Showing posts with label Chelsea. Show all posts
Showing posts with label Chelsea. Show all posts

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 18 ส.ค. 56 | เชลซี 2 - 0 ฮัลล์ ซิตี้

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 18 ส.ค. 56 | เชลซี 2 - 0 ฮัลล์ ซิตี้
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 18 ส.ค. 56 | เชลซี 2 - 0 ฮัลล์ ซิตี้
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 18 ส.ค. 56 | เชลซี 2 - 0 ฮัลล์ ซิตี้

ออสการ์ และ แฟรงค์ แลมพาร์ด มิดฟิลด์ต่างวัย กอดคอกันซัดคนละ 1 ประตู นำ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี เปิดบ้านต้อน "เสือโคร่ง" ฮัลล์ ซิตี 2-0 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ นัดเปิดฤดูกาล 2013-14 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ 2013-14
เชลซี 2 - 0 ฮัลล์ ซิตี

เชลซี เฝ้ารัง สแตมฟอร์ด บริดจ์ วาง จออห์น เทอร์รี และ แกรี เคฮิลล์ 2 ปราการหลังชาวอังกฤษ คุมแนวรับ ส่วนแนวรุกยังคงวางใจ เฟร์นานโด ตอร์เรส ลงล่าตาข่าย โดยมี ออสการ์ , แฟรงค์ แลมพาร์ด และ เอเดน ฮาซาร์ด ช่วยกันปั้นเกมแดนกลาง รับการมาเยือน ฮัลล์ ซิตี

เสียงนกหวีดดังขึ้นเพียง 4 นาที เชลซี พลาดโอกาสขึ้นนำอย่างน่าเสียดาย เฟร์นานโด ตอร์เรส ฉีกรับบอลวางยาวจากกลางสนาม อัลลัน แม็คเกรเกอร์ พยายามออกมาชกบอล แต่ไปโดนหน้า เฟร์นานโด ตอร์เรส ล้มลง ผู้ตัดสินชี้จุดโทษ แฟรงค์ แลมพาร์ด ซัดเต็มแรงทางซ้ายมือ แม็คเกรเกอร์ พุ่งปัดพ้นอันตราย

"สิงโตน้ำเงินคราม" เร่งเกมทันที ก่อนความพยายามมาสัมฤทธิ์ผลนาที 13 เอเดน ฮาซาร์ด ได้บอลทางริมเส้นด้านซ้าย เลี้ยงหนีตัวประกบแล้วจ่ายเข้ากลางให้ เควิน เดอ บรุน แทงทะลุช่องให้ ออสการ์ จิ้มสวน แม็คเกรเกอร์ ตุงตาข่าย ต่อมา 2 นาที ฮาซาร์ด ไหลจากขวาให้ แลมพาร์ด กดเต็มข้อบริเณหัวกะโหลกเยื้องมาทางขวา แม็คเกรเกอร์ ปัดข้ามคาน

แลมพาร์ด แก้ตัวจากการพลาดจุดโทษ
ยักษ์ใหญ่แห่งกรุงลอนดอน แทบพับสนามบุก และทิ้งห่างนาที 25 แลมพาร์ด แก้ตัวจากการพลาดจุดโทษ ด้วยการกดฟรีคิกระยะประมาณ 35 หลา บริเวณกลางประตูเยื้องมาทางซ้าย บอลติดไซด์ก้อยเสียบมุมบนขวามืออย่างสุดสวย ต่อมา "สิงห์บลูส์" ถอยมาตั้งรับและดึงเกมช้า เปิดช่อง ฮัลล์ ซิตี ขยับเกมรุกสู้แต่ก็เจาะไม่เข้า

ช่วงทดเจ็บนาทีสุดท้าย (3 นาที) แฟรงค์ แลมพาร์ด เปิดเตะมุมฝั่งซ้ายมากลางประตู บรานิสลาฟ อิวาโนวิช ทะยานโขกเต็มกบาล กระดอนหน้าอก แม็คเกรเกอร์ ก่อนปัดมาเข้าทาง อิวาโนวิช จักรยานอากาศซ้ำข้ามคาน จบครึ่งแรก เชลซี นำ 2-0

กลับมาในครึ่งหลัง เชลซี เพลาเกมลงไปเปิดโอกาสทีมเยือนได้เล่นบ้างหลังโงหัวแทบไม่ขึ้นในครึ่งแรก แต่ก็ไม่ได้เจอกับภาระหนักใจอะไรเนื่องจาก ฮัลล์ ก็ไม่มีพิษสงอะไรให้ระวังตัวมากนัก

เชลซี เล่นประคองตัวไปเรื่อยๆโดยมีการทยอยส่งตัวสำรองอย่าง อังเดร ชูร์เล่ และโรเมลู ลุคาคู ลงสนามด้วย โดย ชูร์เล่ มีโอกาสได้หลุดไปชิพบอลเดี่ยวๆด้วยแต่ข้ามคานออกไปนิดเดียว

ช่วงเวลาที่เหลือ ไม่มีฝ่ายใดทำอะไรกันได้อีก จบเกมเชลซี ชนะไปสบายๆ 2-0 ประเดิม 3 แต้มแรกในพรีเมียร์ลีกกับการกลับมาของ โจเซ่ มูรินโญ่

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
เชลซี : ปีเตอร์ เช็ก, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, แกรี่ เคฮิลล์, จอห์น เทอร์รี่, แอชลี่ย์ โคล, รามิเรส, แฟรงค์ แลมพาร์ด, เควิน เดอ บรูย์น, เอเดน อาซาร์, เฟร์นานโด ตอร์เรส

ฮัลล์ : อัลลัน แม็คเกรเกอร์, อาเหม็ด เอลโมอามาดี้, เจมส์ เชสเตอร์, เคอร์ติส เดวิส, มายเนอร์ ฟิเกรัว, โรเบิร์ต โคเรน, เดวิด เมย์เลอร์, ร็อบบี้ เบรเดี้, โซเน่ อาลูโก้, แดนนี่ เกรแฮม, ยานนิค ซักโบ
Read More

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลอุ่นเครื่อง อินเตอร์เนชันแนล แชมเปียน คัพ | รีล มาดริด 3 - 1 เชลซี

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลอุ่นเครื่อง อินเตอร์เนชันแนล แชมเปียน คัพ | รีล มาดริด 3 - 1 เชลซี
คลิปไฮไลท์ฟุตบอลอุ่นเครื่อง อินเตอร์เนชันแนล แชมเปียน คัพ | รีล มาดริด 3 - 1 เชลซี



ประตู
1 - 0 Marcelo 14'
1 - 1 Ramires 16′
2 - 1 C. Ronaldo 31'
3 - 1 C. Ronaldo 56'
Read More

ผลฟุตบอลอุ่นเครื่อง อินเตอร์เนชันแนล แชมเปียน คัพ | รีล มาดริด 3 - 1 เชลซี


คริสเตียโน โรนัลโด ปีกชาวโปรตุกีส โชว์ฟอร์มเก่งเหมาคนเดียว 2 ประตู พา รีล มาดริด ไล่อัด เชลซี ในยุคของ โชเซ มูรินโญ 3-1 คว้าแชมป์ฟุตบอลอุ่นเครื่อง รายการ "อินเตอร์เนชันแนล แชมเปียน คัพ" ที่เมืองมะกัน เมื่อช่วงสายของวันพฤหัสบดีที่ 8 ส.ค.


ฟุตบอล อุ่นเครื่อง รายการ "อินเตอร์เนชันแนล แชมเปียน คัพ"
รีล มาดริด 3-1- เชลซี


ออกสตาร์ทเพียง 2 นาที คาริม เบนเซมา หลุดมาทางซ้ายก่อนกดด้วยซ้ายกะเล่นเสาแรก ปีเตอร์ เช็ก ล้มตัวปัดทิ้งไปได้ เข้าสู่นาที 14 มาเซโล พาบอลลากเข้ากรอบโทษและยิงเรียดลอดขา แกรี เคฮิลล์ เข้าทางเสาไกล ให้ มาดริด ออกนำ 1-0 หลังเสียประตูเพียง 2 นาที บอลชิ่งเร็วทะลุจาก ลูคาคู มาให้ รามิเรส ชิปข้ามตัว อิเกร์ คาซึยาส เข้าซุกตาข่ายอย่างเหนือชัน เชลซี ไล่ตามมาเป็น 1-1

นาที 26 จากบอลทุ่มเร็ว มาที่ แฟรงค์ แลมพาร์ด หนุนตัวยิงด้วยขวาบอลพุ่งหาเสาแรก กาซึยาส รับกระฉอก ลูคาคู จะตามซ้ำแต่ รามอส ตามมาบังไว้ได้ ผ่านครึ่งชั่วโมงของเกม มาดริด ได้ฟรีคิดระยะ 25 หลา และเป็น โรนัลโด รับหน้าที่สังหารบอลพุ่งเสียบคานชนิดที่ เช็ก หมดสิทธิ์เซฟขยับออกนำ 2-1 ช่วงที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม "ชุดขาว" นำด้วยสกอร์นี้

กลับมาครึ่งหลัง เชลซี ทักทายตั้งแต่นาทีแรก ฮาซาร์ด โยกตัดเข้าในก่อนกดบอลพุ่งน่ากลัวแต่ กาซึยาส ไม่พลาดทุบทิ้งออกไปหวุดหวิด นาที 52 บอลตามช่องจาก รามิเรส ให้ ฮาซาร์ด หลุดเดี่ยวยิงลอดตัว กาซึยาส แล้วแต่ยังตามไปคว้าได้ทัน แต่แล้วนาที 57 เป็น มาดริด ที่ขยับหนีเป็น 3-1 อิสโก เปิดโค้งให้ โรนัลโด โฉบโหม่งตุงตาข่าย

เข้าสู่ช่วง 10 นาทีสุดท้าย มาดริด ยังสามารถครองบอลบุกได้มากกว่า นาที 86 อังเคล ดิ มาเรีย ประสานงานกับ อัลวาโร โมราตา สองตัวสำรองของ "ชุดขาว" ประสานงานกันก่อนเป็นปีกชาวอาเจนไตน์กดด้วยซ้ายบอลเหินคานนิดเดียว ช่วงทดเจ็บ มาดริด อาศับการครองบอลที่เหนียวแน่น และน่าจะได้ประตูย้ำชัยจาก โมราตา แต่ไลน์แมนยกธงล้ำหน้าก่อน จบเกมเอา มาดริด เอาชนะไป 3-1 คว้าแชมป์เอาฤกษ์เอาชัยก่อนเปิดฤดูกาล

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
รีล มาดริด : อิเคร์ กาซึยาส, เซร์คิโอ รามอส, เปเป, อัลวาโร อาเบลัว, มาร์เซโล, ซาบี เคห์ดิรา, เมซุต โอซิล, ลูกา โมดริช, อิสโก, คริสเตียโน โรนัลโด,คาริม เบนเซมา
เชลซี : ปีเตอร์ เช็ก, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, แกรี เคฮิลล์, จอห์น เทอร์รี, แอชลีย์ โคล, แฟรงค์ แลมพาร์ด, มาร์โก ฟาน กิงเคล, ออสการ์, รามิเรส, เอเดน ฮาซาร์ด, โรเมลู ลูคาคู
Read More

