ลิเวอร์พูล บุกมาเสมอกับ ซันเดอร์แลนด์ แบบหืดขึ้นคอ 1-1 จากการทำประตูตีเสมอของ หลุยส์ ซัวเรซ ในนาทีที่ 71 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 15 ก.ค. ที่ผ่านมา ส่งผลให้ "หงส์แดง" ยังต้องรอชัยชนะนัดแรก ใน ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2012-13 ต่อไป หลังจากลงเตะไปแล้ว 4 นัด
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 15 ก.ย. 55
ซันเดอร์แลนด์ 1 - 1 ลิเวอร์พูล
ที่สนาม สเตเดียม ออฟ ไลท์ : ลิเวอร์พูล บุกมาเยือน ซันเดอร์แลนด์ ด้วยสถิติออกสตาร์ทฤดูกาลที่ย่ำแย่ที่สุด นับตั้งแต่ฤดูกาล 1962-63 โดยเกมนี้ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส หวังหยุดสถิติดังกล่าว
ด้วยการขนผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนาม นำโดย สตีเวน เจอร์ราร์ด และ หลุยส์ ซัวเรซ สองหัวใจสำคัญในแนวรุก ขณะที่ ซันเดอร์แลนด์ ส่ง สตีเวน เฟล็ทเชอร์ จับคู่กับ สเตฟาน แซสซิยอง ลงล่าตาข่าย

เริ่มเกม 20 นาทีแรก ทั้งสองฝ่ายยังไม่มีลุ้นประตูมากนัก แต่หลังจากนั้น ลิเวอร์พูล เริ่มครองเกมได้เหนือกว่าเล็กน้อย ทว่ากลับเป็น ซันเดอร์แลนด์ ที่ขึ้นนำ 1-0 ในนาทีที่ 29 จากการลุยของ เคร็ก การ์ดเนอร์ มาทางริมเส้นด้านขวา ก่อนจะผ่านเรียดมาให้ สตีเวน เฟล็ทเชอร์ ชาร์จจ่อๆ หลังจากนั้น ลูกทีมของ มาร์ติน โอ' นีล เล่นด้วยความมั่นใจ ขณะที่เกมรุกของ "หงส์แดง" กลับขาดๆ เกินๆ หมดครึ่งแรก "แมวดำ" นำอยู่ 1-0

ครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล ครองบอลได้มากกว่า แต่กลับไม่สามารถฝ่าแนวรับของ "แมวดำ" ได้ จนกระทั่งนาทีที่ 71 หลุยส์ ซัวเรซ ซัดระยะเผาขน จากการเก็บตกจังหวะสกัดบอลพลาดของ ไดดัส แบรมเบิล ตีเสมอเป็น 1-1 จากนั้นช่วง 10 นาทีสุดท้าย ลูกทีมของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เริ่มได้ใจ และพยายามเปิดเกมรุก หวังทำประตูเพิ่ม แต่ก็ทำไม่ได้ จบเกมทั้งคู่เสมอกัน 1-1

รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริง

ซันเดอร์แลนด์ : ซิมง มืโยเลต์ , แดนนี โรส , เคร็ก การ์ดเนอร์ , จอน โอ เชีย , คาร์ลอส คูเอลยาร์ , ลี แคตเทิลโม , เซบาสเตียน ลาร์สสัน , แจ็ค โคลแบ็ค , เจมส์ แม็คคลีน , สตีเวน เฟล็ทเชอร์ , สเตฟาน แซสซิยอง ,

ลิเวอร์พูล : โฆเซ เรนา , เกล็น จอห์นสัน , แดเนียล แอ็กเกอร์ , มาร์ติน สเคอร์เทล , มาร์ติน เคลลี , สตีเวน เจอร์ราร์ด , โจ อัลเลน , จอนโจ เชลวีย์ , หลุยส์ ซัวเรซ , ฟาบิโอ บอรินี , ราฮีม สเตอร์ลิง
Read More

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 1 ก.ย. 55 | ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ 1 - 1 นอริช ซิตี

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 1 ก.ย. 55 | ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ 1 - 1 นอริช ซิตี
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 1 ก.ย. 55 | ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ 1 - 1 นอริช ซิตี
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 1 ก.ย. 55 | ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ 1 - 1 นอริช ซิตี
"ไก่เดือยทอง" "ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ที่เหลือ 10 คน พลาดการเก็บ 3 แต้มแรกในฤดูกาลนี้อีกครั้ง หลังถูก นอริช ซิตี เร่งเครื่องไล่ตามตีเสมอ 1-1 ในช่วงท้ายเกม บุกมาแบ่งแต้มกลับไปได้สำเร็จ ในศึกพรีเมียร์ ลีก อังกฤษเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 1 ก.ย. 55
ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ 1 - 1 นอริช ซิตี

ศึกพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 1 ก.ย. ที่ผ่านมา สเปอร์ เปิดบ้านต้อนรับ นอริช ซิตี อังเดร บียาส-โบอาส กุนซือ "ไก่เดือยทอง" เกมนี้ยังไม่ใช้ทั้ง คลินท์ เดมพ์ซีย์ และ ฮูโก ยอริส แข้งใหม่ของทีม โดยมี เจอร์เมน เดโฟ เป็นหอกเป้า และใช้ แกเร็ธ เบล กับ อาร์รอน เลนนอน ทำเกม 2 ฝั่ง ขณะที่ "เจ้านกขมิ้น" ใช้บริการ แกรนท์ โฮลท์ กองหน้าตัวเก่งเป็นตัวความหวังในการทำประตู

เริ่มเกมมา 8 นาที สเปอร์ส เกือบเสียประตูก่อนจากลูกฟรีคิก โรเบิร์ต สน๊อดกราสส์ โยนฟรีคิกเข้าหัว รัสเซล มาร์ติน แต่ แบรนด์ ฟรีเดล ยังไม่พลาดบินไปทิ้งไปหวุดหวิด ลูกทีมของ "เอวีบี" ยังตั้งเกมตามถนัดของตัวเองไม่ได้ กลับเป็น "เจ้านกขมิ้น" ที่ทำเกมได้น้ำได้เนื้อกว่าทำให้เริ่มมีเสียงโห่จากแฟน สเปอร์ส เล็กน้อย นาที 25 กองหลังเจ้าถิ่นโหม่งสักดไม่ดีเข้าทาง แบรดลีย์ จอห์นสัน วิ่งเข้ามาซัด บอลเหินคานไปนิดเดียว

