Showing posts with label ฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีก. Show all posts
Showing posts with label ฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีก. Show all posts

ผลการจับสลากรอบแบ่งกลุ่ม ศึกยูฟา แชมเปียนส์ ลีก ประจำฤดูกาล 2012/13

ผลการจับสลากรอบแบ่งกลุ่ม ศึกยูฟา แชมเปียนส์ ลีก ประจำฤดูกาล 2012/13
ผีงานเบา,เรือชนหิน จับติ้ว ชปล. "อิเนียสตา" แข้งยอดเยี่ยม
สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟา) ทำการจับสลากรอบแบ่งกลุ่ม ศึกยูฟา แชมเปียนส์ ลีก ประจำฤดูกาล 2012/13 ออกมาแล้ว โดย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมดังจากประเทศอังกฤษ เจองานเบา โดยร่วมกลุ่ม H กับ บรากา , กาลาตาซาราย และ ซีเอฟอาร์ คลูจ ขณะที่ เชลซี แชมป์เก่า มีกระดูกชิ้นโตอย่าง ยูเวนตุส เป็นเพื่อนร่วมกลุ่ม E ด้าน แมนเชสเตอร์ ซิตี ต้องพบกับศึกหนักอย่าง เรอัล มาดริด , อาแจ็กซ์ และ โบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ ในกลุ่ม D ซึ่งถือเป็น "กรุป ออฟ เดธ" ของทัวร์นาเมนต์นี้

เมื่อช่วงคืนวันพฤหัสบดีที่ 30 สิงหาคม ตามวัน-เวลาในประเทศไทย ยูฟา ได้ทำการจับสลากรอบแบ่งกลุ่ม ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก ซึ่งมีด้วยกัน 8 กลุ่ม ดังนี้

กลุ่ม A ปอร์โต , ดินาโม เคียฟ , ปารีส แซงต์ แชร์แมงต์ , ดินาโม ซาเกร็บ
กลุ่ม B อาร์เซนอล , ชาลเก 04 , โอลิมเปียกอส , มงต์เปลิเยร์
กลุ่ม C เอซี มิลาน , เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก , อันเดอร์เลชท์ , มาลากา
กลุ่ม D เรอัล มาดริด , แมนฯ ซิตี , อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม , โบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์
กลุ่ม E เชลซี , ชัคเตอร์ โดเนสก์ , ยูเวนตุส , นอร์ดสเจลแลนด์
กลุ่ม F บาเยิร์น มิวนิค , บาเลนเซีย , ลีลล์ , เอฟซี บาเต
กลุ่ม G บาร์เซโลนา , เบนฟิกา , สปาร์ตัค มอสโก , กลาสโกว์ เซลติก
กลุ่ม H แมนฯ ยูไนเต็ด , บรากา , กาลาตาซาราย , ซีเอฟอาร์ คลูจ

ด้านรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของ ยูฟา จากการโหวตของสื่อมวลชน ตกเป็นของ อันเดรส อิเนียสตา มิดฟิลด์ของบาร์เซโลนา ด้วยผลงานพาทีมชาติสเปน ป้องกันแชมป์ยูโร 2012 เป็นชาติแรกในประวัติศาสตร์
Read More

ผลการจับสลากยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2011-2012 จับสลากแบ่งสายรอบ 32 ทีมสุดท้าย

ผลการจับสลากยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2011-2012 จับสลากแบ่งสายรอบ 32 ทีมสุดท้าย

ผลการจับสลากยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2011-2012 จับสลากแบ่งสายรอบ 32 ทีมสุดท้าย

  เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา มีการจับสลากแบ่งสายฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ประจำฤดูกาล 2011-2012 ในรอบแบ่งกลุ่ม 32 ทีมสุดท้าย ที่กริมัลดี ฟอรัม ในโมนาโก ซึ่งผลปรากฏออกมาดังต่อไปนี้
     
       กลุ่ม เอ - บาเยิร์น มิวนิค (เยอรมนี) บียาร์รีล (สเปน) แมนเชสเตอร์ ซิตี (อังกฤษ) นาโปลี (อิตาลี)
     
       กลุ่ม บี - อินเตอร์ มิลาน (อิตาลี) ซีเอสเคเอ มอสโก (รัสเซีย) ลีลล์ (ฝรั่งเศส) แทร็บซอนสปอร์ (ตุรกี)
     
       กลุ่ม ซี - แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (อังกฤษ) เบนฟิกา (โปรตุเกส) เอฟซี บาเซิล (สวิตเซอร์แลนด์) โอเตลุล กาลาตี (โรมาเนีย)
     
       กลุ่ม ดี - รีล มาดริด (สเปน) โอลิมปิก ลียง (ฝรั่งเศส) อาแจกซ์ อัมสเตอร์ดัม (ฮอลแลนด์) ดินาโม ซาเกร็บ (โครเอเชีย)
     
       กลุ่ม อี - เชลซี (อังกฤษ) บาเลนเซีย (สเปน) ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน (เยอรมนี) เกงค์ (เบลเยียม)
     
       กลุ่ม เอฟ - อาร์เซนอล (อังกฤษ) โอลิมปิก มาร์กเซย (ฝรั่งเศส) โอลิมเปียกอส (กรีซ) โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (เยอรมนี)
     
       กลุ่ม จี - ปอร์โต (โปรตุเกส) ชัคห์เตอร์ โดเนทส์ค (ยูเครน) เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก (รัสเซีย) อาโปเอล นิโคเซีย (ไซปรัส)
     
       กลุ่ม เอช - บาร์เซโลนา (สเปน) เอซี มิลาน (อิตาลี) บาเต บอริซอฟ (เบลารุส) วิคตอเรีย เปิลเซน (เช็ก)
Read More

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกรอบเพลย์ออฟ 16 ส.ค. 54 | อาร์เซนอล 1 - 0 อูดิเนเซ่

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกรอบเพลย์ออฟ 16 ส.ค. 54 | อาร์เซนอล 1 - 0 อูดิเนเซ่
คลิปไฮไลท์ฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกรอบเพลย์ออฟ 16 ส.ค. 54 | อาร์เซนอล 1 - 0 อูดิเนเซ่
ประตู
1-0 วัลค็อตต์ 4
Read More

ผลฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกรอบเพลย์ออฟ 16 ส.ค.54 | อาร์เซนอล 1 - 0 อูดิเนเซ่

ผลฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกรอบเพลย์ออฟ 16 ส.ค.54 | อาร์เซนอล 1 - 0 อูดิเนเซ่
ผลฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกรอบเพลย์ออฟ 16 ส.ค.54 | อาร์เซนอล 1 - 0 อูดิเนเซ่

ธีโอ วัลค็อตต์ รักษาความหวังในการเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ให้กับ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล เมื่อทำประตูโทนให้ทีมเฉือนเอาชนะ อูดิเนเซ่ ได้ 1-0

ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบเพลย์ออฟ (16 ส.ค.54)
อาร์เซนอล 1-0 อูดิเนเซ่
สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม
ประตู :
1-0 วัลค็อตต์ 4

ที่สนามเอมิเรตส์ สเตเดียม อาร์เซนอล เล่นในถิ่นตัวเองต้อนรับ อูดิเนเซ เกมนี้เจ้าบ้านขาด โรบิน ฟาน เพอร์ซี ศูนย์หน้าชาวดัตช์กัปตันทีมคนใหม่ และ ซาเมียร์ นาสรี มิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศสที่ติดโทษแบนสะสมจากเมื่อฤดูกาลที่แล้ว แต่แนวรุกถือว่ายังสมบูรณ์อยู่โดยมีทั้ง ธีโอ วัลคอตต์, อารอน แรมซีย์, แชร์วินโญ และ มารูยาน ชามัคห์ ส่วนทีมเยือนนำทัพโดย อันโตนิโอ ดิ นาตาเล ดาวยิงกัปตันทีมดีกรีทีมชาติอิตาลี และดาวซัลโวกัลโช เซเรีย อา ฤดูกาลที่แล้ว

แต่กันเนอร์ส ที่นำโดยธีโอ วัลค็อตต์ ก็มาได้ประตูออกนำไปก่อน 1-0 ตั้งแต่นาทีที่ 4 จากการประสานงานที่ยอดเยี่ยมในแดนกลางก่อนที่จะเป็น อารอน แรมซี่ย์ ได้บอลหลุดกับดักล้ำหน้าขึ้นไปทางขวาแล้วเปิดมาให้ วัลค็อตต์ เติมมาเข้าฮอสผ่าน ซาเมียร์ ฮันดาโนวิช เข้าประตูไป