"รูน" เตรียมขอผีขึ้นบัญชีซบ "สิงห์บลูส์"

เวย์น รูนีย์
เวย์น รูนีย์
เวย์น รูนีย์ ศูนย์หน้าดีกรีทีมชาติอังกฤษ เตรียมเขียนคำร้องขอย้ายสังกัดอย่างเป็นทางการ หาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังยืนกรานปฏิเสธข้อเสนอจาก เชลซี คู่ปรับร่วมศึกฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ

ยูไนเเต็ด เมินรับค่าตัว 23 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1.15 พันล้านบาท) พร้อมโบนัสอีก 2.5 ล้านปอนด์ (ราว 125 ล้านบาท) เรียบร้อยแล้ว ทว่า ยักษ์ใหญ่แห่งกรุงลอนดอน ยังหวังเพิ่มเงินล่อ แชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดี 20 สมัย ปล่อย จอมถล่มประตูวัย 27 ปี มาสู่ถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์

โชเซ มูรินโญ ยอดเทรนเนอร์ชาวโปรตุกีส ซึ่งติดภารกิจนำพลพรรค "สิงโตน้ำเงินคราม" อุ่นเครื่องทัวร์นาเมนต์ "กินเนสส์ อินเตอร์เนชันแนล แชมเปียนส์ คัพ" ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา หมายมั่นปั้นมือบรรลุข้อตกลงให้ได้ โดยทิ้ง เดฟ เบอร์นาร์ด เลขาฯ เชลซี ไว้ที่กรุงลอนดอน เป็นส่วนหนึ่งของทีมเจรจา

แข้งขวัญใจสาวก "เรด เดวิลส์" ย้ำเจตนารมย์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ต้องการแพ็กกระเป๋าออกจากถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ระหว่างการสนทนาอย่างดุเดือดกับ เดวิด มอยส์ บิ๊กบอสชาวสกอต ตลอดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ณ เวลานี้ อดีตนักเตะเยาวชนเอฟเวอร์ตัน เตรียมการแสดงความปรารถนาของตนเป็นลายลักษณ์อักษร ก่อนหน้าเกมเทสติโมเนียล แมตช์ ของ ริโอ เฟอร์ดินานด์ วันศุกร์ที่ 9 ส.ค. นี้ และอาจนำเหตุผลเรื่องฟีดแบคจากแฟน "ปิศาจแดง" เป็นปัจจัยสำคัญในการดิ้นรนเพื่อย้ายออกไป
Read More

10 สุดยอดเซ็นเตอร์แบ็กดีที่สุดในยุคปัจจุบัน

10 สุดยอดเซ็นเตอร์แบ็กดีที่สุดในยุคปัจจุบัน

10. แดเนียล แอกเกอร์ (ลิเวอร์พูล)

แดเนียล แอกเกอร์
แดเนียล แอกเกอร์
แดเนียล แอกเกอร์ คือว่าที่รองกัปตันทีมคนใหม่ของลิเวอร์พูล ซึ่งจากประสบการณ์ของเขานั้นจัดว่าโชกโชน ในระดับชาติการได้เป็นกัปตันทีมชาติเดนมาร์ก คือเครื่องวัดคุณภาพของเขาได้เป็นอย่างดี

จุดเด่นของแอกเกอร์คือ การเติมเกมรุกที่ทรงประสิทธิภาพ ลูกยิงด้วยเท้าซ้ายของเขาจัดว่าอันตรายและหวังผลได้เสมอ นอกจากนั้น ยังมีความเป็นผู้นำเต็มเปี่ยม เรียกได้ว่าถึงลิเวอร์พูลจะไม่ประสบความสำเร็จในซีซั่นที่ผ่านมาแต่ระดับฝีเท้าของแอกเกอร์ต้องติดท็อปเท็นของโลกอย่างไม่ต้องสงสัย

9. ริโอ เฟอร์ดินานด์ (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)

ริโอ เฟอร์ดินานด์
ริโอ เฟอร์ดินานด์
ถึงแม้ ริโอ จะมีอายุอานามพอสมควรแล้ว แต่ผลงานของเขากับทีมปิศาจแดงในซีซั่นที่ผ่านมา ยังจัดว่าเชื่อถือได้อยู่ ไม่ใช่แค่พาแมนฯยูไนเต็ดคว้าแชมป์ลีกได้สำเร็จแล้ว เฟอร์ดินานด์ ยังติดทีมออลสตาร์ของพรีเมียร์ลีกอีกต่างหาก โดยคว้าตัวจริงในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ก ซึ่งแสดงให้เห็นว่า เขายังคงเป็นที่พึ่งของทีมได้เสมอ

ในซีซั่นหน้า ถึงแม้แมนฯยูไนเต็ดจะมีกองหลังหลายรายทั้ง ฟิล โจนส์,คริส สมอลลิ่ง หรือจอนนี่ อีแวนส์ แต่ก็เชื่อว่าริโอ น่าจะยังคงเป็นเสาหลักของทีมต่อไปอีกระยะหนึ่ง

8. แยน แฟร์ทองเก้น (สเปอร์ส)

แยน แฟร์ทองเก้น
แยน แฟร์ทองเก้น

ในขวบปีที่ผ่านมา ชื่อเสียงของแยน แฟร์ทองเก้น โด่งดังไปทั่วยุโรป จากการเล่นอันโดดเด่นของเขากับทอตแน่ม ฮอตสเปอร์ส

แฟร์ทองเก้นมีความยืดหยุ่นได้ดีมาก เพราะเล่นได้ดีทั้งแบ็กซ้าย และเซ็นเตอร์แบ็ก การซื้อตัวมาจากอาแจ๊กซ์ในราคาแค่ 10 ล้านปอนด์ กลายเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเหลือเชื่อ

จนถึงเวลานี้ ผลงานมาสเตอร์พีซของอันเดร วิลลาส-โบอาส นอกเหนือจากการรั้งแกเร็ธ เบลไว้ได้ ก็คือการรั้งนักเตะอย่างแฟร์ทองเก้นต่อไปในซีซั่นหน้าได้อีกรายนี่ล่ะ

7. มัทส์ ฮุมเมิลส์ (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์)

มัทส์ ฮุมเมิลส์
มัทส์ ฮุมเมิลส์
มัทส์ ฮุมเมิลส์ กลายเป็นนักเตะที่เนื้อหอมสุดๆทันที หลังจากช่วยพาโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์คว้าแชมป์บุนเดสลีกาได้สำเร็จในซีซั่นก่อน นอกจากนั้นยังสามารถยึดตำแหน่งตัวจริงทีมชาติเยอรมันได้อย่างสง่างาม ซึ่งจากฝีเท้าของเขาก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไม่โยอาคิม เลิฟถึงไว้ใจให้เป็นตัวจริงทั้งๆที่อายุยังน้อย

ฮุมเมิลส์ เป็นผุ้เล่นที่เล่นได้อย่างชาญฉลาดมาก จุดเด่นของเขาคือเหนียวแน่นมากๆในการดวลกับคู่แข่งแบบตัวต่อตัว สังเกตดีๆว่าต่อให้คู่แข่งเร็วแค่ไหน ก็เลี้ยงไม่ผ่านเขา

นี่คืออนาคตอีกยาวไกลของทีมชาติเยอรมัน รวมทั้งของดอร์ทมุนด์ด้วยที่ต้องทำทุกอย่างเพื่อรั้งฮุมเมิลส์ให้อยู่กับทีมต่อไปให้ได้

6. เซร์คิโอ รามอส (เรอัล มาดริด)

เซร์คิโอ รามอส
เซร์คิโอ รามอส
เซร์คิโอ รามอส อาจมีชื่อเสียงไม่ค่อยดีนักนอกสนาม ทุกคนรู้ว่าเขาชอบใช้อิทธิพลในการกดดันผู้เล่น หรือสตาฟฟ์ที่เขาไม่ค่อยชอบใจ

แต่ถ้าวัดกันที่ฝีเท้าเพียวๆ เขาแทบไม่เป็นรองใครทั้งนั้นบนโลกใบนี้ ช่วงแรกๆเขาเริ่มต้นด้วยการเล่นในตำแหน่งแบ็กขวาก่อนตั้งแต่อยู่กับเซบีย่า แต่ในช่วงหลังเจ้าตัวเล่นเป็นเซ็นเตอร์แบ็กเป็นหลัก

ทำให้ศักยภาพของรามอส สามารถเล่นได้ทุกตำแหน่งในแนวรับ เขาอาจไม่ประสบความสำเร็จนักในซีซั่นที่ผ่านมา แต่ถ้าวัดกันที่เรื่องฝีเท้า ยังไงก็ต้องติดท็อปเท็นของโลกแน่นอน

5. ดาวิด ลุยซ์ (เชลซี)

ดาวิด ลุยซ์
ดาวิด ลุยซ์
ดาวิด ลุยซ์ เป็นกองหลังที่มีพัฒนาการก้าวกระโดดมากๆในซีซั่นที่ผ่านมา ย้อนกลับไปสมัยเบนฟิก้า เขาเป็นแค่แนวรับบ้าบุกธรรมดาคนหนึ่ง แต่ซีซั่นที่ผ่านมาภายใต้การคุมทีมของราฟาเอล เบนิเตซ

ลุยซ์ ยกระดับเป็นแนวรับที่จัดจ้านมาก ทั้งเกมรับและเกมรุก นอกจากนั้นยังมีบางเกมที่เขาโดดดันไปเล่นเป็นกองกลางตัวรับอีกด้วย ซึ่งทีเด็ดของลุยซ์ อยู่ทีการเติมเกมอย่างฉลาด แถมมีทีเด็ดที่การยิงไกล และฟรีคิกอีกด้วย ซึ่งถ้าเขายังก้าวกระโดดแบบนี้ต่อไป หนทางเป็นเซ็นเตอร์แบ็กเบอร์ 1 ของโลกก็ไม่ไกลเกินเอื้อม

นอกจากผลงานในระดับสโมสรจะเยี่ยมแล้ว ในระดับชาติก็เป็นตัวหลักให้บราซิลคว้าแชมป์คอนเฟดเดเรชั่นส์คัพอย่างสวยงามอีกด้วย

4. เคราร์ด ปิเก้ (บาร์เซโลน่า)

เคราร์ด ปิเก้
เคราร์ด ปิเก้
หลังจากหมดยุคของการ์เลส ปูโยล ก็กลายเป็นเคราร์ด ปิเก้ ที่ขึ้นมาแทนที่ทั้งในระดับทีมชาติ และระดับสโมสร