ผ่าน 30 นาทีเจ้าถิ่นเริ่มบุกได้มากขึ้นแต่ยังหาจังหวะเข้าไปลุ้นประตูในกรอบโทษได้ ต้องอาศัยการยิงไกลจากนอกกรอบ ทว่ายังคลำเป้าไม่เจอ ช่วงท้ายครึ่งแรก ฟรีเดล ช่วยไม่ให้ "ไก่เดือบทอง" เสียประตูอีกครั้งเมื่อบินเซฟลูกโขกจ่อๆ ของ สน๊อดกราสส์ ได้อย่างเหลือเชื่อ พร้อมจบครึ่งแรกด้วยเสียโห่ไล่หลังจากแฟนๆ เจ้าถิ่น

กลับมาเล่นในครึ่งหลัง โบอาส แก้เกมเร็วโดยส่ง มุสซา เดมเบเล ลงมาเสริมในเกมรุกแทน ซานโดร แต่เล่นไปได้ 5 นาที กลายเป็น นอริช มาลุ้นก่อน สน๊อดกราสส์ โยนจากกราบขวามาตกที่หัวของ แกรนท์ โฮลท์ โขกเน้นๆ บอลข้ามคานไม่ไกล จากนั้นเกมยังไม่ดีขึ้นดั่งใจ ต้องเอา กิลฟี ซิกูร์ดสัน ออกมานั่งพักข้างสนามและใช้ เอมานูเอล อเดบายอ ลงสนามมาป่วนแทน

กระทั่งนาที 68 เดมเบเล ประเดิมประตูแรกให้สังกัดใหม่จนได้ จากจังหวะได้บอลหน้าเขตโทษโยกหลอก โจนาธาน ฮอร์สัน ก่อนสับไกด้วยซ้ายบอลพุ่งเสียบเสาสองอย่างสวยงามขยับสกอร์นำ 1-0 เกมของเจ้าบ้านดีขึ้นทันตาเห็นและสร้างโอกาสเข้าทำได้อย่างต่อเนื่องแต่ก็ยังไม่ได้ผ่านมือ จอห์น รัดดี

เกมทำท่าจะจบลงด้วยชัยชนะของ "ไก่เดือยทอง" ทว่าก่อนหมดเวลา 5 นาที สน๊อดกราสส์ เอียงตัววอลเลย์ด้วยซ้ายบอลเลี้ยวหนีมือ ฟรีเดล เข้าไปทางเสาสองอย่างสวยงามไล่มาเป็น 1-1 ช่วงที่เหลือ เจ้าถิ่นพยายามบุกหนักหวังทำประตูชัย แต่ ทอม ฮัดเดิลสตัน มาถูกไล่ออกจากการเข้าบอลหนัก จบเกมทำประตูเพิ่มไม่ได้เสมอคารัง แบ่งกันไปทีมละแต้ม ต้องรอชัยชนะนัดแรกในฤดูกาลต่อไป

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ : แบรด ฟรีเดล, วิลเลียมส์ กัลลาส, แยน เฟอร์ตองเกน, เบอร์นัว อัซซู-เอก็อตโต, ไคล์ วอลเกอร์, อาร์รอน เลนนอน, แกเร็ธ เบล, เจค ลิเวอร์มอร์, กิลฟี ซิกูร์ดสัน, ซานโดร, เจอร์เมน เดโฟ
นอริช ซิตี : จอห์น รัดดี, ฆาร์เวีย การ์ริโด, ลีออน บาร์เน็ต, เซบาสเตียน บาสซง, รัสเซล มาร์ติน, โรเบิร์ต สน๊อดกราสส์, แอนโธนีย์ พิลคิงตัน, โจนาธาน ฮอร์สัน, แบรดลีย์ จอห์นสัน, ซิโมน แจ็คสัน, แกรนท์ โฮลท์

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ประจำวันเสาร์ที่ 1 กันยายน 2555

เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 3 - 0 ฟูแล่ม
เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 3 - 0 ฟูแล่ม
1 - 0 เควิน โนแลน น.1
2 - 0 วินสตัน รีด น.29
3 - 0 แมทธิว เทย์เลย์ น.41]
สวอนซี ซิตี้ 2 - 2 ซันเดอร์แลนด์
สวอนซี ซิตี้ 2 - 2 ซันเดอร์แลนด์
0 - 1 สตีเฟ่น เฟล็ทเชอร์ น.40
1 - 1 เวนย์ เราท์เลดจ์ต น.45
1 - 2 สตีเฟ่น เฟล็ทเชอร์ น.45
2 - 2 มิชู น.66

สเปอร์ส 1 - 1 นอริช ซิตี้
สเปอร์ส 1 - 1 นอริช ซิตี้
1 - 0 มุสซา เดมเบเล น.68
1 - 1 โรเบิร์ต สน็อดกราสส์ น.85
เวสต์บรอมวิช 2 - 0 เอฟเวอร์ตัน
เวสต์บรอมวิช 2 - 0 เอฟเวอร์ตัน
1 - 0 เชน ลอง น. 65
2 - 0 แกรี แม็คอัลลีย์ น.82
วีแกน แอธเลติก 2 - 2 สโต๊ค ซิตี้
วีแกน แอธเลติก 2 - 2 สโต๊ค ซิตี้
1 - 0 ชอน มาโลนีย์ น.5 (จุดโทษ)
1 - 1 โจนาธาน วอลเตอร์ น.40 (จุดโทษ)
2 - 1 ฟรังโก ดิ ซานโต น.48
2 - 2 ปีเตอร์ เคราช์ น.77
Read More

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 25 ส.ค. 55 | แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 3 - 2 ฟูแล่ม

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 25 ส.ค. 55 | แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 3 - 2 ฟูแล่ม
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 25 ส.ค. 55 | แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 3 - 2 ฟูแล่ม

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 25 ส.ค. 55 | แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 3 - 2 ฟูแล่ม
โรบิน ฟาน เพอร์ซี กองหน้าของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประเดิมยิงเม็ดแรกในสีเสื้อของ "ผีแดง" ก่อนพาต้นสังกัดใหม่ล้างอายเปิดบ้านเอาชนะ ฟูแลม ไปได้ 3-2 ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ชิป อังกฤษ เมื่อคืนวันที่ 25 ส.ค. ที่ผ่านมา

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 25 ส.ค. 55
แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด - ฟูแล่ม
คู่ที่สองของวัน ที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อันดับ 13 ของตาราง ที่ประเดิมนัดแรกแพ้ เอฟเวอร์ตัน 0-1 เปิดบ้านต้อนรับ ฟูแลม อันดับ 3 เกมนี้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน หวังล้างอายพัก เวนย์ รูนีย์ ไว้ข้างสนาม แล้วส่ง โรบิน ฟาน เพอร์ซี ลงเป็นตัวจริง โดยมี ชินจิ คากาวะ คอยเป็นลูกมือ ส่วนทีมเยือนไม่มี คลินท์ เด็มพ์ซีย์ ตัวรุกความหวังที่มีข่าวกับ ลิเวอร์พูล แต่ยังมี เดเมียน ดัฟฟ์, มลาเด็น เปตริช และ ไบรอัน รุยซ์ เป็นตัวความหวัง