หลังโดนยิงนำไปก่อน อูดิเนเซ่ ก็เปิดฉากบุกคืนซึ่งมีโอกาสตีเสมอเหมือนกันจากลูกฟรีคิกระยะกว่า 30 หลาที่ อันโตนิโอ ดิ นาตาเล่ กองหน้าตัวเก่งปั่นบอลไปชนคานอย่างน่าเสียดาย

เกมของอาร์เซนอล ตายสนิทปล่อยให้อูดิเนเซ่ เล่นอย่างสบายใจถึงนาทีที่ 26 ทีมเยือนเกือบตีเสมอได้อีกครั้งจากจังหวะการเลื้อยของปาโบล อาร์เมโร ที่แหวกหลบ 2 กองหลังได้เข้าไปดวลกับวอยเซียค เชสนี่ แต่ว่ายิงไปติดเซฟในช็อตแรก จะซ้ำก็ยังติดเซฟอีกอยู่ดี

อูดิเนเซ่ ยังบุกหนักก่อนหมดครึ่งแรก 7 นาที ดิ นาตาเล่ ได้ซัดในเขตโทษแต่บอลถากเสาออกไปก่อนที่เกมจะจบครึ่งแรกลงโดยอาร์เซนอล ยังคงนำอยู่ แต่ทรงบอลอาการน่าเป็นห่วง

กลับมาเล่นต่อในครึ่งหลัง อูดิเนเซ ยังคงเดินหน้าบุกเข้าใส่อย่างไม่ลดละ นาทีที่ 49 ดิ นาตาเล ได้บอลเข้าไปล่อเป้าในเขตโทษจากการทำชิ่งกันอย่างไหลลื่นของเพื่อนร่วมทีม แต่จังหวะสุดท้าย โยฮัน ฌูรู กองหลังอาร์เซนอลที่ถูกเปลี่ยนตัวลงมาแทน คีแรน กิบบ์ส ยังสไลด์ตามมาบล็อกออกหลังได้ทัน จากนั้น ฌูรู มีปัญหาเล่นต่อไม่ไหว คาร์ล เจนกินสัน จึงถูกส่งลงมาช่วยแนวรับแทน

อาร์เซนอล ประคองตัวมาเรื่อยๆ โดยมีโอกาสลุ้นยิงเพิ่มจากลูกที่ วัลค็อตต์ ได้บอลวางยาวจากแรมซี่ย์ เข้าไปในเขตโทษแต่ว่าดีดบอลออกไปไกล ก่อนที่นาทีที่ 73 จะเสียโทมัส โรซิคกี้ ที่บาดเจ็บไปอีกคน
นาทีถัดมา อูดิเนเซ่ เกือบตีเสมอได้อีกจากฟรีคิกของดิ นาตาเล่ อีกตามเคยโดยปั่นบอลกำลังจะเสียบเสาแต่ว่า เชสนี่ ยังเซฟช่วยชีวิตกันเนอร์สเอาไว้ได้ ก่อนที่กันเนอร์ส จะรักษาตัวรอดเอาไว้ได้

ถึงช่วงนาทีสุดท้าย เดอะ กันเนอร์ส สวนกลับขึ้นมาก่อนที่ แชร์วินโญ จะจ่ายทะลุช่องให้ วัลคอตต์ แปเน้นๆ ในเขตโทษ ทว่า ซาเมียร์ ฮันดาโนวิช โชว์ซูเปอร์เซฟพุ่งปัดออกหลังได้อย่างเหลือเชื่อ กระทั่งจบเกม อาร์เซนอล เฉือนชนะ อูดิเนเซ 1-0 กุมความได้เปรียบเล็กน้อยก่อนออกไปเยือนถิ่นฟริอูลีบ้างในนัดที่สองซึ่งจะ เตะวันพุธที่ 24 สิงหาคมนี้


รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
อาร์เซนอล - วอยเซียค เชสนี, บาการี ซานญา, โลร็องต์ กอสเซียลนี, โธมัส แฟร์มาเลน, คีแรน กิบบ์ส, อเล็กซานเดอร์ ซง, โทมัส โรซิชกี, ธีโอ วัลคอตต์, อารอน แรมซีย์, แชร์วินโญ, มารูยาน ชามัคห์

อูดิเนเซ - ซาเมียร์ ฮันดาโนวิช, โจเอล เอ็คสตรานด์, เมห์ดี เบนาเตีย, ดานิโล, นิวตัน, เอ็มมานูเอล อักเยมัง-บาดู, เมาริซิโอ อิสลา, ควาดโว อซาโมอาห์, จามปิเอโร ปินซี, ปาโบล อาร์เมโร, อันโตนิโอ ดิ นาตาเล

ผลฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบเพลย์ออฟ นัดแรก

อาร์เซนอล (อังกฤษ) ชนะ อูดิเนเซ (อิตาลี) 1-0
บาเต บอริซอฟ (เบลารุส) เสมอ สตวร์ม กราซ (ออสเตรีย) 1-1
เอฟซี โคเปนเฮเกน (เดนมาร์ก) แพ้ วิคตอเรีย เปิลเซน (เช็ก) 1-3
ทเวนเต (ฮอลแลนด์) เสมอ เบนฟิกา (โปรตุเกส) 2-2
โอลิมปิก ลียง (ฝรั่งเศส) ชนะ รูบิน คาซาน (รัสเซีย) 3-1
Read More

ผลการจับสลากยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

ปืนอ่วม! เจออูดิคัดชปล.-ไก่ชนฮาร์ทสยูโรป้า
ทีม "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล เจอของหนักทันทีในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เพลย์ออฟ รอบที่ 3 เมื่อต้องพบกับ อูดิเนเซ่ ทีมแกร่งจากอิตาลี ขณะที่ "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส เปิดศึกกับฮาร์ทส ในรายการยูฟ่า ยูโรป้า ลีก


อาร์เซนอล ทีมอันดับ 4 ในพรีเมียร์ลีก จะต้องลงเล่นในรอบเพลย์ออฟรอบที่ 3 ซึ่งเป็นรอบสุดท้ายก่อนว่าจะได้ผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มหรือไม่ และโชคไม่ดีนักเมื่อจับเจอของแข็งอย่าง อูดิเนเซ่ ทีมอันดับ 4 ของกัลโช่ เซเรีย อา

ส่วนในถ้วยยูโรป้า ลีก สเปอร์ส จะต้องลงสนามพบกับทีม ฮาร์ทส จากสกอตแลนด์ ขณะที่ "เจ้าสัวน้อย" ฟูแล่ม จะพบกับดนิโปรเปตรอฟสก์ และ "ลูกโลก" เบอร์มิงแฮม ซิตี้ แชมป์คาร์ลิ่ง คัพ พบกับ นาซิอองนาล ส่วน "ช่างปั้นหม้อ" สโต๊ค ซิตี้ พบกับ ธูน
ผลการจับสลากยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบเพลย์ออฟ
สายทีมแชมป์
วิสล่า คราคอฟ พบ ฮาโปเอล
มัคคาบี้ ไฮฟา พบ เกงค์
ดินาโม ซาเกร็บ พบ มัลโม
เอฟซี โคเปนเฮเกน พบ วิคตอเรีย ปิเซน
บาเต บอริซอฟ พบ สตวร์ม กราซ

สายทีมลีก
โอเด่นเซ่ พบ บีญาร์เรอัล
เอฟซี ทเวนเต้ พบ เบนฟิก้า
อาร์เซนอล พบ อูดิเนเซ่
บาเยิร์น มิวนิค พบ เอฟซี ซูริค