ผลงานในซีซั่นที่แล้ว ดูเผินๆจะไม่มีอะไร แต่อย่าลืมว่าปิเก้ พาบาร์ซ่าคว้าแชมป์ลาลีกาได้แบบแต้มทิ้งขาด ขณะที่ ในคอนเฟดเดเรชั่นส์คัพก็ไปไกลถึงรอบชิงชนะเลิศ เรียกได้ว่าผลงานโดยรวมโอเค

ปิเก้ เป็นกองหลังที่มีส่วนผสมของความดุดันแบบอังกฤษ จากประสบการณ์ที่เขาเคยเล่นให้กับแมนฯยูไนเต็ดอยู่ช่วงหนึ่ง รวมกับชั้นเชิงในสไตล์ลาลีกา ทำให้ฝีเท้าของเขาไม่เหมือนใคร

กล่าวคือปิเก้ ไม่ใช่กองหลังประเภทบู๊ชน แต่เป็นแนวมันสมองคิดอ่านได้เด็ดขาด ซ้อนรองแถวสองได้ดี แต่ถึงคราวต้องปะทะ ด้วยร่างกายที่ใหญ่โตก็ทำให้เขาไม่แพ้ใครเช่นกัน

3. แวงซ็องต์ กอมปานี (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

แวงซ็องต์ กอมปานี
แวงซ็องต์ กอมปานี
แวงซ็องต์ กอมปานี เป็นกัปตันของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และทำสถิติทีมที่เสียประตูน้อยที่สุดในพรีเมียร์ลีก เมื่อซีซั่นที่แล้ว กอมปานี คือหนึ่งในผู้เล่นที่ครบเครื่องที่สุดในตำแหน่งแนวรับ กับทีมชาติเบลเยี่ยมปัจจุบันเขาถูกดันไปเล่นกองกลางตัวรับ ขณะที่กับแมนฯซิตี้ เขาคือเซ็นเตอร์แบ็ก ซึ่งก็เล่นได้ดีทั้งสองตำแหน่ง

ที่เหนืออื่นใด คือกอมปานี เป็นคนที่มีความเป็นผู้นำสูงมาก จริงๆในซีซั่นที่ผ่านมา ถ้ากอมปานีไม่เจ็บไประยะหนึ่งเชื่อกันว่า แมนฯซิตี้จะไล่บดกับแมนฯยูไนเต็ดได้อย่างสนุกกว่านี้

สิ่งที่กอมปานียังขาดอยู่คือความสำเร็จระดับชาติ ถ้าอย่างน้อยพาเบลเยี่ยมไปแข่งฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้ เขาอาจจะก้าวมาเป็นกองหลังเบอร์ 1 ของโลกก็ได้ใครจะรู้

2. จอร์โจ้ คิเอลลินี่ (ยูเวนตุส)
จอร์โจ้ คิเอลลินี่
จอร์โจ้ คิเอลลินี่
กองหลังจากอิตาลีทุกยุคทุกสมัยได้รับการขนานนามว่า เป็นพันธุ์แกร่งอยู่แล้ว และประเทศแห่งนี้ไม่เคยขาดแคลนเซ็นเตอร์ชั้นดี จากบาเรซี่ ถึงคอสตาร์คูต้า มัลดินี่ คันนาวาโร่ และ มาเตรัซซี่ ในยุคปัจจุบันถ้าพูดถึงเซ็นเตอร์แบ็กสักคน ก็ต้องเป็นคิเอลลินี่แน่นอน เขาช่วยให้ยูเวนตุสคว้าแชมป์กัลโช่ เซเรียอาได้ 2 สมัยติดกันอย่างน่าทึ่ง

นอกจากนั้นยังเป็นแกนหลักของทีมชาติอิตาลีชุดปัจจุบันด้วย โดยคิเอลลินี่ เป็นคนที่ยืดหยุ่นในการเล่นอย่างมาก เขาปรับตัวได้ดีกับระบบ เซ็นเตอร์ 2 คน หรือ เซ็นเตอร์ 3 คน

แถมในบางสถานการณ์ยังขยับตัวเองไปเล่นแบ็กซ้ายได้ด้วย นี่คือหนึ่งในกองหลังที่ดีที่สุดในยุคปัจจุบันอย่างไม่ต้องสงสัย

1. ติอาโก้ ซิลวา (ปารีส แซงต์ แชร์กแมง)
ติอาโก้ ซิลวา
ติอาโก้ ซิลวา
นี่คือเซ็นเตอร์แบ็ก เจ้าของสถิติค่าตัวแพงที่สุดในโลก มหาศาลถึง 42 ล้านยูโร แถมยังได้รับค่าเหนื่อยประมาณ 12 ล้านยูโรต่อปี ซึ่งไม่มีเซ็นเตอร์แบ็กคนไหนจะได้รับสูงมากขนาดนี้ในโลกฟุตบอล

แน่นอน ฝีเท้าของเขาไม่ใช่ของปลอม ราคานั้นพิสูจน์ฝีเท้าได้เป็นอย่างดี ซีซั่นที่ผ่านมา เขาพาเปแอสเชคว้าแชมป์ลีกเอิง พร้อมด้วยสถิติเสียประตูน้อยที่สุดในลีก นอกจากนั้นยังช่วยบราซิลคว้าแชมป์คอนเฟดเดเรชั้นส์คัพอย่างยิ่งใหญ่ โดยนัดชิงถล่มสเปน 3-0 แบบไม่เสียประตู

จุดเด่นของติอาโก้ ซิลวา คือทั้งแกร่งและเร็วมาก ในทีมชาติบราซิลชุดปัจจุบัน มีคำกล่าวว่า ติอาโก้ มีความเร็วที่สุดติดอันดับท็อปทรีของทีม สูสีกับเนย์มาร์เลยทีเดียว ทั้งๆที่เขาเล่นตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ก

ในตอนนี้เจ้าตัวมีอายุ 28 ปี ถือว่าเป็นจุดพีกของผู้เล่นในตำแหน่งนี้ ซึ่งถ้ายังรักษาฟอร์มได้ต่อไปล่ะก็ เขาก็น่าจะครองตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กเบอร์ 1 ของโลกไปได้อีกนาน

Read More

ยังไม่ยอม!สิงห์เพิ่มข้อเสนอรูนี่ย์เป็น30ล.ปอนด์

เวย์น รูนี่ย์
เวย์น รูนี่ย์
เชลซี เตรียมขยับข้อเสนอเพิ่มเป็น 30 ล้านปอนด์ ในการคว้า เวย์น รูนี่ย์ ดาวยิง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาร่วมทีมให้ได้ หลังจากโดนปฏิเสธข้อเสนอรอบแรกไปเมื่อสัปดาห์ก่อน

เชลซี ทีมยักษ์ใหญ่ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ พร้อมทุ่มข้อเสนอ 30 ล้านปอนด์ (ราว 1,350 ล้านบาท) เพื่อกระชากตัว เวย์น รูนี่ย์ กองหน้าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คู่ปรับร่วมลีก มาร่วมทีมให้ได้ หลังจากข้อเสนอ 23 ล้านปอนด์ (ราว 1,035 ล้านบาท) บวกเงินจ่ายตามเงื่อนไขอีก 2.5 ล้านปอนด์ (ราว 112.5 ล้านบาท) โดนปฏิเสธไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ทัพ "สิงโตน้ำเงินคราม" พร้อมจ่ายค่าเหนื่อยสัปดาห์ละ 240,000 ปอนด์ (ราว 10.8 ล้านบาท) เท่ากับที่ดาวยิงวัย 27 ปี ได้รีบกับ "ปีศาจแดง" อยู่ตอนนี้ พร้อมสัญญาระยะ 5 ปี หากนักเตะสามารถหาทางออกมาจากถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ได้

ขณะนี้ รูนี่ย์ กำลังฝึกซ้อมอยู่ที่ศูนย์แคร์ริงตัน ของทัพ "ปีศาจแดง" หลังเดินทางกลับมาจากการเดินสายทัวร์ก่อน เนื่องจากมีปัญหาบาดเจ็บเอ็นหลังหัวเข่า ส่วน เดวิด มอยส์ ผู้จัดการทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ก็ยังคงยืนกรานว่าศูนย์หน้าทีมชาติอังกฤษ ไม่ได้มีไว้ขาย แต่ โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ เชลซี เตรียมผลักดันเพื่อคว้าตัวนักเตะมาให้ได้
Read More

"โคล" ทวีตเย้ยเอฟเอ กรณีแบน "เจที"

"โคล" อาจโดน "เอฟเอ" เล่นงาน
  แอชลีย์ โคล ปราการหลังตัวเก๋าของ เชลซี ตอบโต้สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) หลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักกรณีให้การปกป้อง จอห์น เทอร์รี เพื่อนร่วมทีม กรณีกล่าววาจาเหยียดผิว แอนทอน เฟอร์ดินานด์ นักเตะ ควีนสปาร์ค เรนเจอร์ส ในศึก พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เมื่อฤดูกาลที่แล้ว
   
       อดีตเซ็นเตอร์ฮาล์ฟทีมชาติอังกฤษ ถูกเอฟเอลงดาบกรณีพูดเหยียดผิว เฟอร์ดินานด์ผู้น้อง ด้วยการห้ามแข่ง 4 นัด พร้อมปรับเงิน 220,000 ปอนด์ (ประมาณ 11 ล้านบาท) ในการดวลแข้งศึก พรีเมียร์ชิป ณ สนาม ลอฟตัส โรด เมื่อเดือน ต.ค. 2011
   
       คณะกรรมการตัดสินโทษของ ส.ลูกหนังแดนผู้ดี เผยว่า "เจที" มีความผิดจากการกระทำดังกล่าว เนื่องจากหลักฐานของ อดีตฟูลแบ็คอาร์เซนอล ฟังไม่ขึ้น ล่าสุด แข้งวัย 32 ปี โพสข้อความผ่าน "ทวิตเตอร์" เครือข่ายสังคมออนไลน์ว่า "ฮ่าๆๆๆ เยี่ยมมาก เอฟเอ มองว่าผมโกหกใช่ไหม" พร้อมกับคำต่อท้ายที่ไม่สามารถเปิดเผยได้
   
       จากพฤติกรรมดังกล่าว เด็กปั้นจากถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดียม ซึ่งกำลังจะลงสนามให้ "สิงโตคำราม" เป็นนัดที่ 100 ในเดือน ต.ค. นี้ อาจถูกคว่ำบาตรจาก เอฟเอ ขณะเดียวกัน โรแบร์โต ดิ มัตเตโอ ผู้จัดการทีม "สิงห์บลูส์" กล่าวว่า "เราจะตรวจสอบข้อความของเขา จากนั้นเราจึงจะสรุปผล
Read More

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 29 ก.ย. 55 | อาร์เซนอล 1 - 2 เชลซี