เริ่มเกมมา 3 นาที กลับเป็นแฟนเจ้าสัวได้เฮก่อน เมื่อ ฟูแลม ยิงขึ้นนำ 1-0 คาร์ริค ทำฟาลว์ใส่ เปตริช ล้มริมเส้นด้านซ้ายนอกเขตโทษ รุยซ์ ใช้ลูกสูตรจ่ายบอลเข้ามาให้ ดัฟฟ์ ที่วิ่งหนี แอชลีย์ ยัง จับไม่อยู่ วิ่งมาซัดด้วยซ้าย ส่งให้ "เจ้าสัวน้อย" ขึ้นนำอย่างรวดเร็วเป็น เล่นเอากองเชียร์เจ้าบ้านซึม

ฟาน เพอร์ซี วิ่งมายิงด้วยซ้ายแบบไม่ต้องจับ
แต่แล้ว แมนยู ไม่ปล่อยให้ ฟูแลม ขึ้นนำได้นาน นาที 10 แอนเดอร์สัน ไหลสั้นให้ เอฟรา ทางซ้าย ก่อนเปิดตัดเข้ากลางให้ ฟาน เพอร์ซี วิ่งมายิงด้วยซ้ายแบบไม่ต้องจับ บอลโค้งเข้าตาข่ายเสาสองแบบสวยงามเป็น 1-1 และถือเป็นประตูแรกของเจ้าตัวในสีเสื้อของ "ผีแดง" อีกด้วย

นาที 22 แมนยูฯ หาโอกาสบวกเม็ดสอง คากาวะ จับบอลหนึ่งจังหวะแล้วยิงทันที แต่บอลเข้ามือ ชวาร์เซอร์ แบบง่ายดาย คล้อยหลังนาทีเดียว คากาวะ มาอีกรอบป้ายบอลออกซ้ายให้ ยัง เลี้ยงจี้ขึ้นมาสั้นๆ ก่อนตัดสินใจยิงแต่วางเท้าไม่ดีบอลเหินข้ามคานแบบไม่มีลุ้น นาที 29 วาเลนเซีย เลี้ยงตัดเข้ามาทางขวาแล้วยิงหน้าเขตโทษ แต่บอลหลุดเสาแรกออกไป

เกมบุกของฟูแลม ช็อตไปดื้อๆ และเมื่อยิงไม่ได้ นาที 35 ก็มาโดนเจ้าถิ่นยิงแซงเป็น 2-1 จนได้ เคลเวอร์ลีย์ ยิงแถวสองบอลติดเซฟของ ชวาร์เซอร์ แต่รับไม่อยู่ คากาวะ ที่ยืนอยู่ข้างหน้าไม่รีรอยิงสวนเข้าไปทันทีแบบไม่ล้ำหน้า และกลายเป็นประตูแรกของเจ้าตัวในลีกอีกด้วย

แมนยู บุกไม่หยุด นาที 37 ยัง จ่ายให้ ราฟาเอล ยิงเข้าไปแต่โดนจับเป็นลูกล้ำหน้า แต่สุดท้ายก็มาแก้ตัวได้นาที 40 ยัง เจ้าเก่า กระดกบอลโด่งไปทางขวา ก่อนที่ ราฟาเอล ขวิดเข้าประตูไปให้ทีมขึ้นนำอีกครั้งเป็น 3-1

ก่อนหมดเวลา ฟูแลม เกือบได้ประตูไล่ขึ้นมา ดัฟฟ์ วอลเลย์หน้าเขตโทษติดตัว เด เคอา บอลไหลออกทางซ้าย เปตริช วิ่งมาซ้ำบอลติดเซฟไปชนเสาเด้งกลับมาให้ รุยซ์ ซ้ำดาบสองแต่บอลเหินข้ามคานออกไป จบครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกนำ ฟูแลม ไปก่อน 3-1 ด้วยรูปเกมสุดมันส์

ครึ่งหลัง เกมของ ผีแดง เริ่มเนือยลงเล็กน้อยแต่ยังมีจังหวะเสียวให้ได้ลุ้น นาที 57 คากาวะ ลากขึ้นเองแล้วยิงด้วยซ้ายหน้าเขตโทษ แต่ไปติดบล็อคผู้เล่นของ ฟูแลม ออกหลังไป ต่อมานาที 59 ฟาน เพอร์ซี เปิดโด่งเข้ามาให้ ราฟาเอล เทกตัวโหม่งแต่บอลเหินข้ามคาน

ทว่านาที 63 ฟูแลม ไล่คืนมาเป็น 2-3 แบบโชคช่วยเล็กน้อย วิดิช และ เด เคอา ออกมาป้องกันลูกโด่งจากริมเส้นฝั่งซ้ายแบบผิดพลาด ก่อนที่บอลจะโดนส้นเท้าของ วิดิช เข้าประตูไป เล่นเอาเจ้าตัวถึงกับก้มหน้าอายๆ นาที 69 ฟูแลมได้ใจเริ่มยิงเอาประตูตีเสมอให้ได้ เด็มเบเล วิ่งขึ้นมายิงไซด์ก้อย แต่ เด เคอา ยืนถูกที่คันเซฟไว้ได้หวุดหวิด

นาที 77 รูนีย์ ที่ถูกเปลี่ยนลงมาแทน คากาวะ ยิงฟรีคิกระยะ 28 หลา เยื้องทางซ้าย แต่ยิงไปติดกำแพง บอลยังไม่ออกจากสนาม ไหลข้ามทางขวาให้ ราฟาเอล ล็อคเป้าแล้วยิงไกลทันที แต่โชคร้ายบอลฮุบไม่ลงชนคานกระเด้งออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

นาที 82 ฟูแลม ทำแมนยูมีเสียวสันหลัง รุยส์ จ่ายให้ โรดาลเยกา หลุดขึ้นมายิงด้วยขวาแต่ติดบล็อคกองหลังออกไป จากนั้นเกมเข้าสู่ช่วงท้ายนาที 86 แมนยู เกือบบวกเม็ดที่ 4 เคลเวอร์ลีย์ เลี้ยงจี้ขึ้นมากลางประตูก่อนตัดสินใจยิงไกลแต่บอลพุ่งเรียดออกเสาสองไปนิดเดียว