ลียง พบ รูบิน คาซาน
ผลการจับสลากยูโรป้า ลีก รอบเพลย์ออฟ
มัคคาบี้ เทล อาวีฟ พบ พานาธิไนกอส
แอตเลติโก มาดริด พบ วิตอเรีย เอสซี
เชมร็อค โรเวอร์ส พบ ปาร์ติซาน เบลเกรด
เมตาลิสต์ พบ โซโชซ์
เบซิคตัส พบ อลาเนีย
โรเซนบอร์ก พบ เออีเอ ลาร์นาซา
วอร์สเกีย พบ ดินาโม บูคาเรสต์
บูซาสปอร์ พบ อันเดอร์เลชต์
โรม่า พบ สโลวาน บราติสลาวาv โอลิมเปียกอส โวลู พบ ปารีส แซงต์ แชร์แมง
ลีเกีย วอร์ซอว์ พบ สปาร์ตัก มอสโก
เอครานาส พบ ฮาโปเอล เทลอาวีฟ
พีเอโอเค พบ คาร์ปาตี
แทร็อบซอนสปอร์ พบ แอธฯ บิลเบา
ฮาร์ทส พบ สเปอร์ส
มาริบอร์ พบ เรนเจอร์ส
สเตอัว บูคาเรสต์ พบ ซีเอสเคเอ โซเฟีย
นอร์ดสเยลแลนด์ พบ สปอร์ติ้ง ลิสบอน
ดนิโปรเปตรอฟสก์ พบ ฟูแล่ม
โลโคโมทีฟ มอสโก พบ สปาร์ตัก เทอร์วานา
ซิยง พบ เซลติก
สลาสก์ พบ ราปิด บูคาเรสต์
ลิเท็กซ์ พบ ดินาโม เคียฟ
ลาซิโอ พบ ราบ็อตนิคกี้
นาซิอองนาล พบ เบอ
ร์มิงแฮม พีเอสวี พบ รีด
ธูน พบ สโต๊ค
อาเลซูนด์ พบ อาแซด อัล์กมาร์
วาสลุย พบ สปาร์ต้า ปราก
โอโมเนีย พบ ซัลส์บวร์ก
เซสตาโฟนี พบ คลับ บรูกก์
ฮันโนเวอร์ พบ เซบีญ่า

เอชเจเค พบ ชาลเก้
ดินาโม ทบิลิซี่ พบ เออีเค เอเธนส์
แรนส์ พบ เซร์เวนา ซเวสด้า
กาซ เมตาน พบ ออสเตรีย เวียนนา
เอสซี บราก้า พบ ยังบอยส์
สตองดาร์ด ลีแอช พบ เฮลซิงบอร์ก




ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล วันที่ : 8/5/2011 10:59:51 PM
Read More

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีก 28 พ.ค. 54 | บาร์เซโลน่า 3 - 1 แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีก 28 พ.ค. 54 | บาร์เซโลน่า 3 - 1 แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด


1-0 Pedro 27'


1-1 Rooney 34'


2-1 Messi 54'


3-1 Villa 69'


คลิปไฮไลท์ฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีก 28 พ.ค. 54 | บาร์เซโลน่า 3 - 1 แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด
1-0 Pedro 27'
1-1 Rooney 34'
2-1 Messi 54'
3-1 Villa 69'
Read More

มันมาจากต่างดาว !

ขอแสดงความยินดีบาร์เซโลน่า ที่เอาชนะคู่ปรับเก่าอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมกับคว้าถ้วยแชมเปี้ยนส์ ลีก ไปครองเป็นสมัยที่ 2 ในรอบ 3 ปี ด้วยฟอร์มการเล่นขั้นเทพจนสื่อเมืองฝรั่งยกย่องว่า "They're from another planet !"



ใครที่ได้ชมเกมรอบชิงชนะเลิศ ที่เวมบลีย์เมื่อดึกคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ก็คงต้องยอมรับว่าทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า เหนือชั้นกว่า "ปีศาจแดง" อย่างชัดเจน
เป็นอีกครั้งที่ลีโอเนล เมสซี่ ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าเขาคือนักเตะที่ดีที่สุดของโลกในยุคนี้อย่างแท้จริง เพราะนอกจากจะช่วยทำประตูที่ 2 ให้บาร์ซ่าในช่วงต้นครึ่งหลังแล้ว เขายังสร้างความปั่นป่วนให้แนวรับของยูไนเต็ดอยู่ตลอดทั้งเกมจนคว้าตำแหน่ง แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ไปครองอย่างไร้ข้อโต้แย้ง
เมสซี่ เป็นดาวซัลโวของแชมเปี้ยนส์ ลีกในฤดูกาลนี้ หลังจากที่ทำไป 12 ประตู (53 ประตูในทุกถ้วย) และหลังจากทำประตูของตัวเองในนาทีที่ 53 แล้ว กองหน้าร่างเล็ก ยังเป็นคนทำแอสซิสต์ให้ ดาวิด บีย่า ทำประตูฝังแมนฯ ยูฯ 3-1 ด้วย
"นี่เป็นเกมที่ต้องจดจำ สิ่งที่ทีมได้ทำเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มากและเราก็ยังไม่อยากจะเชื่อในสิ่ง ที่เราประสบความสำเร็จ เราต้องการคว้าแชมป์ให้ได้ต่อไปเรื่อยๆ" เมสซี่ ซึ่งคว้าแชมป์ถ้วยใบใหญ่ของยุโรปเป็นสมัยที่ 3 กับบาร์ซ่า กล่าว
แม้จะออกสตาร์ทได้อย่างดุดันแต่หลังผ่าน 10-15 นาทีแรกไป ก็เริ่มชัดเจนว่าแผงมิดฟิลด์ของยูไนเต็ด สู้ทางฝั่งของทีมแชมป์จากสเปนไม่ได้จริงๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไรอัน กิ๊กส์ ที่แทบจะหายไปจากเกมเพราะไม่ถนัดกับบทบาทตรงกลางสนามที่ได้รับ ขณะที่ ไมเคิ่ล คาร์ริค ก็ไม่ได้ช่วยสร้างความแตกต่างใดๆ ให้เกิดขึ้น
แฟนบอลปีศาจแดงหลายคนคงจะรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้เห็น ดิมิตาร์ เบอร์บาตอฟ หรือ ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ ลงสนาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายของหัวหอกทีมชาติบัลแกเรีย ที่ไม่มีชื่อแม้แต่เป็นตัวสำรอง ทั้งที่เขาเป็นดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ ขณะที่ ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ "ชิชาริโต้" กองหน้าฟอร์มฮอตที่เป็นความหวังในการทำสกอร์ ก็ดูจะออกอาการตื่นกับบิ๊กแมตช์ครั้งนี้และไม่สามารถจะเรียกฟอร์มเก่งออกมา ช่วยทีมได้
นอกเหนือจากประตูตีเสมอของ เวย์น รูนี่ย์ แล้ว ไม่น่าเชื่อว่าทีมของเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ไม่สามารถหาโอกาสยิงเข้ากรอบได้เลย สถิติในเกมระบุว่า คาร์ริค จ่ายบอลให้เพื่อนร่วมทีมสำเร็จแค่ 19 ครั้ง (คิดเป็น 78 เปอร์เซ็นต์) ในขณะที่ ชาบี ทำได้ถึง 74 ครั้ง (คิดเป็น 95 เปอร์เซ็นต์ !)
การประสานงานในแดนกลางของบาร์ซ่าที่มี ชาบี, อันเดรส อิเนียสต้า และ เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ นั้นทำได้อย่างไหลลื่น ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดาของคนที่เล่นด้วยกันมาอย่างต่อเนื่องทั้งในระดับ สโมสรและกับทีมชาติสเปน
เฉพาะเมสซี่-ชาบี-อิเนียสต้า ต่อบอลกันถึง 305 ครั้ง ซึ่งมากกว่า 4 เท่าของจำนวนการต่อบอลของยูไนเต็ดทั้งทีม และนั่นก็ทำให้บาร์ซ่า มีโอกาสลุ้นประตูถึง 19 ครั้งในเกมนี้และตรงกรอบไป 12 ครั้ง ขณะที่ ทีมแชมป์พรีเมียร์ลีก ได้ลุ้นแค่ 5 ครั้งและตรงกรอบหนเดียว นอกจากนั้น ยังไม่ได้เตะมุมแม้แต่ครั้งเดียวด้วย
เฟอร์กี้ อาจจะรู้สึกผิดกับการตัดสินใจเลือกทีมลงสนามในครั้งนี้ แต่บทสัมภาษณ์หลังจบเกมของเขาเป็นสิ่งที่ไม่มีใครคิดเถียง
"พวกเขาเป็นทีมที่ดีที่สุดของยุโรป ตั้งแต่ที่ผมทำงานเป็นผู้จัดการทีมมา ผมพูดได้เลยว่าพวกเขาเป็นทีมที่ดีที่สุดที่เราเคยเผชิญหน้าด้วย ไม่เคยมีใครที่ทำให้ทีมเราต้องหงอแบบนั้น มันเป็นช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่สำหรับพวกเขา พวกเขาสมควรที่จะคว้าแชมป์เพราะว่าเล่นได้อย่างถูกทางและสนุกกับเกมของตัว เอง" กุนซือจอมเก๋าชาวสกอตต์ กล่าวซูฮกบาร์ซ่าหลังจากที่ถูกย้ำแค้นเป็นครั้งที่ 2 ในรอบชิงแชมเปี้ยนส์ ลีก
แม้จะมีซูเปอร์สตาร์อย่าง เมสซี่ และ ชาบี เป็นตัวชูโรง แต่ความสำเร็จของบาร์ซ่าในยุคของ กวาร์ดิโอล่า มาจากระบบทีมที่แน่นปึ้กเป็นพื้นฐาน นักเตะในทีมมีความกลมเกลียวประหนึ่งเป็นครอบครัวเดียวกัน
นอกจากจะเล่นได้อย่างเหนือชั้นในสนามแล้ว บาร์ซ่า ยังสร้างความประทับใจให้กับแฟนบอลด้วยการให้ เอริค อบิดัล กองหลังชาวฝรั่งเศส ได้เป็นคนชูโทรฟี่แชมป์เป็นคนแรกด้วย
ตามธรรมเนียมแล้ว กัปตันทีมจะเป็นคนแรกที่ได้ชูถ้วยแชมป์ แต่ ชาบี ที่สวมปลอกแขนกัปตันทีมในเกมนี้ และ ปูโยล กัปตันทีมตัวจริง ได้ตกลงกันแล้วว่าจะให้ อบิดัล ได้รับเกียรติครั้งนี้ เนื่องจากมองว่าการที่เขาคัมแบ็กกลับมาได้หลังผ่าตัดเนื้องอกเมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ถือเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกคนได้เป็นอย่างดี
ไม่น่าแปลกใจที่ อบิดัล ถึงกับหลั่งน้ำตาด้วยความซาบซึ้งกับน้ำใจของเพื่อนร่วมทีม และให้สัมภาษณ์ว่า "ตอนนี้ผมมองทุกอย่างต่างไปจากเดิม ผมได้รู้ซึ้งแล้วว่าผมโชคดีแค่ไหนที่มีชีวิตอยู่และได้เป็นส่วนหนึ่งของทีม นี้"




ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล วันที่ : 5/29/2011 2:48:20 PM
Read More

ผลฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีก 28 พ.ค. 54 | บาร์เซโลน่า 3 - 1 แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด


บาร์เซโลน่า ยอดทีมจากแดนกระทิงดุ สร้างผลงานสุดอลังการเอาชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด 3-1 คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ประจำปี 2010-11 ได้สำเร็จโดยเจ้าบุญทุ่มได้ประตูจาก เปโดร โรดริเกซ, ลิโอเนล เมสซี่ และ ดาบิด บีย่า ส่วนปีศาจแดงได้จาก เวย์น รูนี่ย์ ส่งผลให้อาซูลกราน่าครองแชมป์รายการนี้เป็นสมัยที่ 4 ในประวัติศาสตร์ของสโมสรด้วย อีกทั้ง เมสซี่ ยังครองตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดของรายการด้วยจำนวน 12 ประตูด้วยกัน


ฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
รอบชิงชนะเลิศ


บาร์เซโลน่า (สเปน) 3 - แมนฯ ยูไนเต็ด (อังกฤษ) 1

เริ่มเกมมาช่วงแรกยูไนเต็ดเป็นฝ่ายบุกได้เหนือกว่า ทว่า นาที 12 เกือบโดนทีเด็ดของ บาร์ซ่า จากจังหวะที่ ลีโอเนล เมสซี่ พลิกตัวจ่ายบอลทะลุไปในเขตโทษให้ ดาบิด บีย่า วิ่งสปีดตามมาซัดด้วยซ้าย แต่ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ยังบล็อคออกหลังไว้ได้หวุดหวิด

จากนั้น อีก 4 นาทีต่อมา อาซูลกราน่าเกือบได้เฮก่อนเมื่อ บีย่า ไหลบอลออกขวาไปให้ ชาบี เอร์นานเดซ วิ่งมาเปิดจังหวะเดียวเข้ากลางและเป็น เปโดร โรดริเกซ ที่โฉบตัดหน้า เฟอร์ดินานด์ มาแปด้วยขวาแบบไม่จับ แต่บอลหลุดเสาแรกออกไปอย่างน่าเสียดาย

นาที 20 บาร์ซ่าน่าขึ้นนำอีกครั้งเมื่อ ชาบี จ่ายบอลมาให้ บีย่า โยกหลอก เนมานย่า วิดิช ก่อนตะบันด้วยขวาที่หน้าเขตโทษ แต่ลูกพุ่งเฉี่ยวเสาออกไปนิดเดียว

ปิเก เบียดแย่งบอลกับ ปาร์ค
ถัดมานาทีเดียว ชาบี ของเจ้าบุญทุ่มไหลบอลเข้าเขตโทษฝั่งขวาให้ บีย่า จับบอลหนึ่งจังหวะก่อนกดด้วยขวา แต่บอลเบาเกินไป เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ ล้มตัวตะปปไว้ได้ติดมือ

หลังจากบุกอยู่นาน นาที 27 บาเซโลน่า ก็มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จนได้เมื่อ ชาบี พาบอลขึ้นมาก่อนดีดออกขวาทะลุช่องไปให้ เปโดร โรดริเกซ ที่ไม่มีใครประกบจับบอลหนึ่งจังหวะก่อนแปเสียบเสาแรกไปไม่เหลือ

ทว่าปีศาจแดงก็มาตามตีเสมอจนได้จากลูกทุ่มของบาร์ซ่าเอง คาร์ริค ตัดบอลได้ก่อนจ่ายให้ รูนี่ย์ ลากขึ้นมาแล้วดีดเข้าเขตโทษไปโดนตัว กิ๊กส์ ก่อนที่ปีกพ่อมดจะไหลถวายพานย้อนกลับมาให้ รูนี่ย์ วิ่งมายิงด้วยขวาผ่านมือ บัลเดส เสียบตาข่ายสวยงามส่งสกอร์กลับมาเท่ากันที่ 1-1 ในนาทีที่ 34

ก่อนหมดครึ่งแรก 3 นาที บาร์ซ่าน่าขยับขึ้นนำอีกครั้งจากจังหวะที่ เมสซี่ เลี้ยงบอลจี้เข้าหากรอบเขตโทษก่อนไหลออกขวาไปให้ บีย่า หลุดไปกึ่งยิงกึ่งผ่านเข้ากลาง แต่ เมสซี่ ดันพุ่งชาร์จไม่โดน ลูกผ่านหน้าปากประตูออกไป จบ 45 นาทีแรกยังเสมอกัน 1-1

เข้าสู่ครึ่งหลัง บาร์ซ่า กลับมาเดินเกมรุกต่อเนื่องและนาที 53 เกือบนำจากจังหวะชุลมุนบอลกระดอนมาหน้าเขตโทษเข้าทาง ดาเนียล อัลเวส ตะบันสวนด้วยซ้ายไปโดน ฟาน เดอร์ ซาร์ ล้มตัวเซฟเอาไว้ได้ ทว่าลูกก็ยังไม่พ้นอันตรายมาเข้าทาง เมสซี่ ยิงสวนด้วยซ้ายไปติดหัว เอวร่า โขกสกัดออกไปได้อีก

แต่อีก 3 นาทีต่อมา ทัพอาซูลกราน่าก็มาขยับนำอีกครั้งเป็น 2-1 จากจังหวะที่ ลีโอเนล เมสซี่ ได้บอลอยู่หน้าเขตโทษ ก่อนโชว์ความสามารถเฉพาะตัวแต่งบอลเข้าซ้ายข้างถนัดและตะบันทันที โดยที่แนวรับ ยูไนเต็ด ทั้ง วิดิช และ เอวร่า ไม่ยอมเข้ามาประกบ ลูกพุ่งผ่านมือ ฟาน เดอร์ ซาร์ เสียบมุมประตูไม่เหลือ

จากนั้น รูปเกมก็ยังเป็นบาร์ซ่าที่บุกกดดันต่อ นาที 65 อัลเวส พาบอลทะลุไปในเขตโทษฝั่งขวาแล้วไหลเข้ากลางให้ เมสซี่ ไขว้ยิง บอลกลิ้งไปติด ฟาบิโอ เตะสกัดเคลียร์ออกมาจากเส้นปากประตู

นาทีถัดมา ชาบี ได้ตั้งป้อมตะบันด้วยขวาหน้าเขตโทษ บอลติดไซด์ก้อยกำลังจะเลี้ยวเข้ากรอบ แต่ ฟาน เดอร์ ซาร์ ก็ยังยอดเยี่ยมบินปัดออกหลังไปได้ทัน