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 29 ก.ย. 55 | อาร์เซนอล 1 - 2 เชลซี
คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 29 ก.ย. 55 | อาร์เซนอล 1 - 2 เชลซี
คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 29 ก.ย. 55 | อาร์เซนอล 1 - 2 เชลซี
คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 29 ก.ย. 55 | อาร์เซนอล 1 - 2 เชลซี
ประตู
0 - 1 เฟร์นันโด ตอร์เรส น.20
1 - 1 แชร์วินโญ น.42
1 - 2 ฆวน มาตา น.53
Read More

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 29 ก.ย. 55 | อาร์เซนอล 1 - 2 เชลซี

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 29 ก.ย. 55 | อาร์เซนอล 1 - 2 เชลซี
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 29 ก.ย. 55 | อาร์เซนอล 1 - 2 เชลซี
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 29 ก.ย. 55 | อาร์เซนอล 1 - 2 เชลซี
เชลซี อาศัยความเหนียวแน่นในเกมรับและใช้โอกาสไม่เปลือง บุกยัดเยียดความปราชัยหนแรกศึก พรีเมียร์ชิป อังกฤษ ฤดูกาลนี้ให้กับ อาร์เซนอล 2-1 เมื่อวันเสาร์ที่ 29 กันยายน 2555 โดยได้ประตูจาก เฟร์นานโด ตอร์เรส และ ฆวน มาตา ยึดตำแหน่งจ่าฝูงต่อไปอีกหนึ่งสัปดาห์

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 29 ก.ย. 55
อาร์เซนอล 1 - 2 เชลซี

ดาร์บี แมตช์ กรุงลอนดอน "จ่าฝูง" เชลซี สตาร์ท 5 นัดเก็บไป 13 แต้มบุกรัง อาร์เซนอล ที่ตามหลัง 4 แต้ม ถือว่าทั้งสองทีมออกสตาร์ทได้ยอดเยี่ยม แถมเพิ่งควงกันเข้ารอบ 4 ศึก แคปิตอล วัน คัพ ด้วยการถล่มคู่ต่อสู้ด้วยสกอร์ครึ่งโหลมาเช่นกัน เจ้าถิ่นยังใช้ วิโต มานโนเน เฝ้าเสาเพราะผู้รักษาประตูมือ 1 และ 2 ยังเจ็บ แถมปรับกระบวนทัพเซนเตอร์แบ็กพัก แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ ด้านทีมเยือนส่ง จอห์น เทอร์รี กองหลังที่กลายเป็นประเด็นร้อนถูก สมาคมฟุตบอลอังกฤษ ลงโทษแบน 4 นัดและปรับเงิน 220,000 ปอนด์ (ประมาณ 11 ล้านบาท) กรณีเหยียดผิวตั้งแต่ซีซันที่แล้ว
      
      
ตอร์เรส (ที่ 2 จากขวา) ยิงให้ทีมเยือนนำเร็ว
ช่วงต้นเกมทั้งสองทีมเปิดบอลเร็วโจมตีแต่ยังทันกันทั้งรุกและรับ จนกระทั่งนาที 17 อาร์เซนอล เจอเหตุสุดวิสัยต้องปรับแท็กติกถอด อาบู ดิอาบี กองกลางที่บาดเจ็บแล้วส่ง อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ลงมาแทน จากนั้น 3 นาทีเจ้าถิ่นก็ตกเป็นรอง 0-1 เมื่อ ฆวน มาตา เปิดฟรีคิกจากระยะ 30 หลาเยื้องไปทางกราบขวาเลยไปถึงเสาสอง โลร็องต์ กอสเซียลนีย์ ประกบพลาดปล่อยให้ เฟร์นานโด ตอร์เรส ที่อยู่ด้านหลังแท้ๆ ยื่นเท้ามาแปบอลปาดหน้าเข้าประตูไป
      
       หลังตกเป็นรอง อาร์เซนอล พาบอลบุกโจมตีได้ทั้งซ้ายและขวาแต่ยังเปิดบอลไม่เข้าเป้าผิดกับ เชลซี ที่สวนกลับนาที 23 เกือบได้ประตูที่ 2 ตอร์เรส หลุดเดี่ยวแต่จังหวะยิงตัดสินใจช้าเกินไปเลยเสียหลักจั่วลมล้มลง ทว่าก่อนหมดครึ่งแรก 3 นาทีเจ้าถิ่นมาได้ประตูตีเสมอ 1-1 จาก อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ที่เลื้อยพาบอลขึ้นมาทางขวาและจ่ายเรียดเข้ากลาง แชร์วินโญ ถอนลงมารับบอลจับหนึ่งจังหวะและยิงด้วยขวาเสยเพดานตาข่ายเข้าไป ก่อนจะปิดฉาก 45 นาทีแรกไปด้วยสกอร์นี้
      
       เปิดฉากครึ่งหลัง อาร์เซนอล ทำเกมบุกได้วูบวาบกว่าทว่านาที 53 เสียฟรีคิกใกล้เคียงกับที่โดนยิงประตูแรก มาตา รับหน้าที่เปิดด้วยซ้ายโค้งไปเสาสอง กอสเซียลนีย์ พยายามพุ่งเข้ามาสกัดโดนถากๆ บริเวณหน้าแข้ง ส่วน มานโนเน ก็เสียจังหวะแถมพุ่งไม่ถึงบอลเข้าประตูไป เชลซี นำอีกครั้งเป็น 2-1 เจ้าถิ่นตั้งหน้าตั้งตาบุกต่อนาที 59 มีลุ้นตีเสมอ กิ๊บบ์ส เปิดจากซ้ายไปเข้าหัว ลูคัส โพดอลสกี เช็ดเล่นทางบอลไม่แรงกำลังเลี้ยวหนีไปเสาสองแต่ไม่เหลือบ่ากว่าแรง ปีเตอร์ เช็ก เหยียดปัดเอาไว้ได้
      
       นาที 66 อาร์เซนอล เปลี่ยนตัวหมดหน้าตักส่ง ธีโอ วัลค็อตต์ ลงมาแทน อารอน แรมซีย์ และ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสที่เพิ่งประเดิมประตูแรกในถ้วย แคปิตอล วัน คัพ แทน โพดอลสกี และสัมผัสแรกของ ชิรูด์ เกือบทำประตูตีเสมอได้เมื่อก้มหน้ายิงด้วยซ้ายบอลแฉลบ ดาวิด ลุยซ์ ที่เข้าไปบล็อกเปลี่ยนทางเข้ากรอบ แต่ เช็ก ที่ถลำไปแล้วยังเอี้ยวตัวเซฟไว้ได้ ทีมเยือนมีการแก้เกมเปลี่ยนตัวคนแรกไม่ยอมให้เจ้าถิ่นกดอยู่ข้างเดียวด้วย การส่ง วิคเตอร์ โมเซส ปีกความเร็วสูงมาแทน ออสการ์
      
       เชลซี ทยอยเปลี่ยนตัวส่ง แกรี เคฮิลล์ มาแทน ลุยซ์ ที่มีอาการบาดเจ็บ รวมถึงเน้นรับด้วยการถอด มาตา และส่ง ไรอัน เบอร์ทรานด์ ลงมา นาทีสุดท้าย อาร์เซนอล มีจังหวะลุ้นประตูจาก แชร์วินโญ เปิดเรียดจากซ้ายเข้ากลางให้ กาซอร์ลา ยิงด้วยซ้ายไม่จับหลุดเสาแรกไป ซึ่งวันนี้กองกลางทีมชาติสเปนใช้โอกาสค่อนข้างเปลือง
      
       ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ 4 นาที อาร์เซนอล ต่อบอลขึ้นมาทางซ้ายได้สวย กาซอร์ลา แทงเข้ากลางให้ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน เบิ้ลเร็วให้ ชิรูด์ หลุดเข้าเขตโทษด้านซ้ายแตะหนี เช็ก เปิดช่องแล้วแต่ยิงด้วยซ้ายหักข้อไม่พอบอลเลยไม่เข้ากรอบ จบเกม เชลซี บุกชนะ อาร์เซนอล 2-1 เก็บเพิ่มเป็น 16 แต้มจาก 6 นัดนำเป็นจ่าฝูงต่อไป ส่วนเจ้าถิ่นแพ้ในลีกเป็นเกมแรก
      
       รายชื่อผู้เล่น 11 คนแรกของทั้งสองทีม
       อาร์เซนอล-วิ โต มานโนเน, โทมัส เฟอร์มาเลน, โลร็องต์ กอสเซียลนีย์, คาร์ล เจนกินสัน, คีแรน กิ๊บบ์ส, อาบู ดิอาบี, มิเกล อาร์เตตา, ลูคัส โพดอลสกี, อารอน แรมซีย์, ซานติ กาซอร์ลา, แชร์วินโญ
       เชลซี-ปี เตอร์ เช็ก, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, แอชลีย์ โคล, จอห์น เทอร์รี, ดาวิด ลุยซ์, รามิเรส, ฆวน มาตา, จอห์น โอบิ มิเกล, เอเดน ฮาซาร์ด, เฟร์นานโด ตอร์เรส, ออสการ์
Read More

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 22 ก.ย. 55 | เชลซี 1 - 0 สโต๊ค ซิตี

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 22 ก.ย. 55 | เชลซี 1 - 0 สโต๊ค ซิตี
คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 22 ก.ย. 55 | เชลซี 1 - 0 สโต๊ค ซิตี


คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 22 ก.ย. 55 | เชลซี 1 - 0 สโต๊ค ซิตี
ประตู
1 - 0 แอชลีย์ โคล น.85
Read More

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 22 ก.ย. 55 | เชลซี 1 - 0 สโต๊ค ซิตี

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 22 ก.ย. 55 | เชลซี 1 - 0 สโต๊ค ซิตี
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 22 ก.ย. 55 | เชลซี 1 - 0 สโต๊ค ซิตี
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 22 ก.ย. 55 | เชลซี 1 - 0 สโต๊ค ซิตี

แอชลีย์ โคล แบ็กจอมบุกทีมชาติอังกฤษ เป็นฮีโร่ซัดประตูชัยช่วงท้ายเกม ให้ เชลซี เปิดบ้านเฉือนเอาชนะ สโต๊ค ซิตี แบบหืดขึ้นคอ 1-0 เก็บ 3 แต้มสำคัญพร้อมรักษาตำแหน่งจ่าฝูงต่อไปอีกหนึ่งสัปดาห์ ในเกมพรีเมียร์ลีก วันเสาร์ที่ผ่านมา

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 22 ก.ย. 55
เชลซี 1 - 0 สโต๊ค ซิตี

สโต๊ค ซิตี "สิงห์บลูส์" ที่เพิ่งพลาดท่าถูก ยูเวนตุส ไล่ตีเสมอในเกมฟุตบอลยุโรป จัดแนวรุกชุดใหญ่อย่าง เอเดน ฮาซาร์ด, ออสการ์, ฆวน มาตา และ เฟร์นันโด ตอร์เรส ลงสนามครบถว้น แต่ยังดรอป จอห์น เทอร์รี และ แฟรงค์ แลมพาร์ด สองผู้เล่นตัวเก๋าไว้ข้างสนาม ขณะที่ โทนี พูลิส ใช้ ปีเตอร์ เคราช์ และ โจนาธาน วอลเตอร์ ยืนเป็นหอกเป้า โดยมี ไมเคิล โอเวน นั่งอยู่ข้างสนาม