จากนั้นทดเวลา 4 นาทีแต่ยิงกันไม่ได้ แถม รูนีย์ ยังได้รับบาดเจ็บโดน โรดาลเยกา ย่ำเข้าไปที่ขาแบบไม่ตั้งใจจนเลือดออกและโดนหามออกนอกสนามไป จบเกม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำชัยนัดแรกเอาชนะ ฟูแลม 3-2 ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 9 มี 3 คะแนน ส่วน ฟูแลม หล่นมาอยู่ที่ 4 มี 3 คะแนนเท่ากัน แต่ประตูได้เสียดีกว่า

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา, เนมานยา วิดิช, ไมเคิล คาร์ริค, ปาทริซ เอฟรา, ราฟาเอล ดา ซิลวา, แอนเดอร์สัน, ทอม เคลเวอร์ลีย์, แอชลีย์ ยัง, อันโตนิโอ วาเลนเซีย, ชินจิ คากาวะ, โรบิน ฟาน เพอร์ซี
ฟูแลม : มาร์ค ชวาร์เซอร์, เบรเด ฮันเกลันด์, แอรอน ฮิวจ์ส, แม็ทธิว บริกกส์, ซาชา รีเธอร์, มุสซา เด็มเบเล, มาฮามาดู ดิยาร์รา, อเล็กซานเดอร์ คาซานิคลิช, เดเมียน ดัฟฟ์, มลาเด็น เปตริช, ไบรอัน รุยซ์




ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 25 ส.ค. 55

แอสตัน วิลลา 1 - 3 เอฟเวอร์ตัน
0 - 1 สตีเวน พีนาร์ น.2
0 - 2 มารูยาน เฟลลายนี น.31
0 - 3 นิกิชา เยลาวิช น.44
1 - 3 คาริม เอล อาห์มาดี น.75
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3 - 2 ฟูแลม
0 - 1 เดเมียน ดัฟฟ์ น.3
1 - 1 โรบิน ฟาน เพอร์ซี น.9
2 - 1 ชินจิ คากาวะ น.34
3 - 1 ราฟาเอล ดา ซิลวา น.41
3 - 2 เนมานยา วิดิช ทำเข้าประตูตัวเอง น.63
นอริช ซิตี 1 - 1 ควีนส์พาร์ค เรนเจอร์ส
1 - 0 ซีโมน แจ็คสัน น.11
1 - 1 บ็อบบี ซาโมรา น.19
เซาท์แธมตัน 0 - 2 วีแกน
0 - 1 ฟรังโก ดิ ซานโต น.51
0 - 2 อารูนา โคเน น.88
ซันเดอร์แลนด์ - เรดดิง
เลื่อนการแข่งขันเพราะสนามมีน้ำขังจากฝนตก
ท็อตแนม ฮอทสเปอร์ส 1 - 1 เวสต์บรอมวิช อัลเบียน
1 - 0 เบอนัวต์ อัสซู เอก็อตโต น.74
1 - 1 เจมส์ มอร์ริสัน น.90+1






Read More

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 18 ส.ค. 55 | อาร์เซน่อล 0 - 0 ซันเดอร์แลนด์

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 18 ส.ค. 55 | อาร์เซน่อล 0 - 0 ซันเดอร์แลนด์
คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 18 ส.ค. 55 | อาร์เซน่อล 0 - 0 ซันเดอร์แลนด์
คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 18 ส.ค. 55 | อาร์เซน่อล 0 - 0 ซันเดอร์แลนด์
คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 18 ส.ค. 55 | อาร์เซน่อล 0 - 0 ซันเดอร์แลนด์
Read More

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 18 ส.ค. 55 | เวสบรอมวิช อัลเบียนส์ 3 - 0 ลิเวอร์พูล

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 18 ส.ค. 55 | เวสบรอมวิช อัลเบียนส์ 3 - 0 ลิเวอร์พูล
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 18 ส.ค. 55 | เวสบรอมวิช อัลเบียนส์ 3 - 0 ลิเวอร์พูล
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 18 ส.ค. 55 | เวสบรอมวิช อัลเบียนส์ 3 - 0 ลิเวอร์พูล
"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ประเดิมสนามเกมพรีเมียร์ ลีก ฤดูกาล 2012-13 ด้วยการบุกไปพ่าย เวสบรอมวิช อัลเบียนส์ 0-3 โดยต้องเหลือ 10 คนและเสียถึง 2 จุดโทษ ในเกมวันเสาร์ที่ผ่านมา ขณะที่ อาร์เซนอล เปิดบ้านทำได้แค่เสมอ ซันเดอร์แลนด์ 0-0 แบ่งกันไปทีมละแต้ม

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 18 ส.ค. 55 | เวสบรอมวิช อัลเบียนส์ 3 - 0 ลิเวอร์พูล

เกมเปิดสนามพรีเมียร์ ลีก ฤดูกาล 2012-13 ลิเวอร์พูล ภายใต้การนำของ แบรนเดน ร็อดเจอร์ส ยกพลไปเยือน เวสบรอมวิช อัลเบียนส์ ที่สนาม เดอะฮอว์ธอร์น สเตเดียม นำทัพโดย สตีเวน เจอร์ราร์ด กัปตันทีมคุมเกมตรงกลางร่วมกับ โจ อัลเลน ห้องเครื่องตัวใหม่ และใช้ หลุยส์ ซัวเรซ ล่าตาข่ายร่วมกลับ ฟาบิโอ บอรีนี ขณะที่เจ้าถิ่นวาง เชน ลอง เป็นความหวังในแนวรุก

"หงส์แดง" เปิดเกมรุกใส่ตั้งแต่ช่วงต้นเกม โดยอาศัยการต่อบอลตามช่องเข้าไปลุ้นประตูได้หลายครั้ง นาทีที่ 7 ซัวเรซ หลุดขึ้นมาล็อกหนี มาร์ติน โอลเซน ก่อนวางเท้ายิงด้วยขวาเต็มๆ บอลพุ่งน่ากลัวแต่ เบน ฟอสเตอร์ ยังยืนตำแหน่งดีทุบทิ้งออกไปได้ และเกือบออกนำก่อนในนาที 15 เกล็น จอห์นสัน เติมขึ้นสูงไหลให้ ซัวเรซ เจ้าเก่าตะบันด้วยขวาอีกหนบอลไม่ห่างตัวนายประตูเจ้าถิ่นมาก

ดำเนินผ่าน 25 นาที ลิเวอร์พูล สร้างเกมบุกได้วูบวาบกว่าชัดเจน แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่ลงล็อก ขณะที่ "เดอะแบ๊กกี" ตั้งทำได้เพียงตั้งรับอยู่ในแดนตัวเองและอาศัยจังหวะสวนกลับ จนมีลุ้นครั้งแรกจากฟรีคิก หลัง "หงส์แดง" เคลียกันไม่ขาดบอลมาตกที่ เชน ลอง เปิดกลับมาให้ โอลเซน โขกบอลลอยข้ามคานออกไป