เจ้าบุญทุ่มมาพังประตูที่สามจนได้จากจังหวะที่ นานี่ ตัวสำรองที่เพิ่งลงสนามมาจับบอลพลาดในเขตโทษตัวเองก่อนโดน บุสเก็ตส์ ฉกไปแล้วไหลย้อนกลับหลังมาให้ บีย่า วิ่งเข้าซัดจังหวะเดียว ลูกโค้งเสียบสามเหลี่ยมบนอย่างสวยงาม สุดปัญญาที่ ฟาน เดอร์ ซาร์ จะป้องกันไว้ได้ในนาทีที่ 69

ช่วงเวลาที่เหลือ ทั้งสองทีมอะไรกันเพิ่มไม่ได้ จบเกม บาร์เซโลน่า ชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด 3-1 ส่งผลให้อาซูลกราน่าคว้าถ้วยใบนี้ไปครองเป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 6 ปีหลัง และยังเป็นการครองแชมป์สมัยที่ 4 ในประวัติศาสตร์สโมสร

รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม
บาร์เซโลน่า : บิคตอร์ บัลเดส, ดาเนียล อัลเวส (การ์เลส ปูโยล น.88), ฮาเวียร์ มาสเคราโน่, เคราร์ด ปิเก้, เอริค อบิดัล, ชาบี เอร์นานเดซ, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, อันเดรส อิเนียสต้า, ดาบิด บีย่า (เซย์ดู เกอิต้า น.86), เปโดร โรดริเกซ (อิบราฮิม อเฟลลาย น.90), ลีโอเนล เมสซี่

แมนฯ ยูไนเต็ด : เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์, ฟาบิโอ ดา ซิลวา (หลุยส์ นานี่ น.69), ริโอ เฟอร์ดินานด์, เนมานย่า วิดิช, ปาทริช เอวร่า, อันโตนิโอ วาเลนเซีย, ไมเคิ่ล คาร์ริค (พอล สโคลส์ น.77), ไรอัน กิ๊กส์, พาร์ค ชี-ซอง, เวย์น รูนี่ย์, ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ




ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล วันที่ : 5/29/2011 4:25:37 AM
Read More

"เฟอร์กี้" เชื่อความเจนจัดนำชัยผี

เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ยอดผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เชื่อว่าด้วยประสบการณ์ที่มากขึ้นของทีมในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาจะช่วยให้ "ผีแดง" เป็นฝ่ายเอาชนะ บาร์เซโลนา ในเกมนัดชิงชนะเลิศ ศึกยูฟา แชมเปียนส์ ลีก คืนวันเสาร์ที่ 28 พ.ค.นี้ หลังเคยแพ้แบบไร้ทางสู้ 0-2 ในรอบชิงดำเมื่อปี 2009

กุนซือชาวสกอตเปิดเผยก่อนเกมนัดสำคัญที่สนามเวมบลีย์จะเริ่มขึ้น โดยมองว่าผู้เล่นประสบการณ์สูงอย่าง เนมานยา วิดิช กัปตันทีมและ ริโอ เฟอร์ดินานด์ สองคู่เซนเตอร์ จะเป็นส่วนสำคัญในการต่อกรกับ บาร์เซโลนา รวมถึง เวย์น รูนีย์ กองหน้าตัวความหวังที่เติบโตขึ้นกว่า 2 ปีที่แล้ว

"ถ้าเราเล่นดีก็มีโอกาสและผมคิดว่าเรามีผู้เล่นหลายคนที่ชอบการแข่งขันนี้ เราเติบโตมากขึ้น ในส่วนของ รูนีย์ เขากลายมาเป็นผู้เล่นระดับยุโรป ซึ่งเติบโตขึ้นจากที่เขาเคยเป็นเมื่อปี 2009 คนอื่นก็เช่นกัน วิดิช และ เฟอร์ดินานด์ ซึ่งมากประสบการณ์มีความสำคัญต่อเรา บาร์เซโลนามีคุณภาพมาก แต่ผมคิดว่าคุณภาพของเราจะแสดงให้เห็นเช่นกัน ซึ่งสิ่งนี้จะทำให้มันเป็นเกมที่ดี" เฟอร์กูสัน กล่าว

ยอดกุนซือวัย 69 ปียืนยันว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ได้เรียนรู้ความผิดพลาดจาก 2 ปีที่แล้วและพร้อมสู้กับแชมป์ลีกแดนกระทิง โดยกล่าวว่า "เราเน้นมากในครั้งนี้ ผมคิดว่าการเตรียมตัวดีขึ้นกว่าครั้งก่อน เราตระหนักถึงคุณภาพของคู่แข่ง รวมถึงจุดแข็งและจุดอ่อนของพวกเขา เรายังให้ความสำคัญกับสิ่งที่เราสามารถทำได้ด้วยตัวเราเอง เรามี 2-3 สิ่งที่จะแสดงให้เห็นเพราะเรามีผู้เล่นที่สามารถทำสิ่งนั้นได้"

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 28 พฤษภาคม 2554 01:35 น.
Read More

เผยแผนสอง 3-4-3! เฟอร์กี้สั่งผีลุยถ้าโดนยิงนำ

เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
สื่อในอังกฤษ เผยแผนลับทีม “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ว่าเตรียมจะใช้ระบบการเล่นใหม่ในกรณีที่โดนทีม “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า ยิงนำก่อนในนัดชิงแชมเปี้ยนส์ลีก คืนพรุ่งนี้



 “เดลี่ เทเลกราฟ” เผยถึงแผนที่เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้เตรียมพร้อมสำหรับการสู้ศึกกับบาร์ซ่า อดีตคู่ชิงในปี 2009 ที่เคยแพ้ราบคาบในเกมนัดชิงที่โรม โดยในระบบพื้นฐานจะเล่น 4-4-2 เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ซาร์ เฝ้าเสา ไลน์แบ็กโฟร์ประกอบด้วย ฟาบิโอ,เนมันย่า วิดิช, ริโอ เฟอร์ดินานด์, ปาทริซ เอวร่า ส่วนแดนกลางมี อันโตนิโอ วาเลนเซีย, ไมเคิล คาร์ริค, ไรอัน กิ๊กส์ และ พาร์ค ชี ซอง โดยมี เวย์น รูนี่ย์ และ ฮาเวียร์ “ชิชาริโต้” เอร์นานเดซ ยืนคู่กันในแดนหน้า
 แต่ในการซ้อมเพื่อเตรียมความพร้อมทางด้าน เฟอร์กี้ ได้ให้ นานี่ สวมบทเป็น ลิโอเนล เมสซี่ และไมเคิล โอเว่น รับบทเป็น ดาวิด บีญ่า โดยที่ได้เตรียมซ้อมแผนสองเอาไว้กรณีที่โดนยิงนำไปก่อนระหว่างเกม
 โดยถ้าโดนยิงไปก่อนเหมือนนัดชิงปี 2009 แมนฯ ยูไนเต็ด จะใช้ระบบ 3-4-3 โดยถอดพาร์ค ออกและให้คริส สมอลลิง มายืนในระบบกองหลัง 3 คน จากนั้นดันฟาบิโอ กับเอวร่า ยืนปีกและขยับ วาเลนเซีย ไปประสานงานแนวรุกร่วมกับ รูนี่ย์ และชิชาริโต้




ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล วันที่ : 5/27/2011 9:57:32 PM
Read More

วาเลนเซียมาแรงยึดตัวจริงลุยบาร์ซ่า

อันโต นิโอ วาเลนเซีย
อันโต นิโอ วาเลนเซีย ปีกจรวดทีม “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมพร้อมสำหรับเกมนัดชิงแชมเปี้ยนส์ ลีก กับ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า และกล่าวขอบคุณนายใหญ่เซอร์อเล็กซ์เฟอร์กูสัน ที่พยายามสนับสนุนมาโดยตลอด