 เริ่มเกมช่วง 20 นาทีแรก เชลซี อาศัยบอลสั้นตามช่องพยายามเจาะเข้าทำตามสไตล์ถนัด แต่ก็ยังเจาะแนวรับของ "ช่างปั้นหมอ" เข้าไปลุ้นประตูไม่สำเร็จ กระทั้งนาที 19 กลายเป็นทีมเยือนที่ได้เสียวก่อน จากลูกฟรีคิก เกลน วีแลน เปิดมาให้ วอลเตอร์ โถมมาโขกบอลพุ่งชนคานเต็มๆ ชนิดที่แฟนเจ้าถิ่นเงียบกันทั้งสนาม

 โอกาสแรกที่ได้ลุ้นของ "สิงห์บลูส์" ต้องรอถึงนาที 28 จากลูกฟรีคิกระยะไกล ดาวิด ลุยส์ รับหน้าที่ตะบันเต็มเท้าบอลลอยข้ามกำแพงแต่พุ่งไปตรงตัวของ แอชเมียร์ เบโกวิช ยืนรับไว้ไม่มีปัญหา นาที 36 สโต๊ค มาได้ลุ้นจากลูกยิงไกลของ มาร์ก วิลสัน แต่ก็ยังไม่ผ่านมือ เช็ก จังหวะถัดมาบอลเปิดจากริมเส้นมาที่ ไมเคิล ไคท์ลีย์ โหม่งไม่เต็ม เช็กปัดอีกครั้ง บอลอยู่หน้าประตู ยังดีที่ เคฮิลล์ ตามมาเตะทิ้งได้หวุดหวิดก่อนหมด 45 นาทีแรกยังไม่มีสกอร์

กลับมาเล่นครึ่งหลัง เชลซี เดิมเกมรุกใส่ไม่ต่างจากครึ่งแรก นาที 50 ออสการ์ ได้ยิงหักข้อแถวๆ หัวกระโหลกด้วยซ้าย แต่ เบโกวิช ยังล้มตัวตะครุบไว้ได้เยี่ยม ผ่าน 1 ชั่วโมงของเกมเกมยังไม่ดีขึ้น โรแบร์โต ดิ มัตเตโอ ต้องเปลี่ยนเอา วิคเตอร์ โมเซส ลงมาแทน ฮาซาร์ด ที่เล่นไม่ออกในเกมนี้

จากนั้นเกมรุกของ เจ้าบ้านดีขึ้นทันตาเห็น ออสการ์ รับบอลจาก รามิเรส พลิกหลบมาก่อนกดเรียดด้วยขวา บอลพุ่งถากเสาออกไปไม่ไกล นาที 76 มิเกล ได้หลุดขึ้นทางขวา พยายามแปเน้นๆ แต่ยังไปติดบล็อก ชอว์ครอสส์ บอลลอยโด่ง เบโกวิช พุ่งออกมาคว้าได้สบาย

ท้ายเกม "ช่างปั้นหมอ" เปลี่ยนเอา เควิน โจนส์ ลงมากดดันต่อและได้ลุ้นโหม่งที่เสาสอง ทว่าบอลยังไปตรงตัว เช็ก รับไว้ได้ แต่แล้วนาที 85 แฟน เชลซี มาได้เฮกันทั้งสนาม โมเซส เปิดยัยดดมาให้ มาตา บอลทะลุมาถึง โคล ชิพ ข้ามตัว เบโกวิช เข้าไปซุกก้นตาข่าวให้ "สิงห์บลูส์" ออกนำ 1-0 และประคองตัวเก็บ 3 แต้มได้สำเร็จขึ้นนำเป็นจ่าฝูงต่อไปอีกหนึ่งสัปดาห์

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เชลซี : ปีเตอร์ เช็ก, แอชลีย์ โคล, ดาวิด ลุยซ์, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, แกรี เคฮิลล์, จอห์น โอบี มิเกล, รามิเรส, เอเดน ฮาซาร์ด, ออสการ์, ฆวน มาตา, เฟร์นันโด ตอร์เรส

สโต๊ค ซิตี : แอชเมียร์ เบโกวิช, โรเบิร์ต ฮุต, ไรอัน ชอร์ครอสส์, เจฟฟ์ คาเมรอน, ชาลีย์ อดัม, มาร์ติน ไคท์ลีย์, เกลน วีแลน, สตีเฟน เอ็นซองซี, ปีเตอร์ เคราช์, โจนาธาน วอลเตอร์, มาร์ก วิลสัน

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 22 ก.ย. 55

สวอนซี ซิตี 0 - 3 เอฟเวอร์ตัน
0 - 1 วิคเตอร์ อนิเชบี น.22
0 - 2 เควิน มิรัลลาส น.43
0 - 3 มารูอาน เฟลไลนี น.82

เชลซี 1 - 0 สโต๊ค ซิตี
1 - 0 แอชลีย์ โคล น.85

เซาแธมป์ตัน 4 - 1 แอสตัน วิลลา
0 - 1 ดาร์เรน เบนท์ น.36
1 - 1 ริคกี แลมเบิร์ต น.58
2 - 1 นาธาน ไคลน์ น.63
3 - 1 เจสัน พันเชียนส์ น.72
4 - 1 ริคกี แลมเบิร์ต น.90 (จุดโทษ)]

เวสบรอมวิช 1-0 เรดดิง
1 - 0 โรเมลู ลูคาคู น.71

เวสต์แฮม 1-1 ซันเดอร์แลนด์
0 - 1 สตีเฟน เฟล็ตเชอร์ น.10
1 - 1 เควิน โนแลน น.90

วีแกน แอตเลติก 1-2 ฟูแลม
0 - 1 ฮูโก โรดาเยลกา ย.31
0 - 2 เดเมียน ดัฟฟ์ น.68
1 - 2 อารูนา โคเน น.90
Read More

นักเตะผู้ทำ 100 ประตู เร็วที่สุดในพรีเมียร์ลีก

จากการที่โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ เพิ่งยิง 100 ลูกในพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ ทำให้เราจะไปย้อนดูกันว่าตั้งแต่ก่อตั้งพรีเมียร์ลีกเป็นต้นมา นักเตะคนไหนที่ยิงครบ 100 ลูกเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์

ดิดิเยร์ ดร็อกบา
ดิดิเยร์ ดร็อกบา
อันดับ 10 ดิดิเยร์ ดร็อกบา
100 ประตู ใน 220 เกม

ดิดิเยร์ ดร็อกบา อาจอยู่กับเชลซีมาถึง 8 ปี แต่ทว่าเพิ่งมายิงครบ 100 ลูกในพรีเมียร์ลีกในปี 2012 นี่เอง ในเกมที่เอาชนะสโต๊ก ซิตี้ ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ไป 1-0 ในซีซั่นที่แล้ว





จิมมี่ ฟลอยด์ ฮัสเซลเบงค์
จิมมี่ ฟลอยด์ ฮัสเซลเบงค์
อันดับ 9 จิมมี่ ฟลอยด์ ฮัสเซลเบงค์
100 ประตู ใน 200 เกม

ฮัสเซลเบงค์ หัวหอกทีมชาติฮอลแลนด์ ยิงแฮตทริกได้สำเร็จใน 13 นาที ช่วยให้เชลซีชนะวูลฟ์แฮมป์ตัน 5-2 ในปี 2004 ซึ่งลูกที่ 3 นั้นเป็นประตูที่ 100 ของเขาในพรีเมียร์ลีก (แถมเกมนี้ยังเป็นวันเกิดครบ 32 ปีของเขาอีกด้วย)





โรบิน ฟาน เพอร์ซี่
โรบิน ฟาน เพอร์ซี่
อันดับ 8 โรบิน ฟาน เพอร์ซี่
100 ประตู ใน 197 เกม

ฟาน เพอร์ซี่ ยิงได้ 96 ประตู ตลอด 8 ปีที่อยู่กับอาร์เซน่อล และใน 3 เกมแรกกับแมนฯยูไนเต็ด เขายิงไป 4 ประตู โดย 3 ในนั้น เกิดขึ้นในเกมที่ชนะเซาแฮมป์ตัน 3-2





แอนดี้ โคล
อันดับ 6 ร่วม แอนดี้ โคล
100 ประตู ใน 185 เกม

แอนดี้ โคล ยิงได้ต่อเนื่องตั้งแต่อยู่กับนิวคาสเซิล แต่เขามายิงประตูที่ 100 ในเกมที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เอาชนะ น็อตติ้งแฮม ฟอร์เรสต์ 8-1 อย่างไรก็ตาม เกมนี้โคล ถูกบดบังรัศมี เพราะเป็นเกมที่โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ยิงได้ 4 ประตูพอดี





ไมเคิล โอเว่น
ไมเคิล โอเว่น
อันดับ 6 ร่วม ไมเคิล โอเว่น
100 ประตู ใน 185 เกม

ไมเคิล โอเว่น ยิงประตูได้ 100 ลูก อย่างรวดเร็วโดยใช้เวลา 185 เกม ในเดือนเมษายนปี 2003 เกมนี้ ลิเวอร์พูลถล่มเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน 6-0 ซึ่งโอเว่นกดคนเดียวไป 4





เลส เฟอร์ดินานด์
เลส เฟอร์ดินานด์
อันดับ 4 ร่วม เลส เฟอร์ดินานด์
100 ประตู ใน 175 เกม

ในเกมสุดท้ายของเฟอร์ดินานด์กับนิวคาสเซิล คือนัดสุดท้ายในซีซั่น 1996-97 เกมที่พบกับน็อตติ้งแฮม ฟอร์เรสต์ ที่เซนต์เจมส์พาร์ก เกมนั้น นิวคาสเซิลชนะ 5-0






ร็อบบี้ ฟาวเลอร์
ร็อบบี้ ฟาวเลอร์
อันดับ 4 ร่วม ร็อบบี้ ฟาวเลอร์
100 ประตู ใน 175 เกม

ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ลงสนามในเกมที่หงส์แดงชนะ เซาแฮมป์ตัน 7-1 นัดนั้นฟาวเลอร์ยิงแฮตทริกได้ด้วย ซึ่งประตูที่ 2 ที่เขายิงได้ในเกมนั้น คือประตูที่ 100 ของเขาในพรีเมียร์ลีก





เอียน ไรท์
เอียน ไรท์
อันดับ 3 เอียน ไรท์
100 ประตู ใน 173 เกม

สุดยอดกองหน้าของอาร์เซน่อลในยุค 90 และครองสถิติดาวซัลโวสูงสุดของสโมสรมาอย่างยาวนาน จนโดนเธียร์รี่ อองรีทำลายในเวลาต่อมา