นาที 29 จอห์นสัน เติมสุดเส้นหลังก่อนตักเข้ามาให้ดาวยิงอุรุกวัยโหม่งโล่งๆ ที่กรอบ 6 หลาแต่กดไม่ลง บอลเหินคานไปไม่ถึงคืบ เข้าสู่ช่วงท้ายครึ่งแรกเกมกลับมาสูสีกัน แต่เป็นแฟนเจ้าถิ่นที่ได้เฮก่อนจากลูกเตะมุม มาร์ติน สเคอร์เทล โขกทิ้งเข้าทาง โซลตัน เกรา แต่งบอลก่อนตะบันเต็มข้อบอลมุดใต้คานตุงตาข่ายสุดสวย จบ 45 นาที "หงส์แดง" ตามหลัง 0-1 ทั้งที่รูปเกมเหนือกว่า

กลับมาเล่นครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล มีลุ้นตามตีเสมอจากฟรีคิกหน้าเขตโทษ ซัวเรซ รับหน้าที่สังหารแต่บอลลอยข้ามคานออกไปไม่ไกล "หงส์แดง" ที่บุกอยู่เพลินๆ นาที 57 ต้องสถานการณ์แย่ลงไปอีกจากจังหวะถูกสวนกลับเร็ว แดเนียล แอ็กเกอร์ ผลัก ลอง ล้มลงในเขตโทษกรรมการควักใบแเดงไล่ออกทันที โชคยังดีที่ เชน ลอง ยิงไม่ดีพอ เปเป เรนา ล้มไปรับได้สบายไม่เสียประตูเพิ่ม

แต่แล้วไม่ถึง 3 นาที ลอง มาทำแสบอีกครั้งฉกบอลไปจาก สเคอร์เทล ง่ายๆ ก่อนถูกขัดขาล้มลง ฟิล ดาวน์ เป่าให่เป็นจุดโทษกับเจ้าถิ่นอีกตามเคย และเป็น ปีเตอร์ โอเดมวิงกี ซัดเข้ามุมไปไม่มีเหลือหนีห่างเป็น 2-0 สำเร็จ ลูกทีมของ ร็อดเจอร์ส ไม่มีทางเลือกต้องเปิดเกมรุกมาขึ้นส่ง โจ โคล ลงมาเพิ่มในแนวรุก แต่ก็เกือบเสียประตูจากจังหวะสวนกลับ โรเมลู ลูคาคู จ่ายให้ มอริสัน ยิงเน้นๆ แต่ข้ามคานเหลือเชื่อ

นาที 76 งานของ ลิเวอร์พูล ลำบากขึ้นไปอีก ริดจ์เวลล์ บรรจงหยอดจากซ้ายไปที่เสาสอง ให้ ลูคาคู โหม่งเต็มหัวเข้าไปง่ายๆ หนีห่างไปเป็น 3-0 จากนั้น ซัวเรซ ทิ้งโอกาสไล่ตีไข่แตกไปอีกหน บอรินี เปิดเข้ามาให้โขกโล่งๆ บอลพุ่งถากเสาออกไปแบบไร้โชค ช่วงที่เหลือ เจ้าถิ่นครองเกมไว้ได้ทั้งหมดและมีลุ้นอีกหลายครั้งแต่ เปเป เรนา ยังช่วยเซฟเอาไว้ได้ทั้งหมด จบเกม เวสบรอมวิช ถล่มไป 3-0

ขณะที่ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ที่ลงเตะในเวลาเดียวกัน เปิดรัง เอมิเรตส์ สเตเดียม โดยมี ลูคัส โพดอลสกี หัวหอกป้ายแดงลงเป็นซูเปอร์สตาร์ในเกมรุกรอต้อนรับ "แมวดำ" ซันเดอร์แลนด์ เป็นการเริ่มต้นยุคใหม่ซึ่งไร้โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ได้ไม่สวยสักเท่าไหร่ เพราะแม้ว่าอาร์เซนอลจะครองบอลได้ตามสไตล์ แต่ทำอะไรแนวรับซันเดอร์แลนด์ไม่ได้ แถมชิรูด์ยังพลาดสุดๆกับจังหวะหลุดเดี่ยวไปยิงเบิร์ดออกซะไกลในช่วงท้ายเกม เลยได้แค่เสมอกันไปแบบจืดๆ 0-0 ต้องแบ่งกันไปทีมละแต้ม

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
เวสบรอมวิช อัลเบียนส์ : เบน ฟอสเตอร์, มาร์ติน โอลเซน, แกเรธ แม็คออลลีย์, เลียม ริดจ์เวลล์, สตีเฟน รีด, ยูซุฟ มูลอมบู, เคลาดิโอ ยาคอบ, เจมส์ มอริสัน, ปีเตอร์ โอเดมวิงกี, โซลตัน เกรา, เชน ลอง
ลิเวอร์พูล : เปเป เรนา, แดเนียล แอ็กเกอร์, เกล็น จอห์นสัน, มาร์ติน สเคอร์เทล, สตีเฟน เคลลี, สตีเวน เจอร์ราร์ด, ลูคัส เลวา, สจ๊วร์ต ดาวนิง, โจ อัลเลน, หลุยส์ ซัวเรซ, ฟาบิโอ บอรีนี

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก ประจำวันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม 2555

อาร์เซน่อล 0 - 0 ซันเดอร์แลนด์
อาร์เซน่อล 0 - 0 ซันเดอร์แลนด์

ฟูแล่ม 5 - 0 นอริช ซิตี้
ฟูแล่ม 5 - 0 นอริช ซิตี้
1 - 0 เดเมียน ดัฟฟ์ น.27
2 - 0 มลาเดน เปตริช น.42
3 - 0 มลาเดน เปตริช น.54
4 - 0 อเล็กซานเดอร์ คาคานิคลิช น.66
5 - 0 สตีฟ ซิดเวลล์ น.87

ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส 0 - 5 สวอนซี
ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส 0 - 5 สวอนซี
0 - 1 มิชชู น.8
0 - 2 มิชชู น.53
0 - 3 เนธาน ดายเยอร์ น.63
0 - 4 เนธาน ดายเยอร์ น.71
0 - 5 สกอตต์ ซินแคลร์ น. 81

เรดดิง 1 - 1 สโต๊ค ซิตี
เรดดิง 1 - 1 สโต๊ค ซิตี
0 - 1 มาร์ติน ไคท์ลีย์ น.34
1 - 1 อดัม เลอ ฟองเดอร์ น.90

เวสต์บรอมวิช 3 - 0 ลิเวอร์พูล
เวสต์บรอมวิช 3 - 0 ลิเวอร์พูล
1 - 0 โซลตัน เกรา น.43
2 - 0 ปีเตอร์ โอเดมวิงกี น. 64
3 - 0 โรเมลู ลูคาคู น. 77

เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1 - 0 แอสตัน วิลลา
เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1 - 0 แอสตัน วิลลา
1 - 0 เควิน โนแลน น.40

นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 2 - 1 สเปอร์ส
นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 2 - 1 สเปอร์ส
1 - 0 Demba Ba 55'
1 - 1 Defoe 76'
2 - 1 Ben Arfa (PG) 80'
Read More

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 4 มี.ค. 55 | นิวคาสเซิ่ล 1 - 1 ซันเดอร์แลนด์

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 4 มี.ค. 55 | นิวคาสเซิ่ล 1 - 1 ซันเดอร์แลนด์

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 4 มี.ค. 55 | นิวคาสเซิ่ล 1 - 1 ซันเดอร์แลนด์

โชลา อเมโอบี กองหน้าตัวเก๋ายิงประตูในช่วงทดเวลาบาดเจ็บช่วยให้ "สาลิกาดง" นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ตามตีเสมอ "แมวดำ" ซันเดอร์แลนด์ 1-1 ที่สนามสปอร์ต ไดเร็คส์ อารีนา ในเกมพรีเมียร์ชิป อังกฤษ นัดดาร์บีแมตช์แม่น้ำไทน์-เวียร์ ทางภาคอีสานเมืองผู้ดี เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 4 มี.ค. 2555

เซบาสเตียน ลาร์สสัน (ซ้าย) ของซันเดอร์แลนด์ ดวลกับ โจนาส กูเตียร์เรส ของนิวคาสเซิล
เกมนี้ไปอย่างดุเดือดมีใบเหลืองรวมกัน 9 ใบและใบแดงอีก 2 ใบ โดยเริ่มเกมมา 22 นาที ซันเดอร์แลนด์ ได้จุดโทษ หลังจาก ไมเคิล เทอร์เนอร์ กองหลังถูก ไมค์ วิลเลียมสัน เซนเตอร์ฮาล์ฟเจ้าถิ่นดึงล้มลงในกรอบ 18 หลา ก่อนที่ นิคลาส เบนด์เนอร์ หัวหอกโคนม สังหารจุดโทษไม่ผ่านให้ทีมเยือนนำ 1-0 กระทั่งจบครึ่งแรก

เกมครึ่งหลัง เกิดจุดเปลี่ยนสำคัญที่ ซันเดอร์แลนด์ เหลือผู้เล่น 10 คนในนาที 58 สเตฟาน เซสเซญอน กองหน้าเบนินไปชักศอกใส่ ชีค ติโอเต มิดฟิลด์เจ้าถิ่น แม้จากภาพช้าจะไม่ถูกตัว ติโอเต ที่ลงไปนอนกองกับพื้นก็ตาม หลังจากนั้น นิวคาสเซิล ใช้ความได้เปรียบตัวผู้เล่นพับสนามบุกใส่เพื่อทวงประตูคืน

เกมมาถึงนาที 82 เฟร์เซอร์ แคมป์เบลล์ กองหน้า ซันเดอร์แลนด์ ที่ลงไปช่วยเกมรับ เสียบสไลด์ อเมโอบี ล้มลงในกรอบเขตโทษทำให้ นิวคาสเซิล ได้ลูกจุดโทษเช่นกัน แต่ เดมบา บา อีกหนึ่งหัวหอกฟอร์มแรงยิงไปติดเซฟ ไซมอน มิโนเลต์ นายด่านทีมเยือน

ซันเดอร์แลนด์ ทำท่าจะบุกมาเก็บชัยชนะเหนือ นิวคาสเซิล ได้เป็นครั้งแรกนับแต่ปี 2000 แต่ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ อเมโอบี เป็นฮีโร่ยิงประตูตีเสมอ 1-1 ให้ "สาลิกาดง" แบ่งหนึ่งคะแนนได้สำเร็จ โดย นิวคาสเซิล มีคะแนนเพิ่ม 44 แต้มอยู่ที่ 6 ของตาราง ส่วน ซันเดอร์แลนด์ มี 34 แต้มอยู่ที่ 11 ของตาราง
Read More

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 14 ม.ค. 55 | เชลซี 1 - 0 ซันเดอร์แลนด์

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 14 ม.ค. 55 | เชลซี 1 - 0 ซันเดอร์แลนด์
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 14 ม.ค. 55 | เชลซี 1 - 0 ซันเดอร์แลนด์ 
แฟรงค์ แลมพาร์ด กลายเป็นผู้ทำประตูแบบไม่ตั้งใจแต่ช่วยให้ทีม “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี เฉือนเอาชนะ “แมวดำ” ซันเดอร์แลนด์ ลงได้อย่างหวุดหวิด 1-0 เก็บ 3 คะแนนได้สำเร็จ

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก (14 ม.ค.55)


เชลซี 1-0 ซันเดอร์แลนด์
สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์
ประตู :
1-0 แลมพาร์ด 13

“สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ลงสนามในรังสแตมฟอร์ด บริดจ์ จัดทัพชุดหลักรับมือทีมที่ดีวันดีคืนอย่าง “แมวดำ” ซันเดอร์แลนด์ ซึ่งนำโดยกุนซือมือดี มาร์ติน โอนีล โดยมี เฟร์นานโด ตอร์เรส ยืนค้ำในแนวรุก และบนอัฒจันทน์มีว่าที่แข้งใหม่ แกรี่ เคฮิลล์ มาชมเกมด้วย

แต่เป็นทีมเยือนที่ได้โอกาสทักทายก่อนจากจังหวะการเปิดของ สเตฟาน เซสเซญอง แต่ว่าโดน โบซิงวา สกัดบอลได้ทันก่อนที่จะถึง เจมส์ แม็คคลีน ที่รอจะจบสกอร์ ก่อนที่เจ้าบ้านจะโต้ตอบด้วยจังหวะการโขกของ ตอร์เรส ที่หลุดกรอบออกไป

จากนั้นมาถึงนาทีที่ 13 เชลซี ก็มาได้ประตูออกนำไปก่อนจากจังหวะที่ ฆวน มาตา เปิดมาให้ ตอร์เรส ได้ซัดเต็มๆแต่ว่าไปชนคานกระเด้งลงมาโดน แฟรงค์ แลมพาร์ด ผ่านเข้าเส้นประตูไปแบบสุดเฮง เจ้าบ้านออกนำ 1-0