 วาเลนเซีย ประสบเหตุถึงขั้นข้อเท้าหักในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เกมกับกลาสโกว์ เรนเจอร์ส จนเดิมคาดว่าอาจจะกลับมาเล่นในฤดูกาลนี้ไม่ได้หรือต้องแขวนสตั๊ด แต่ปีกจอมกระชากก็หายกลับมาฟิตสมบูรณ์และเป็นกำลังสำคัญของทีมอีกครั้ง ซึ่งมีข่าวว่าจะได้ลงเล่นในนัดชิงที่เวมบลีย์ด้วย
 “ผมกังวลเป็นเวลานานเลยทีเดียว”
 “ผมคิดถึงคนที่เคยเจ็บเหมือนกันและไม่สามารถจะเรียกฟอร์มกลับมาได้ หลายคนเล่นในระดับเดิมไม่ได้อีกเลย”
 “แต่ไม่ใช่สำหรับเจ้านาย รวมถึงผู้ช่วยไมค์ ฟีแลน ที่มาให้กำลังใจผมเช่นกัน พวกเขาไม่ได้มากำหนดเส้นตายอะไร แต่ว่าบอกให้ผมสบายๆ รักษาตัวให้พร้อมแล้วทุกอย่างจะดีเอง”
 “การที่ได้แรงสนับสนุนจากเขาเป็นเรื่องสำคัญที่สุด”




ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล วันที่ : 5/27/2011 9:54:30 PM
Read More

สโคลส์ฟันธงนัดชิง ชปล.ปีนี้สุดยอด

พอล สโคลส์
พอล สโคลส์ กองกลางจอมเก๋าทีม“ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มั่นใจว่านัดชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ปีนี้จะเป็นเกมที่สุดยอดแน่นอน



 สโคลส์ กำลังลุ้นจะลงสนามในเกมนัดชิงที่เวมบลีย์ ที่จะรับมือกับ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า โดยที่กองกลางจอมเก๋าซึ่งมีข่าวว่าอาจประกาศอำลาสนามหลังจบเกมนี้ชี้ว่านัด ชิงนี้ถือว่าเป็นการเจอกันของสองทีมที่ดีที่สุดแล้ว
 “ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่คือเกมนัดชิงของสองทีมที่ดีที่สุด”
 “บาร์เซโลน่า คือสุดยอด พวกเขาคือต้นแบบของทีมที่เราอยากจะเป็นและเล่นให้ได้แบบนั้น”
 “แต่ฟุตบอลของเราก็ดีเทียบเท่าพวกเขาเหมือนกัน เราเองก็มีดีเยอะเหมือนกัน”




ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล วันที่ : 5/27/2011 9:54:26 PM
Read More

ปาร์คโวเล่นเวมบลีย์เหมือนเล่นในบ้าน

ปาร์ค จี ซุง
ปาร์ค จี ซุง กองกลางเกาหลีใต้ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกโรงคุยโวว่าทีมปีศาจแดงคุ้นเคยกับการเล่นในสนามเวมบลีย์มาก ทำให้พร้อมแล้วที่จะจัดการบาร์เซโลน่า คู่แข่งนัดชิงแชมเปี้ยนส์ลีกในสังเวียนแข้งแห่งนี้



ปาร์ค กล่าวถึงเกมชปล.นัดชิงกับบาร์ซ่าวันเสาร์นี้ว่า "มันอยู่ในอังกฤษ เพราะฉะนั้นถือว่าบาร์เซโลน่าเป็นทีมเยือน ทีมเราเตะที่เวมบลีย์บ่อยจนเหมือนเป็นบ้านของเราเอง และหวังว่าเราจะยังทำสถิติเล่นในบ้านได้ดีเหมือนเดิม"
"หากผมได้ลงเล่น และเราชนะเกมนี้ได้ คงเป็นสิ่งที่สุดยอดมากสำหรับผม มันคือความฝัน ผมจะทุ่มเกินร้อยเพื่อให้ฝันเป็นจริงให้ได้"
"การพลาดลงสนามนัดชิงไปหนึ่งครั้ง และแพ้ในอีกครั้งหนึ่ง ทำให้ผมกระหายที่จะได้มีส่วนและเอาชนะในเกมนี้"




ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล วันที่ : 5/27/2011 11:03:25 AM
Read More

ชิชาริโต้รับเหลือเชื่อจะได้เล่นนัดชิงที่เวมบลีย์

ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ
ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ "ชิชาริโต้" หัวหอกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เผยไม่อยากเชื่อว่าตนจะมีโอกาสได้ลงสนามในรอบชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ ลีก กับบาร์เซโลน่า ที่สนามเวมบลีย์ วันที่ 28 พ.ค. นี้



กองหน้าวัย 22 ปี ที่เพิ่งย้ายมาเล่นให้ "ปีศาจแดง" ในช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมและมีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ทีมของเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ไปครอง หลังกดไป 13 ประตูจาก 27 นัดในลีก และคาดว่าจะได้ลงเล่นเป็นตัวจริงคู่กับเวย์น รูนี่ย์ ในเกมวันเสาร์นี้ด้วย
"มันเป็นสนามที่สำคัญมาก ทุกคนในโลกต่างก็รู้จักเวมบลีย์ดี" ชิชาริโต้ กล่าวผ่านเว็ปไซต์ของยูฟ่า
"เมื่อคุณพูดถึงเวมบลีย์ คุณกำลังพูดถึงฟุตบอล พูดถึงประเทศอังกฤษ พูดถึงพรีเมียร์ลีก ประวัติศาสตร์และตำนานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสนามแห่งนี้ มันเป็นสนามที่สำคัญมากๆ"
"และเหนือสิ่งอื่นใดก็คือนี่เป็นปีแรกของผมกับสโมสรใหม่ และผมก็จะได้ลงเล่นในรอบชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ ลีก ที่สนามแห่งนี้ มันเป็นอะไรที่เหลือเชื่อจริงๆ" ดาวเตะชาวเม็กซิกัน ทิ้งท้าย




ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล วันที่ : 5/26/2011 9:17:31 PM
Read More

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีก 4 พ.ค. 54 | แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด vs ชาลเก้ 04

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีก 4 พ.ค. 54 | แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด vs ชาลเก้ 04
คลิปไฮไลท์ฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีก 4 พ.ค. 54 | แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด vs ชาลเก้ 04

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีก 4 พ.ค. 54 | แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด vs ชาลเก้ 04
1 - 0 วาเลนเซีย น.26

2 - 0 กิ๊บสัน น.31

2 - 1 จูราโด น.35

3 - 1 แอนเดอร์สัน น.72

4 - 1 แอนเดอร์สัน น.76
Read More

ผลฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีก 4 พ.ค. 54 | แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4 - 1 ชาลเก้ 04

ผลฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีก 4 พ.ค. 54 | แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4 - 1 ชาลเก้ 04
ผลฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีก 4 พ.ค. 54 | แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4 - 1 ชาลเก้ 04
ผลฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีก 4 พ.ค. 54 | แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4 - 1 ชาลเก้ 04
"ปีศาจแดง" แมนฯยูไนเต็ด พักผู้เล่นตัวหลักหลายคน แต่ก็ยังเปิดรังโอลด์ แทรฟฟอร์ด ไล่ต้อนเอาชนะ ชาลเก04ไปขาดลอย 4-1 ศึกยูฟา แชมเปียนส์ ลีก เมื่อคืนวันพุธ(4) รวมผล 2 นัด แมนฯยูไนเต็ด คว้าชัย 6-1 ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศกับ บาร์เซโลนา

แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดสนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด รับมือ ชาลเก 04 หลังจากบุกเอาชนะมาก่อน 2-0 สำหรับเกมนี้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน มีการปรับเปลี่ยนทีมตัวจริงจากเกมแรกถึง 9 ตำแหน่ง พอล สโคลส์ คอยคุมแดนกลาง ส่วนแนวรุก นานี ทำเกมทางริมเส้นร่วมกับ อันโตนิโอ วาเลนเซีย โดย ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ ยืนหน้าเป้า ทางฝั่งทีมเยือนของ ราล์ฟ รังนิก จัดทัพเต็มสูบ ราอูล กอนซาเลส หัวหอกจอมเก๋าเป็นตัวความหวัง

ทั้งสองทีมทำเกมสู้กันอย่างสูสีหลังจากเริ่มครึ่งแรก ชาลเก ได้ทักทายก่อนในนาที 8 จากลูกยิงนอกเขตโทษของ เจฟเฟอร์สัน ฟาร์ฟาน หลุดเสาสองเล็กน้อย อีก 5 นาทีถัดมา ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ โชว์ทักษะแตะหลบกองหลังทีมเยือนจนหลุดถึงเส้นหลังก่อนเปิดเข้ากลางแต่ถูก มานูเอล นอยเออร์ ตัดไว้ได้ตรงเสาแรก