เธียร์รี่ อองรี
อันดับ 2 เธียร์รี่ อองรี
100 ประตู ใน 160 เกม

เหมือนกับ ฟาวเลอร์ และฟาน เพอร์ซี่ อองรีสามารถยิงได้ครบ 100 ลูกในพรีเมียร์ลีก นัดที่พบกับเซาธ์แฮมป์ตัน
ในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2004 ที่ไฮบิวรี่ และปีนั้นอองรีก็พาอาร์เซน่อลคว้าแชมป์ลีกแบบไร้พ่ายด้วย





อลัน เชียเรอร์
อลัน เชียเรอร์
อันดับ 1 อลัน เชียเรอร์
100 ประตู ใน 124 เกม

เป็นสถิติอันดับ 1 ที่คงไม่มีใครทำลายได้ง่ายๆ สำหรับอลัน เชียเรอร์ โดยเขายิงได้ครบ 100 ลูกในพรีเมียร์ลีก สมัยเล่นอยู่กับแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส โดยยิงสเปอร์สได้ในเดือนธันวาคมปี 1995 ซึ่งเกมนั้นแบล็คเบิร์นชนะ 2-1


ข้อมูลโดย : MSN Thailand
Read More

แลมพ์โอเคถอยยืนหน้ากองหลัง

"แลมพ์" รับใกล้หมดหน้าที่ในการตะลุยขึ้นเกมบุกแล้ว พร้อมรับบทกองกลางตัวคุมเกมแทน
แฟร้งค์ แลมพาร์ด มิดฟิลด์มากประสบการณ์ของ เชลซี
แฟร้งค์ แลมพาร์ด มิดฟิลด์มากประสบการณ์ของ เชลซี
แฟร้งค์ แลมพาร์ด มิดฟิลด์มากประสบการณ์ของ เชลซี แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยืนยันว่าเขาพร้อมที่จะรับบทบาทมิดฟิลด์ตัวคุมเกม (โฮลดิ้ง มิดฟิลด์) แทนตำแหน่งเดิมที่มักจะเติมขึ้นไปทำประตู หลังต้นสังกัดคว้าบรรดาแข้งจอมบุกอย่าง เอแด็น อาซาร์, ออสการ์, วิคเตอร์ โมเซส เข้ามาเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา

ดาวเตะวัย 34 กะรัต กล่าวว่า "หากเป็นแบบนั้นผมก็จะลงเล่นในตำแหน่งโฮลดิ้งมิดฟิลด์ และมันก็ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้น แล้วทำไมจะไม่ล่ะ เราประสบความสำเร็จอย่างมากในช่วงท้ายซีซั่นที่แล้วด้วยรูปแบบนี้ นักเตะหลายคนที่เราคว้าตัวเข้ามาต่างได้รับบทบาทด้านหลังของกองหน้า ดังนั้นจึงหมายความว่าผมจะต้องเล่นในตำแหน่งที่ต่างออกไปเล็กน้อย แต่ผมก็เคยทำมาแล้วเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมาและผมจะทำอีกครั้ง นั่นไม่ใช่ปัญหา"

ทั้งนี้ ตลอด 11 ปีในรั้วสแตมฟอร์ด บริดจ์ "แลมพ์" ซัลโวประตูได้อย่างเป็นกอบเป็นกำถึง 188 ลูก เป็นรอง บ็อบบี้ แทมบลิงค์ ตำนานดาวยิงของ "สิงห์บลูส์" เพียง 14 เม็ดเท่านั้น
Read More

ผลฟุตบอล ยูฟา ซูเปอร์ คัพ 31 ส.ค. 55 | เชลซี 1 - 4 แอตเลติโก มาดริด

ผลฟุตบอล ยูฟา ซูเปอร์ คัพ 31 ส.ค. 55 | เชลซี 1 - 4 แอตเลติโก มาดริด
แฟรงค์ แลมพ์พา์ร์ดโชว์ฟอร์มไม่ออก
ผลฟุตบอล ยูฟา ซูเปอร์ คัพ 31 ส.ค. 55 | เชลซี 1 - 4 แอตเลติโก มาดริด
ราดาเมล ฟัลเกา หัวหอกชาวโคลัมเบียฟอร์มฮอตแฮตทริกช่วยให้ แอตเลติโก มาดริด ทีมแชมป์ ยูโรปา ลีก ถล่ม เชลซี แชมป์ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก เละเทะ 4-1 คว้าแชมป์ยูฟา ซูเปอร์ คัพ ไปครอง ในเกมที่โมนาโก เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 31 ส.ค. ที่ผ่านมา

ผลฟุตบอล ยูฟา ซูเปอร์ คัพ 31 ส.ค. 55
เชลซี 1 - 4 แอตเลติโก มาดริด

เกมยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ ที่สนาม สตาร์ด หลุย เดอ ที่ประเทศฝรั่งเศส เป็นการพบกันระหว่าง เชลซี ทีมแชมป์ ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก และ แอตเลติโก มาดริด แชมป์ ยูโรปา ลีก "สิงห์บลูส์" ของโรแบร์โต ดิ มัตเตโอ ใช้ทั้ง ฆวน มาตา, เอเดน ฮาซาร์ด และ เฟร์นันโด ตอร์เรส ในเกมรุก ขณะที่ "ตราหมี" ของ ดิเอโก ซึมิโอเน กุนซือชาวอาร์เจนไตน์ ใส่ชื่อของ ราดาเมล ฟัลเกา และ อาร์ดา ตูราน เป็นตัวชูโรง

เปิดฉากมาเพียง 6 นาที แอต. มาดริด เกือบขึ้นนำก่อน อาดา ตูราน เปิดเข้ามาให้ ฟัลเกา พุ่งเข้าชาร์ตจ่อๆ ไม่ถึง 6 หลา บอลพุ่งไปจูบคานอย่างน่าเสียดาย ทว่าจากนั้นไม่นานบอลทะลุช่อง ฟัลเกา ไม่ล้ำหน้าหลุดไปชิพข้ามตัว ปีเตอร์ เช็ก บอลชนเสาในเข้าประตูไปอย่างสวยงาม "ตราหมี" ออกนำเร็ว 1-0

นาที 19 กองกลาง เชลซี หยุดแนวรุกของ แอตเลติโก มาดริด ไม่อยู่ บอลหลุดมาถึง ฟัลเกา แต่งบอลหนุ่งจังหวะก่อนบรรจงปั่นด้วยซ้าย บอลข้ามตัว ปีเตอร์ เช็ก เสียบเสาสองอย่างสวยงาม หนีห่างเป็น 2-0 "ตราหมี" ยังใช้จังหวะสวนกลับเล่นงานได้ต่อเนื่อง อาเดรียน ลากสวนขึ้นมาไหลออกขวาให้ กาบี แปเต็มๆ แต่ติดบล็อก เช็ก ที่ผวามาบล็อกได้ทัน

"ตราหมี" น่าจะได้ประตูนำห่างไปอีก ในนาที 36 มาริโอ ซัวเรส หลุดขึ้นมาเปิดให้ อาร์ดา ตูราน ชาร์ต จ่อๆ พลาดอย่างน่าเสียดาย มาถึง ฟัลเกา โหม่งจ่อๆ บอลไปชนคานออกไปอีก แต่แล้วท้ายครึ่งแรก ฟัลเกา มากดแฮตทริกของตัวเองจากการยิงลอดขา เช็ก เข้าไปง่ายๆ ส่งให้ทีมนำห่าง 3-0 และปิดครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

กลับมาเล่นครึ่งหลัง เชลซี เปลี่ยนเอา ออสการ์ ลงมาแทน รามิเรส มีมีอาการเจ็บ แต่เกมก็ยังไม่ดีขึ้น และมาโดน แอต. มาดริด เผาเครื่องอีกครั้ง จากลูกฟรีคิกแนวรับเคลียกันไม่ขาดบอลมาตกที่ มิรานดา แปสวนตัว เช็ก เคฮิล พยายามทิ้งตัวขวางแต่ไม่เป็นผลบอลกระดอนเข้าประตูไปซุกก้นตาข่ายขยับสกอร์หนีไปไกล 4-0

นาที 70 ลูกฟรีคิกของ โกเก จากฝั่งซ้ายบอลเลยไปหมดตกลงพื้นทำท่าจะเข้าประตูแต่ยังดี เช็ก ยังไวพุ่งปัดทิ้งไปได้หวุดหวิด แฟน "สิงห์บลูส์" ได้เฮเล็กๆ แกรี เคฮิล ได้ลูกส้มหล่นหน้าประตูก่อนตะบันเต็มเท้าเข้าไปตุงตาข่ายไล่มา 1-4 อย่างไรก็ดีช่วงที่เหลือทีมแชมป์ยูโรปา ลีก คุมเกมไว้ได้ทั้งหมด ก่อนประคองตัวปิดเกมเอาชนะไปแบบขาดลอย ซิวแชมป์ยูฟา ซูเปอร์ คัพ สมัยที่ 2 ไปครองอย่างชื่นมื่น

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
เชลซี : ปีเตอร์ เช็ก, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, แอชลีย์ โคล, ดาวิด ลุยซ์, แกรี เคฮิลล์, รามิเรส, แฟรงค์ แลมพ์พาร์ด ,จอห์น โอบี มิเกล, เอเดน ฮาซาร์ด, เฟร์นันโด ตอร์เรส, ฆวน มาตา
แอตเลติโก มาดริด : ธิโบร์ คูร์ตัวร์, เจา มิรานดา, ฆวนฟราน, ฟิลิเป หลุย, ดีเอโก โกดิน, กาบี, มาริโอ ซัวเรส, อาร์ดา ตูราน, โกเก, อาเดรียน, ราดาเมล ฟัลเกา
Read More

ผลการจับสลากรอบแบ่งกลุ่ม ศึกยูฟา แชมเปียนส์ ลีก ประจำฤดูกาล 2012/13

ผลการจับสลากรอบแบ่งกลุ่ม ศึกยูฟา แชมเปียนส์ ลีก ประจำฤดูกาล 2012/13
ผีงานเบา,เรือชนหิน จับติ้ว ชปล. "อิเนียสตา" แข้งยอดเยี่ยม
สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟา) ทำการจับสลากรอบแบ่งกลุ่ม ศึกยูฟา แชมเปียนส์ ลีก ประจำฤดูกาล 2012/13 ออกมาแล้ว โดย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมดังจากประเทศอังกฤษ เจองานเบา โดยร่วมกลุ่ม H กับ บรากา , กาลาตาซาราย และ ซีเอฟอาร์ คลูจ ขณะที่ เชลซี แชมป์เก่า มีกระดูกชิ้นโตอย่าง ยูเวนตุส เป็นเพื่อนร่วมกลุ่ม E ด้าน แมนเชสเตอร์ ซิตี ต้องพบกับศึกหนักอย่าง เรอัล มาดริด , อาแจ็กซ์ และ โบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ ในกลุ่ม D ซึ่งถือเป็น "กรุป ออฟ เดธ" ของทัวร์นาเมนต์นี้