เจ้าบ้านยังคงทำได้ดีกว่า และมีจังหวะได้ลุ้นอีกครั้งจากฟรีคิกระยะไกลของ มาตา ที่ซัดไปติดเซฟของซิมง มิโญเลต์ แต่ทางด้าน ซันเดอร์แลนด์ เองก็พอจะมีความน่ากลัวในเกมรุกโดยเฉพาะ นิคลาส เบนดท์เนอร์ ที่สร้างปัญหาได้ไม่น้อย โดยมีจังหวะได้บอลจาก เซสเซญอง ก่อนหลุดไปซัดถากเสาออกไปนิดเดียว

เกมนี้ ตอร์เรส เล่นได้อย่างมั่นใจโดยเฉพาะหลังมีส่วนกับประตูแรก และยังมาโชว์พลิ้วหมุนตัวหาช่องก่อนซัดบอลถากเสาออกไป ก่อนที่เกมจะจบลงในครึ่งแรกด้วยสกอร์ 0-0 กันอยู่

ครึ่งหลังเกมกลับมาตึงเครียดและสูสีกันมากกว่าครึ่งแรก โดยต่างฝ่ายก็ต่างเรียกเอาจุดโทษโดยเชลซี ร้องในจังหวะที่ ตอร์เรส โดนจอห์น โอเช ดึงในเขตโทษ ขณะที่ทีมเยือนก็มีจังหวะที่ แอชลี่ย์ โคล ไปดึงใส่ เบนทด์เนอร์ เหมือนกันแต่ผู้ตัดสินมองข้ามทั้งสองจังหวะ

ซันเดอร์แลนด์ ก็มีจังหวะเกือบตีเสมอได้เหมือนกัน โดยเริ่มจาก เซสเซญอง จ่ายให้ เซ็บ ลาร์สสัน ก่อนจะเปิดต่อให้ แม็คคลีน ได้โอกาสโล่งๆที่เสาไกลแต่ว่ากลับยิงออกไปอย่างเหลือเชื่อทั้งที่ควรจะเป็นประตูตีเสมอไปแล้ว

จากนั้นทีมเยือนยังเป็นฝ่ายเล่นอย่างมีความหวังที่จะตีเสมอได้เพราะเชลซี ก็ปิดเกมไม่ลงเหมือนกัน และน่าจะตีเสมอได้สุดๆอีกครั้งจากการปั้นเกมของ เซสเซญอง คนเดิมที่พาบอลไปทางขวาก่อนเปิดเข้ามากลางประตู เคร็ก การ์ดเนอร์ ได้ยิงที่เสาแรกแบบต้องเป็นประตูแล้วแต่ก็ซัดพลาดอย่างเหลือเชื่อ

ช่วงท้ายเกมยังได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะที่ เบนทด์เนอร์ ได้โอกาสหลุดเข้าเขตโทษไปดวลกับ ปีเตอร์ เช็ก แต่ว่าโดนออกมาบีบกดดันจนยิงหลุดกรอบออกไปอีก ซึีงสุดท้ายเกมจบลงด้วยชัยชนะหวุดหวิดสุดๆของเจ้าบ้าน 1-0 ยึดอันดับ 4 เหนียวแน่นในเวลานี้

รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม

เชลซี : ปีเตอร์ เช็ค, จอห์น เทอร์รี่, ดาวิด ลูอิซ, แอชลี่ย์ โคล, โจเซ่ โบซิงวา, โอริโอล โรเมอู, ราอูล เมเรเลส, รามิเรส , แฟรงค์ แลมพาร์ด (เอสเซียง น.73), ฆวน มาต้า(มาลูด้า น.84), เฟร์นานโด ตอร์เรส

ซันเดอร์แลนด์ : ซิมง มิโยเลต์, แมตธิว คิลกัลลอน(เทอร์เนอร์ น.45), จอห์น โอเช, คีแรน ริชาร์ดสัน(วิคแฮม น.81), ฟิลิป บาร์ดสลี่ย์, เดวิด วอห์น(การ์ดเนอร์ น.69), ลี คัตเตอร์โมล, เจมส์ แม็คคลีน, เซบาสเตียน ลาร์สสัน, นิคลาส เบนด์ทเนอร์, สเตฟาน เซสเซยง

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ชิป อังกฤษ ประจำวันที่ 14 ม.ค.2555

แอสตัน วิลลา เสมอ เอฟเวอร์ตัน 1-1
1-0 : ดาร์เรน เบนท์ น.56
1-1 : วิคเตอร์ อนิเชเบ น.69

แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ชนะ ฟูแลม 3-1
1-0 : มอร์เทน กัมส์ท พีเดอร์เซน น.45+4
2-0 : เดวิด ดันน์ น.45
2-1 : ดาเมียน ดัฟฟ์ น.56
3-1 : เมาโร ฟอร์มิกา น.78

เชลซี ชนะ ซันเดอร์แลนด์ 1-0
1-0 : แฟรงค์ แลมพาร์ด น.13

ลิเวอร์พูล เสมอ สโต๊ค ซิตี 0-0

แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ โบลตัน 3-0
1-0 : พอล สโคลส์ น.45+1
2-0 : แดนนี เวลเบ็ก น.74
3-0 : ไมเคิล คาร์ริก น.83

ทอตแนม ฮอตสเปอร์ เสมอ วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-1
0-1 : สตีเวน เฟลทเชอร์ น.21
1-1 : ลูกา โมดริช น.51

เวสต์บรอมวิช แพ้ นอริช ซิตี 1-2
0-1 : แอนดรูว์ ซูร์แมน น.42
1-1 : เชน ลอง ลูกจุดโทษ น.68
1-2 : สตีฟ มอริสัน น.78
Read More

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 4 ธ.ค. 54 | เอฟเวอร์ตัน 0 - 1 สโตค ซิตี้, วูล์ฟแฮมป์ตัน 2 - 1 ซันเดอร์แลนด์

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 4 ธ.ค. 54 | เอฟเวอร์ตัน 0 - 1 สโตค ซิตี้
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 4 ธ.ค. 54 | เอฟเวอร์ตัน 0 - 1 สโตค ซิตี้
โรเบิร์ต ฮุธ กองหลังชาวเยอรมัน ยิงประตูชัยให้ สโต๊ค ซิตี บุกเฉือนเอาชนะ เอฟเวอร์ตัน 1-0 ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคมที่ผ่านมา

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
เอฟเวอร์ตัน 0 - 1 สโต๊ค ซิตี

เอฟเวอร์ตัน เปิดสนามกูดิสัน พาร์ก รับมือ สโต๊ค ซิตี โดยเกมนี้ เดวิด มอยส์ หมดสิทธิ์ใช้งาน หลุยส์ ซาฮา กองหน้าตัวเก่งที่บาดเจ็บจึงเป็นโอกาสของ อปอสโตลอส เวลลิออส ดาวรุ่งชาวกรีซลงมาล่าตาข่ายร่วมกับจอมโขกอย่าง ทิม เคฮิลล์ ขณะที่ โทนี พูลิส กุนซือทีมเยือนก็มีการพักผู้เล่นหลายคนสำหรับเกมยูโรปา ลีก นัดกลางสัปดาห์ แต่ยังมี ปีเตอร์ เคราช์ และ โจนาธาน วอลเตอร์ส เป็นตัวทีเด็ดในแดนหน้า