เกมผ่านมาถึงนาที 26 จากความผิดพลาดของอาคันตุกะที่จ่ายบอลเสียกลางสนาม แมนฯ ยูไนเต็ด ตัดบอลมาได้ก่อนที่บอลมาถึง ดาร์รอน กิบสัน ซึ่งแทงบอลทะลุช่องให้ อันโตนิโอ วาเลนเซีย หลุดเดี่ยวเข้าไปยิงลอดขา นอยเออร์ ซุกก้นตาข่าย ผีแดง นำ 1-0

ชาลเก พยายามตอบโต้กลับในนาทีถัดมา ราอูล ได้ขึ้นโหม่งในกรอบเขตโทษ แต่บอลเบาเกินไปเข้ามือ เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ รับสบาย โอกาสเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศของ แมนฯ ยูไนเต็ด ยิ่งสดใสอีกเมื่อทำประตูหนีห่าง 2-0 ในนาที 32 จากจังหวะที่ กิบสัน สับไกยิงจากนอกเขตโทษแล้ว นอยเออร์ รับบอลพลาดปลิ้นเข้าประตูตัวเองไป

ทีมเยือนมีความหวังเล็กน้อยในอีก 3 นาทีเมื่อตีไข่แตกไล่มา 1-2 เริ่มจากความผิดพลาดของ คริส สมอลลิง ที่เปิดบอลจากหน้าเขตโทษไม่ดีถูกตัดไว้ได้ ก่อนที่ อัตซึโตะ อูชิดะ ได้บอลหลุดขึ้นมาทางกราบขวาแล้วเปิดบอลเข้ามาในเขตโทษ แนวรับของเจ้าถิ่นโหม่งเคลียร์ทิ้งไม่เด็ดขาดอีกบอลมาเข้าทาง โฆเซ ฆูราโด ซัดตูมเดียวผ่านมือ ฟาน เดอร์ ซาร์ เข้าไป

แมนฯ ยูไนเต็ด เกือบทำสกอร์ขยับหนีห่างอีกลูกในนาที 36 หลังจาก วาเลนเซีย ได้บอลหลุดเดี่ยวเข้าไปดวลตัวต่อตัวกับ นอยเออร์ ปีกชาวเอกวาดอร์โยกหลบก่อนซัดมุมแคบ แต่บนเส้นประตูมี เบเนดิกท์ โฮเวเดส เตะเคลียร์ออกไปแบบหวุดหวิดทำให้จบ 45 นาทีแรก ทีมของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน นำ 4-1 เมื่อรวมผลสองนัด

เกมครึ่งหลัง ชาลเก เติมเกมบุกด้วยการส่ง เอดู ลงมายืนล่าตาข่ายกับ ราอูล แต่กลายเป็น แมนฯ ยูไนเต็ด ที่เกือบได้ประตูหนีห่างอีกครั้งในนาที 56 นานี จ่ายบอลเข้าเขตโทษให้ ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ ใช้ตัวบังกองหลัง ก่อนเปิดย้อนมาให้ อันแดร์สัน ปั่นโค้งถูก นอยเออร์ พุ่งปัดทิ้งปลายมือ

ลูกทีมของ ราล์ฟ รังนิก ครองบอลเหนือกว่าเล็กน้อย แต่เกมรุกไม่มีประสิทธิ์ภาพพอที่จะกดดันแนวรับของคู่แข่ง เกมผ่านมาถึงนาที 71 เป็นโอกาสลุ้นประตูของผีแดงอีก หลังจาก อันแดร์สัน หลุดไปถึงเส้นหลัง ก่อนผ่านเรียดมาหน้าประตู สมอลลิง ซึ่งเติมเกมขึ้นมาชาร์จยิงบอลเข้าเสาสอง แต่ไม่ได้ประตูเนื่องจากเป็นการล้ำหน้าก่อน

แต่อีก 2 นาทีถัดมา แมนฯ ยูไนเต็ด ก็หนีห่าง 3-1 จนได้เมื่อ นานี กระชากบอลขึ้นมาทางกราบขวา ก่อนเปิดบอลมาในเขตโทษ อันแดร์สัน ชาร์จจังหวะแรกไม่ดีล้มลงกับพื้น แต่ยังเร็วลุกกลับขึ้นมาตวัดยิงด้วยซ้ายผ่านมือ นอยเออร์ ซุกตาข่าย หลังจากนั้นมิดฟิลด์ชาวบราซิลมาทำประตูที่สองของตัวเองในนาที 76 จากการชาร์จลูกผ่านของ เบอร์บาตอฟ พร้อมกับทำให้เจ้าถิ่นฉีกหนี 4-1

ช่วง 10 นาทีสุดท้าย ชาลเก กลับมาบุกดันอีกครั้งโดยทำได้ดีที่สุดจาก เอดู ที่ตะบันจากนอกเขตโทษ ฟาน เดอร์ ซาร์ รับไม่อยู่บอลกระฉอกออกมาเข้าทาง คลาส แยน ฮุนเตลาร์ ตัวสำรองที่เพิ่งลงสนามมาตามซ้ำเข้าประตู แต่กลายเป็นกองหน้าชาวดัตช์ล้ำหน้าก่อน สุดท้ายทีมเยือนไม่สามารถทำประตูไล่ขึ้นมาได้ จบเกม 90 นาที แมนฯ ยูไนเต็ด เอาชนะไปด้วยประตูรวม 6-1 ผ่านเข้าชิงชนะเลิศกับ บาร์เซโลนา ยักษ์ใหญ่แดนกระทิงดุ ที่สนามเวมบลีย์ ในวันที่ 28 พฤษภาคมนี้

รายชื่อผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม
แมนฯ ยูไนเต็ด : เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์, จอนนี อีแวนส์, คริส สมอลลิง, จอห์น โอเชีย, ราฟาเอล, พอล สโคลส์, อันแดร์สัน, ดาร์รอน กิ๊บสัน, นานี, ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ, อันโตนิโอ วาเลนเซีย
ชาลเก 04 : มานูเอล นอยเออร์, คริสตอฟ เมตเซลเดอร์, เบเนดิกท์ โฮเวเดส, เซร์คิโอ, อัตซึโตะ อูชิดะ, โฆเซ ฆูราโด, คีเรียกอส ปาปาโดปูลอส, จูเลียน แดรกซ์เลอร์, เจฟเฟอร์สัน ฟาร์ฟาน, ราอูล, อเล็กซานเดอร์ บามโจฮันน์

ประตู
1 - 0 วาเลนเซีย น.26
2 - 0 กิ๊บสัน น.31
2 - 1 จูราโด น.35
3 - 1 แอนเดอร์สัน น.72
4 - 1 แอนเดอร์สัน น.76
Read More

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีก 3 พ.ค. 54 | บาร์เซโลน่า 1 - 1 เรอัล มาดริด

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีก 3 พ.ค. 54 | บาร์เซโลน่า 1 - 1 เรอัล มาดริด
คลิปไฮไลท์ฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีก 3 พ.ค. 54 | บาร์เซโลน่า 1 - 1 เรอัล มาดริด

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีก 3 พ.ค. 54 | บาร์เซโลน่า 1 - 1 เรอัล มาดริด
1-0 Pedro 54'
1-1 Marcelo 64'
Read More

ผลฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีก 3 พ.ค. 54 | บาร์เซโลน่า 1 - 1 เรอัล มาดริด

ผลฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีก 3 พ.ค. 54 | บาร์เซโลน่า 1 - 1 เรอัล มาดริด
ผลฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีก 3 พ.ค. 54 | บาร์เซโลน่า 1 - 1 เรอัล มาดริด

บาร์เซโลน่า ประสบความสำเร็จผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ประจำฤดูกาล 2010-11 ได้เป็นที่สำเร็จเมื่อเปิดคัมป์ นูเสมอ เรอัล มาดริด 1-1 โดย "เจ้าบุญทุ่ม" ได้ประตูขึ้นนำก่อนจาก เปโดร โรดริเกซ ก่อนที่จะมาโดน มาร์เซโล่ ตามตีเสมอ หลังจากที่เลกแรก บาร์ซ่า เป็นฝ่ายบุกเก็บชัยมา 2-0 ส่งผลให้พวกเขาเอาชนะด้วยสกอร์รวม 3-1 ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศไปรอพบกับคู่ชนะระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ ชาลเก้ โดยจะทำการแข่งขันในวันที่ 28 พฤษภาคม นี้ ที่สนาม เวมบลีย์ ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

เริ่มเกมได้ 5 นาที เจ้าบ้านมาได้ลุ้นก่อน เปโดร ตัดบอลได้มาเข้าทาง อันเดรส อิเนียสต้า กดด้วยซ้ายจากหน้าเขตโทษบอลบดหลุดเสาออกไป