เมื่อช่วงคืนวันพฤหัสบดีที่ 30 สิงหาคม ตามวัน-เวลาในประเทศไทย ยูฟา ได้ทำการจับสลากรอบแบ่งกลุ่ม ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก ซึ่งมีด้วยกัน 8 กลุ่ม ดังนี้

กลุ่ม A ปอร์โต , ดินาโม เคียฟ , ปารีส แซงต์ แชร์แมงต์ , ดินาโม ซาเกร็บ
กลุ่ม B อาร์เซนอล , ชาลเก 04 , โอลิมเปียกอส , มงต์เปลิเยร์
กลุ่ม C เอซี มิลาน , เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก , อันเดอร์เลชท์ , มาลากา
กลุ่ม D เรอัล มาดริด , แมนฯ ซิตี , อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม , โบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์
กลุ่ม E เชลซี , ชัคเตอร์ โดเนสก์ , ยูเวนตุส , นอร์ดสเจลแลนด์
กลุ่ม F บาเยิร์น มิวนิค , บาเลนเซีย , ลีลล์ , เอฟซี บาเต
กลุ่ม G บาร์เซโลนา , เบนฟิกา , สปาร์ตัค มอสโก , กลาสโกว์ เซลติก
กลุ่ม H แมนฯ ยูไนเต็ด , บรากา , กาลาตาซาราย , ซีเอฟอาร์ คลูจ

ด้านรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของ ยูฟา จากการโหวตของสื่อมวลชน ตกเป็นของ อันเดรส อิเนียสตา มิดฟิลด์ของบาร์เซโลนา ด้วยผลงานพาทีมชาติสเปน ป้องกันแชมป์ยูโร 2012 เป็นชาติแรกในประวัติศาสตร์
Read More

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 25 ส.ค. 55 | เชลซี 2 - 0 นิวคาสเซิ่ล

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 25 ส.ค. 55 | เชลซี 2 - 0 นิวคาสเซิ่ล
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 25 ส.ค. 55 | เชลซี 2 - 0 นิวคาสเซิ่ล
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 25 ส.ค. 55 | เชลซี 2 - 0 นิวคาสเซิ่ล
เอเดน ฮาซาร์ด และ เฟร์นานโด ตอร์เรส สองผู้เล่นของเชลซี ช่วยกันซัดคนละประตูก่อนพา "สิงห์บลู" เก็บชัยเป็นนัดที่ 3 ด้วยการเปิดบ้านเอาชนะ "สาลิกาดง" นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 2-0 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมือคืนวันที่ 25 ส.ค. ที่ผ่านมา

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 25 ส.ค. 55
เชลซี 2 - 0 นิวคาสเซิ่ล
เกมคู่สุดท้ายที่สนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ เชลซี ที่เก็บชัยมาแล้ว 2 นัดรวด ลงเล่นในบ้านเจอกับ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด อันดับ 6 ของตาราง วันนี้ฝั่งเจ้าบ้านดร็อป แฟรงค์ แลมพาร์ด กับ รามิเรส ไว้ข้างสนามแล้วไว้ใจให้ เอเดน ฮาซาร์ด กับ เฟร์นานโด ตอร์เรส เป็นตัวความหวังพังประตู ส่วนทีมเยือนข่าวดี เดมบา บา หายเจ็บกลับมายืนคู่กับ ปาปิส เดมบา ซิสเซ ในแดนหน้า

ช่วงแรกทั้งสองทีมยังไม่กล้าเปิดเกมใส่กันมากนัก ต่อมานาที 12 นิวคาสเซิล ได้ลุ้นก่อน เบน อาร์ฟา สาดยาวไปข้างหน้าให้ ซิสเซ วิ่งเบียดแนวรับก่อนล้มตัวยิงตามน้ำแต่บอลเหินข้ามคายแบบไม่มีลุ้น ต่อมานาที 14 เชลซี โต้กลับ ฮาซาร์ด ยิงนอกกรอบเขตโทษแต่บอลตรงตัวไปเข้ามือ ครูล

นาที 17 เชลซี พลาดประตูขึ้นนำ ตอร์เรส พักบอลก่อนจ่ายเข้ากลางให้ เบอร์ทรานด์ วิ่งเติมขึ้นมายิง แต่ ครูล ยังเซฟไว้ได้ แต่แล้วนาที 20 เจ้าถิ่นได้ลูกจุดโทษ อนิตา วิ่งมาเตะ ตอร์เรส ล้มกองคาเขตโทษ ก่อนที่ ฮาซาร์ด จะยิงเข้าไปให้ทีมนำ 1-0 ครูล พุ่งไปทางซ้ายถูกทางแต่ไม่ทัน และถือเป็นประตูแรกของ ฮาซาร์ด ในลีก

นิวคาสเซิล พยายามบุกเอาประตูตีเสมอแต่จังหวะยังขาดๆเกินๆ นาที 28 เจ้าถิ่นเริ่มมีปัญหาตัวผู้เล่น ลุยซ์ เข้าปะทะกับ ซิสเซ ล้มกองคาสนามแต่สุดท้ายยังลุกมาวิ่งเล่นต่อได้ นาที 30 โคล เปิดจากซ้ายเข้ามาให้ อิวาโนวิช โขกเต็มๆแต่ ครูล รับบอลติดมือ นาที 35 เมยเรเลส เปิดโด่งสั้นๆไปให้ตอร์เรส แต่ติดบล็อค ทว่าบอลกลับมาเข้าทางปืน ฮาซาร์ด ยิงแบบไม่ต้องคิดแต่บอลข้ามคานอีกครั้ง

นาที 40 นิวคาสเซิล จู่โจมบ้าง ซิสเซ เปิดบอลโด่ง ให้ บา โขกเต็มหัวแต่บอลลอยโด่งออกหลังไป แต่แล้วช่วงทดเจ็บ เจ้าถิ่นนำห่าง 2-0 ฮาซาร์ด ไหลคืนสั้นๆให้ ตอร์เรส จิ้มหัวเกือกบอลพุ่งเบียดเสาแรกเข้าไปแบบสวยงาม จบครึ่งแรก เชลซี ออกนำ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ด้วยสกอร์ดังกล่าว

ครึ่งหลังนาที 51 นิวคาสเซิล เกือบตีไข่แตกได้ เบน อาร์ฟา แต่งบอลเข้าซ้ายข้างถนัดแล้วยิงไปทางเสาสองแต่บอลพุ่งออกหลังไปนิดเดียว นาที 56 สิงห์บลู พยายามสวนกลับ โคล สาดยาวไปข้างหน้าหา ตอร์เรส แต่แนวรับของ สาลิกา ยังเคลียร์ออกไปได้

นาที 58 เดมบา บา เลี้ยงขึ้นมาสุดเส้นหลังก่อนยิงยัดไปทางเสาแรก แต่ เช็ก ปิดมุมดีเซฟไว้ได้ นาที 67 เทย์เลอร์ เปิดฟรืคิกสาดเข้ามาจากริมเส้นฝั่งซ้ายให้ ซิสเซ ขึ้นโขกเต็มๆ แต่บอลเหินข้ามคานออกไปอีกครั้ง นาที 68 เชลซี ได้ฟรีคิก เมยเรเลส โดน กูเตียร์เรซ ผลักล้มระยะ 28 หลา แต่ ลุยซ์ ยิงแบบไม่มีลุ้น

เกมเข้าสู่ช่วงนาที 79 เชลซี ได้ลุ้นทีเดียว 2 จังหวะ ฮาซาร์ด ลากขึ้นไปทางซ้าย ก่อนเปิดกลับมาให้ รามิเรส ที่รออยู่กลางประตู แต่กองหลังเคลียร์ทิ้งได้ ต่อมา เบอร์ทรานด์ วิ่งมาจับบอลต่อ เลี้ยงจี้หาประตูแล้วยิงพุ่งไปหาประตู แต่บอลออกเสาสองไปนิดเดียว

นิวคาสเซิล พลาดโอาสตีไข่แตกแบบเหลือเชื่อ เดมบา บา ได้บอลในเขตโทษก่อนยิงจ่อๆระยะไม่เกิน 10 หลา แต่ เช็ค เซฟช่วยทีมไว้ได้อีกรอบ ท้ายเกมนาที 88 ลุยซ์ โดดโหม่งกับ บา ทว่าหัวโขกโดนกันทำเอา ลุยซ์ หัวแตกล้มลงกองในสนาม ทดเวลา 4 นาที ไม่มีใครยิงได้ จบเกม เชลซี เก็บชัยเหนือ นิวคาสเซิล 2-0 คว้าชัย 3 นัดรวด เก็บ 9 แต้มเต็ม กลับไปยืนเป็นจ่าฝูงต่อ ส่วน นิวคาสเซิล ลงมาอยู่อันดับ 9 มี 3 คะแนน

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
เชลซี : ปีเตอร์ เช็ก, ดาวิด ลุยซ์, แกรี เคฮิลล์, แอชลีย์ โคล, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, จอห์น โอบี มิเกล, ราอูล เมยเรเลส, ไรอัน เบอร์ทรานด์, ฆวน มาตา, เอเดน ฮาซาร์ด, เฟร์นานโด ตอร์เรส
นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด : ทิม ครูล, ฟาบริซิโอ โคลอชชินี, สตีเวน เทย์เลอร์, ดาวิเด ซานตอน, แดนนี ซิมป์สัน, โยฮัน กาบาย, เวอร์นอน อนิตา, ฮาเท็ม เบน อาร์ฟา, โฮนาส กูเตียร์เรซ, เดมบา บา, ปาปิส เดมบา ซิสเซ
ประตู
1-0 เอเดน ฮาซาร์ด น.22, 2-0 เฟร์นานโด ตอร์เรส น.45+3
Read More

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 22 ส.ค. 55 | เชลซี 4-2 เรดดิง

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 22 ส.ค. 55 | เชลซี 4-2 เรดดิง
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 22 ส.ค. 55 | เชลซี 4-2 เรดดิง
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 22 ส.ค. 55 | เชลซี 4-2 เรดดิง
เชลซี เปิดรัง สแตมฟอร์ด บริดจ์ เอาชนะ เรดดิง ไปอย่างสุดมัน 4-2 ส่งผลให้ “สิงห์บลูส์” ขึ้นไปรั้งจ่าฝูงชั่วคราวของ ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันพุธที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา ตามเวลาในประเทศไทย

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 22 ส.ค. 55
เชลซี 4-2 เรดดิง