ฮุธ เป็นฮีโร่ให้ สโต๊ค ซิตี
เกมครึ่งแรก ทั้งสองทีมเล่นกันค่อนข้างสูสี เอฟเวอร์ตัน มีลุ้นก่อนในนาที 11 ซีมัส โคลแมน ทำเกมขึ้นมาทางริมเส้น ก่อนเปิดบอลมาให้ ดินิยาร์ บิลยาเลทดินอฟ กึ่งฮาล์ฟวอลเลย์บอลแฉลบหลุดกรอบประตูไป ถัดมาอีก 3 นาที สโต๊ค ทำประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะเตะมุม กองหลังเจ้าถิ่นโหม่งเคลียร์บอลมาเข้าทาง ดีน ไวท์เฮด ซัดจากนอกเขตโทษแล้ว โรเบิร์ต ฮุธ แหย่เท้าเปลี่ยนทางบอลตรงหน้าประตูเข้าไป

หลังจากนั้นเจ้าบ้านพยายามทำเกมบุกเพื่อทวงประตูคืน แต่ไม่สามารถหาทางเจาะแนวรับของ สโต๊ค เข้าไปลุ้นประตูแบบชัดเจนได้ ขณะที่ทีมเยือนมีโอกาสบวกสกอร์เพิ่มอีกลูกในนาทีสุดท้ายของครึ่งแรก แต่ลูกโหม่งของ ไรอัน ชอว์ครอสส์ จากจังหวะฟรีคิกเหินข้ามคานนิดเดียว

ช่วงครึ่งหลัง เกมของ เอฟเวอร์ตัน ยังไม่ดีขึ้นแม้มีการส่ง แจ็ค รอดเวลล์ มิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษลงมา ขณะเดียวกันมีจังหวะที่เกมหยุดลงพักใหญ่ๆในนาที 67 เมื่อ โธมัส โซเรนเซน นายด่านทีมเยือนได้รับบาดเจ็บจากการปะทะกับ เคฮิลล์

"ท็อฟฟีสีน้ำเงิน" เริ่มบุกกดดันหนักในช่วง 5 นาทีสุดท้าย จนมีโอกาสลุ้นประตู 2 ครั้งจากลูกยิงไกลของ มารูยาน เฟลลายนี แต่บอลออกหลัง และลูกเปิดของ เลห์ตัน เบนส์ แต่ จอห์น ไฮติงกา และ เฟลลายนี ตามชาร์จตรงหน้าประตูไม่ทัน สโต๊ค รักษาสกอร์ไว้ได้จนจบเกมจึงเอาชนะไป 1-0 พร้อมเก็บเพิ่ม 18 แต้มแซง เอฟเวอร์ตัน ที่มี 16 แต้มขึ้นมาอยู่ที่ 8 ของตาราง

รายชื่อผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม
เอฟเวอร์ตัน : ทิม ฮาเวิร์ด, จอห์น ไฮติงกา, เลห์ตัน เบนส์, โทนี ฮิบเบิร์ต, ลีออน ออสมัน, มารูยาน เฟลลายนี, ดินิยาร์ บิลยาเลทดินอฟ, ซีมัส โคลแมน, อปอสโตลอส เวลลิออส, ทิม เคฮิลล์
สโต๊ค ซิตี : โธมัส โซเรนเซน, โรเบิร์ต ฮุธ, ไรอัน ชอว์ครอสส์, มาร์ก วิลสัน, โจนาธาน วูดเกต, เกลนน์ วีแลน, ดีน ไวท์เฮด, แมทธิว เอเธอริงตัน, ไรอัน ชอตตัน, ปีเตอร์ เคราช์, โจนาธาน วอลเตอร์ส

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 4 ธ.ค. 54 | วูล์ฟแฮมป์ตัน 2 - 1 ซันเดอร์แลนด์
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 4 ธ.ค. 54 | วูล์ฟแฮมป์ตัน 2 - 1 ซันเดอร์แลนด์
สำหรับผลการแข่งขันอีกคู่ ซันเดอร์แลนด์ ซึ่งเพิ่งมีการเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีมจาก สตีฟ บรูซ มาเป็น มาร์ติน โอนีลล์ บุกไปแพ้ วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-2 ทั้งที่ทำประตูออกนำก่อนจาก คีแรน ริชาร์ดสัน ในนาที 51 และยังได้ลูกจุดโทษในนาที 72 แต่ เซบาสเตียน ลาร์สสัน ยิงไม่เข้า หลังจากนั้น สตีเวน เฟลทเชอร์ ยิงสองประตูรวดในนาที 73 และ 80 ให้เจ้าถิ่นเอาชนะไป
Read More

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

อย่าลืมกด Like ให้ด้วยนะครับ

Blog Archive

7m, ผลบอลพรีเมียร์, วิเคราะห์บอลพรีเมียร์, ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์, ตารางคะแนนบอลพรีเมียร์, โปรแกรมฟุตบอลพรีเมียร์, โปรแกรมถ่ายทอดสดบอลพรีเมียร์, ตารางบอล, คลิปฟุตบอล, คลิปไฮไลท์, คลิปไฮไลท์บอลพรีเมียร์, สยามกีฬา, บ้านผลบอล, เซียนสเต็ป, ล้มโต๊ะ, Goal, ดูบอลพรีเมียร์ออนไลน์, ผลบอลสด, ฟุตบอล, ผลบอลวันนี้, บอลวันนี้, ผลบอลเมื่อคืน, ผลฟุตบอล, ฟุตบอลวันนี้, โปรแกรมฟุตบอล, บอล, ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก, ตารางบอล, ข่าวฟุตบอล, คลิบฟุตบอล, เกมส์ุฟุตบอล, ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก, ผลฟุตบอลสด, football, soccer

ข่าวสโมสรพรีเมียร์ลีกอังกฤษทั้งหมด

Man Utd (151) Liverpool (148) Chelsea (62) Tottenham (61) Arsenal (60) Man City (51) Aston Villa (45) Newcastle (45) Stoke (42) Fulham (40) Sunderland (35) Everton (33) West Brom (31) Wigan (29) Swansea (25) Bolton (24) Blackburn (23) Norwich (22) QPR (22) West Ham (18) Birmingham (10) Blackpool (10) Reading (10) Southampton (10) Cardiff City (3) Crystal Palace (2) Hull City (2)