โรแบร์โต ดิ มัตเตโอ ผู้จัดการทีมเชลซี มีปัญหาในตำแหน่งเซนเตอร์ฮาล์ฟ เนื่องจาก ดาวิด ลุยซ์ ไม่สามารถลงสนามได้ แต่ก็จัดแนวรุกระดับพระกาฬนำโดย เฟอร์นานโด ตอร์เรส, ฆวน มานูเอล มาตา และ เอเดน ฮาซาร์ด ลงทะลวงแนวรับของ ทีมน้องใหม่ของ พรีเมียร์ ลีก นำโดย อดีตนักเตะที่เคยค้าแข้งในพรีเมียร์ ลีก อย่าง เอียน ฮาร์ท, แดนนี กัทธรี และ พาเวล โปรเกรบเนียค

เชลซี เปิดเกมรุกเข้าใส่ตั้งแต่เริ่มเกม ขณะที่ เรดดิง อาศัยการตั้งรับและรอจังหวะสวนกลับ เมื่อถึงนาทีที่ 17 “สิงโตน้ำเงินคราม” ขึ้นนำ 1-0 เมื่อ เอเดน ฮาซาร์ด ถูกทำฟาวล์ในกรอบ18 หลา และเป็น แฟรงค์ แลมพาร์ด สังหารจุดโทษไม่พลาด ทว่า 7 นาทีต่อมา น้องใหม่ของ พรีเมียร์ ลีก ก็มาได้ประตูตีเสมอ จากการเปิดบอลทางกราบขวาของ แม็ตเลียรี และเป็น พาเวล โปรเกรบเนียค โฉบโหม่งตัดหน้า แกรี เคฮิลล์ บอลเข้าเสาไกลอย่างสวยงาม ต่อมา นาทีที่ 29 สาวก “สิงห์บลูส์” ต้องช็อกทั้งสนาม เมื่อ แดนนี กัทธรี ยิงฟรีคิก เต็มแรง ปีเตอร์ เช็ก ผู้รักษาประตู รับบอลกระฉอกเข้าประตู หลังตกเป็นรอง ลูกทีมของ โรแบร์โต ดิ มัตเตโอ เดินเครื่องเต็มสูบ หวังทวงประตูคืน แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่เฉียบขาดพอ จบครึ่งแรก “เดอะ รอยัลส์” ขึ้นนำ 2-1

ครึ่งหลัง เชลซี เป็นฝ่ายครองบอลได้เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด แต่กลับไม่สามารถฝ่ากำแพงมนุษย์ของ เรดดิง เข้าไปลุ้นทำประตูได้ จนกระทั่งนาทีที่ 68 ความพยายามของ เจ้าถิ่น ก็สัมฤทธิ์ผลจากการยิงไกลระยะประมาณ 30 หลา ของ แกรี เคฮิลล์ และนาทีที่ 80 สาวก “เดอะ บลูส์” ก็ได้เฮ เมื่อ แอชลีย์ โคล ได้บอลทางกรอบเขตโทษด้านซ้าย ก่อนจะผ่านเรียดมาหน้าประตูให้ เฟอร์นานโด ตอร์เรส ซึ่งยืนอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า ยิงจ่อๆ แต่ผู้กำกับเส้นไม่ยกธง จึงเป็นประตูขึ้นนำอีกครั้งของทีมจากกรุงลอนดอน ช่วงทดเวลา อดัม เฟเดอริชี ผู้รักษาประตู ดันขึ้นสูงไปลุ้นโขกลูกเตะมุม แต่กลับถูก “สิงโตน้ำเงินคราม” ทำประตูปิดกล่องจากเกมโต้กลับของ เอเดน ฮาซาร์ด ที่ลากบอลมาถึงกรอบเขตโทษ ก่อนจะไหลให้ บรานิสลาฟ อิวาโนวิช ยิงชนิดไม่มีใครป้องกัน ครบ 90 นาที เชลซี เอาชนะไปอย่างตื่นเต้น 4-2

รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริง

เชลซี : ปีเตอร์ เช็ก , บรานิสลาฟ อิวาโนวิช , แกรี เคฮิลล์ , จอห์น เทอร์รี , แอชลีย์ โคล , จอน โอบี มิเกล , แฟรงค์ แลมพาร์ด , รามิเรส , เอเดน ฮาซาร์ด , ฆวน มานูเอล มาตา , เฟอร์นานโด ตอร์เรส

เรดดิง : อดัม เฟเดอริซี , คริส กุนเทอร์ , อเล็กซ์ เพียร์ซ , คาสปาร์ส กอร์คสส์ , เอียน ฮาร์ท , แดนนี กัทธรี , โจบี แม็ค อนาฟ , แกเร็ธ แม็คเคลียรี , เจม คาราชาน , มิเคเล ลีเกิร์ทวูด , พาเวล โปรเกรบเนียค
Read More

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 22 ส.ค. 55 | เชลซี 4-2 เรดดิง

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 22 ส.ค. 55 | เชลซี 4-2 เรดดิง
คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 22 ส.ค. 55 | เชลซี 4-2 เรดดิง
คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 22 ส.ค. 55 | เชลซี 4-2 เรดดิง
คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 22 ส.ค. 55 | เชลซี 4-2 เรดดิง
ประตู
1-0 Lampard (PG) 18'
1-1 Pogrebnyak 25'
1-2 Guthrie 29'
2-2 Cahill 69'
3-2 Torres 81'
4-2 Ivanovic 90'
Read More

"ฮาซาร์ด" ลั่นไม่กลัวเกมหนักบอลอังกฤษ

เอเดน ฮาซาร์ด
เอเดน ฮาซาร์ด (ชุดดำใกล้ๆ ส่วนชุดดำไกลๆคือตอเรส)
เอเดน ฮาซาร์ด เพลเมกเกอร์ราคาแพงของ เชลซี ประกาศลั่นตนพร้อมแล้วและไม่หวั่นแม้จะต้องเจอการเข้าสกัดหนักจากบรรดากองหลังในพรีเมียร์ ลีก พร้อมเผยว่ารู้สึกสนุกและเข้ากันได้ดีกับ ฆวน มาตา ดาวเตะ "สิงห์บลูส์" ในการสนับสนุนการทำประตูของ เฟร์นันโด ตอร์เรส

ดาวเตะชาวเบลเยี่ยม ที่ย้ายมาจาก ลีลล์ ด้วยค่าตัว 32 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,600 ล้านบาท) ลงประเดิมสนามในพรีเมียร์ ลีก ให้กับ เชลซี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 ส.ค. ที่ผ่านมา และมีส่วนร่วมกับ 2 ประตูที่ช่วยให้ "สิงโตน้ำเงินคราม" เอาชนะ วีแกน แอตเลติก ไปได้ 2-0 แบ่งเป็นจ่ายให้ บรานิสลาฟ อิวาโนวิช หลุดเดี่ยว ตั้งแต่นาทีที่ 2 และ เรียกจุดโทษให้ทีมอีก 1 ลูก

โดยเกมดังกล่าว ฮาซาร์ด ถูกแนวรับของ "เดอะลาติกส์" ตามเป็นเงาและถูกตามเสียบสกัดหนักอยู่หลายครั้งตามสไตล์ฟุตบอลอังกฤษ ทว่ากองกลางวัย 21 ปี ไม่รู้สึกกลัวโดยชี้ว่า สมัยเล่นอยู่ที่ ฝรั่งเศสก็เจอสถานการณ์แบบนี้อยู่บ่อยครั้ง

"เหมือนผมถูกทดสอบ ถูกตามเตะและเข้าสกัดแบบนี้มาแล้วในเกมคอมมิวนิตีชิลด์ ในเกมกับ วีแกน ช่วงต้นครึ่งแรกผมก็ถูกตามเตะอีกบ้าง แต่ที่เมืองน้ำหอมผมเจอเรื่องแบบนี้จนชินแล้ว ผม่ได้ได้กลัวเลยถ้าจะเป็นคนที่ถูกทำฟาล์วมาที่สุดต่อเกมและผมไม่อยากจะนับมันด้วย ต้นเกมถ้าคุณเห็นวิธีเล่นของผมนั่นคือว่าโชคดีมากที่ผมไม่ได้รับบาดเจ็บ" อดีตแนวรุกของ ลีลล์ กล่าว

ทั้งนี้ ฮาซาร์ด ยังเป็นปลื้มที่เล่นกับ ฆวน มาตา ในตำแหน่งตัวรุกได้อย่างลงตัว เพื่อป้อนบอลให้กองหน้าอย่าง ตอร์เรส ทำประตู "ผมเริ่มเล่นกับเขาตรงกลาง แต่จากนั้นเราก็สลับตำแหน่งกันไปเรื่อยๆ ผมคิดว่ามันดีกว่ามากที่เล่นอยู่ที่เดียว และผมคิดว่าเราทำงานร่วมกันได้ดี"
Read More

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 19 ส.ค. 55 | วีแกน แอตเลติก 0 - 2 เชลซี

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 19 ส.ค. 55 | วีแกน แอตเลติก 0 - 2 เชลซี
คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 19 ส.ค. 55 | วีแกน แอตเลติก 0 - 2 เชลซี
คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 19 ส.ค. 55 | วีแกน แอตเลติก 0 - 2 เชลซี
คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 19 ส.ค. 55 | วีแกน แอตเลติก 0 - 2 เชลซี
ประตู
0 - 1 อีวาโนวิช น.2
0 - 2 แลมพาร์ด(จุดโทษ) น.7
Read More

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

อย่าลืมกด Like ให้ด้วยนะครับ

Blog Archive

7m, ผลบอลพรีเมียร์, วิเคราะห์บอลพรีเมียร์, ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์, ตารางคะแนนบอลพรีเมียร์, โปรแกรมฟุตบอลพรีเมียร์, โปรแกรมถ่ายทอดสดบอลพรีเมียร์, ตารางบอล, คลิปฟุตบอล, คลิปไฮไลท์, คลิปไฮไลท์บอลพรีเมียร์, สยามกีฬา, บ้านผลบอล, เซียนสเต็ป, ล้มโต๊ะ, Goal, ดูบอลพรีเมียร์ออนไลน์, ผลบอลสด, ฟุตบอล, ผลบอลวันนี้, บอลวันนี้, ผลบอลเมื่อคืน, ผลฟุตบอล, ฟุตบอลวันนี้, โปรแกรมฟุตบอล, บอล, ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก, ตารางบอล, ข่าวฟุตบอล, คลิบฟุตบอล, เกมส์ุฟุตบอล, ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก, ผลฟุตบอลสด, football, soccer

ข่าวสโมสรพรีเมียร์ลีกอังกฤษทั้งหมด

Man Utd (151) Liverpool (148) Chelsea (62) Tottenham (61) Arsenal (60) Man City (51) Aston Villa (45) Newcastle (45) Stoke (42) Fulham (40) Sunderland (35) Everton (33) West Brom (31) Wigan (29) Swansea (25) Bolton (24) Blackburn (23) Norwich (22) QPR (22) West Ham (18) Birmingham (10) Blackpool (10) Reading (10) Southampton (10) Cardiff City (3) Crystal Palace (2) Hull City (2)