ทั้งสองทีมยังผลัดกันครองบอล แล้วก็เป็น บาร์ซ่า ที่มาได้โกาสลุ้นอีกครั้งจากลูกเตะมุม ชาบี เอร์นานเดส เปิดไปที่กลางประตู เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ ได้โขกคนเดียวโล่งแต่บอลไปตรงตัว กาซียาส ในนาทีที่ 22

ยังเป็นอาซูลกราน่าที่ได้ลุ้นมากกว่า นาที 32 ชาบี เอร์นานเดส วางบอลให้ เมสซี่ พักอกเอาบอลลงก่อนแตะเข้าไในเขตโทษแล้วซัดด้วยซ้ายแต่บดเกินไปบอลไม่เข้ากรอบ

นาทีต่อมา เมสซี่ กระชากบอลขึ้นมาก่อนไหลเข้าไปในเขตโทษ ดาบิด บีย่า ปั่นด้วยขวา กาซียาส เหินปัดไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม

เกมของ มาดริด ยังไม่ดีขึ้นเป็นเจ้าบ้านที่โหมบุกเข้าใส่ นาที 37 บีย่า ได้บอลหลุดขึ้นมาทางซ้ายก่อนตบกลับเข้ามาตรงกลาง เมสซี่ วิ่งเข้ามาซัดด้วยขวาบนเส้น 18 หลา กาซียาส ยังล้มตัวเซฟไว้ได้อีก จบครึ่งแรกยังเสมอกันอยู่ 0-0

เข้าสู่ครึ่งหลังแค่นาทีเดียว เรอัล มาดริด ก็ส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายได้สำเร็จเมื่อ โรนัลโด้ กระชากบอลขึ้นไปก่อนถูกเบียดล้ม บอลเลยมาถึง อิกวาอิน ปั่นเสียบเสาเข้าไป แต่ผู้ตัดสินเป่าฟาวล์ในจังหวะก่อนหน้าที่ โรนัลโด้ ล้มไปชน มาสเคราโน่ ที่พยายามเข้าสกัด อิกวาอิน ล้มลง

บาร์ซ่า เปิดเกมบุกกลับมาแล้วก็มาได้ประตูขึ้นนำจนได้ในาทีที่ 54 เมื่อ อันเดรส อิเนียสต้า จ่ายทะลุช่องให้ เปโดร หลุดเข้าไปซัดผ่าน กาซียาส ตุงตาข่ายเป็น 1-0 สำหรับเจ้าถิ่น สกอร์รวมหนีไปเป็น 3-0 แล้ว

ทว่า อีก 10 นาทีต่อมา ราชันชุดขาว ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ มาตามตีเสมอได้สำเร็จ อังเคล ดิ มาเรีย แตะบอลเข้าไปในเขตโทษก่อนกดด้วยซ้ายบอลพุ่งชนเสาเต็มๆ แต่บอลยังมาเข้าทาง ดิ มาเรีย จ่ายกลับเข้ามาตรงกลาง มาร์เซโล่ กดด้วยซ้ายเข้าไป สกอร์กลับมาเท่ากันที่ 1-1 แล้ว แต่สกอร์รวมยังตามห่าง 1-3

บาร์ซ่า กลับมาตั้งเกมบุกอีกครั้ง นาที 73 เปโดร ตักบอลให้ บุสเก็ตส์ หลุดขึ้นไปทางขวาก่อนเปิดเข้ากลางให้ เมสซี่ ได้โขกบอลโด่งออกหลังไป

ช่วงเวลาที่เหลือยังเปิดเกมบุกแลกกันแต่ทำประตูกันไม่ได้ จบเกม บาร์เซโล่า เสมอ เรอัล มาดริด 1-1 รวมผลสองนัด เจ้าบุญทุ่มผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศด้วยประตูรวม 3-1 ไปรอพบกับคู่ชนะระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ ชาลเก้ โดยจะทำการแข่งขันในวันที่ 28 พฤษภาคม นี้ ที่สนาม เวมบลีย์ ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

รายชื่อนักเตะของทั้งสองทีม
บาร์เซโลน่า : บิคตอร์ บัลเดส, ดาเนี่ยล อัลเวส, เคราร์ด ปิเก้, ฮาเวียร์ มาสเคราโน่, การ์เลส ปูโยล, ชาบี เอร์นานเดส, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, อันเดรส อิเนียสต้า, เปโดร โรดริเกซ (อิบราฮิม อเฟลลาย น.90), ดาบิด บีย่า (เซย์ดู เกอิต้า น.74), ลิโอเนล เมสซี่

เรอัล มาดริด : อิเกร์ กาซียาส, อัลบาโร่ อาร์เบลัว, ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่, ราอูล อัลบิโอล, มาร์เซโล่ วิเอยร่า, ลาสซาน่า ดิยาร์ร่า, ชาบี อลอนโซ่, อังเคล ดิ มาเรีย, ริคาร์โด้ กาก้า (เมซุต โอซิล น.60), คริสเตียโน่ โรนัลโด้, กอนซาโล่ อิกวาอิน (เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ น.55)




ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล วันที่ : 5/4/2011 6:13:59 AM
Read More

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก 27 เม.ย. 54 | เรอัล มาดริด 0 - 2 บาร์เซโลน่า

ไฮไลท์ฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก 27 เม.ย. 54 | เรอัล มาดริด 0 - 2 บาร์เซโลน่า
คลิปไฮไลท์ฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก 27 เม.ย. 54 | เรอัล มาดริด 0 - 2 บาร์เซโลน่า
คลิปไฮไลท์ฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก 27 เม.ย. 54 | เรอัล มาดริด 0 - 2 บาร์เซโลน่า

76' [0 - 1] L. Messi

87' [0 - 2] L. Messi
Read More

ผลฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก 27 เม.ย. 54 | เรอัล มาดริด 0 - 2 บาร์เซโลน่า

ผลฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก 27 เม.ย. 54 | เรอัล มาดริด 0 - 2 บาร์เซโลน่า
ผลฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก 27 เม.ย. 54 | เรอัล มาดริด 0 - 2 บาร์เซโลน่า

ผลฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก 27 เม.ย. 54 | เรอัล มาดริด 0 - 2 บาร์เซโลน่า

0 - 1 เมสซี่ น.76
0 - 2 เมสซี่ น.87

ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดแรก
รีล มาดริด (สเปน) 0-2 บาร์เซโลนา (สเปน)

ศึกเอล กลาซิโก ฉบับฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรยุโรป รีล มาดริด เล่นในถิ่นซานติอาโก เบร์นาเบว ต้อนรับ บาร์เซโลนา คู่รักคู่แค้นแห่งลา ลีกา สเปน เกมนี้เจ้าถิ่นไร้เงา ริคาร์โด คาร์วัลโญ ปราการหลังตัวเก่งที่ติดโทษแบน ทำให้ เซร์คิโอ รามอส ถูกหุบเข้าไปยืนค้ำแนวรับคู่กับ ราอูล อัลบิโอล ส่วนแดนกลางมี ลาสซานา ดิยาร์รา เป้นตัวแทน ซามี เคดิรา ที่บาดเจ็บ ขณะที่แนวรุกจัด 3 ประสาน เมซุต โอซิล, อังเคล ดิ มาเรีย และ คริสเตียโน โรนัลโด

ส่วนทีมเยือนมีปัญหาแนวรับเดี้ยงหลายราย แต่ได้ คาร์เลส ปูโยล กัปตันทีมฟิตกลับมาลงยืนแบ็กซ้าย พร้อมทั้งถอย เซร์คิโอ บุสเกทส์ ลงมาเป็นเซนเตอร์ฮาล์ฟร่วมกับ เคราร์ด ปิเก ส่วนแผงกลางใช้ ฮาเวียร์ มาสเชราโน เป็นตัวตัดเกมให้ ชาบี เอร์นานเดซ กับ เซย์ดู เกอิตา ที่ลงมาแทน อันเดรส อิเนียสตา ที่เจ็บน่องขับเคลื่อนเกมรุก ขณะที่แดนหน้าจัดชุดเก่งอย่าง ดาบิด บียา, เปโดร โรดริเกซ และ ลิโอเนล เมสซี ลงทะลวง

เปิดฉากมาได้เพียง 3 นาทีเศษ “เจ้าบุญทุ่ม” มีโอกาสทักทายก่อนจากจังหวะที่ ชาบี เอร์นานเดซ เก็บตกจากแถวสองวอลเลย์สวนลูกโหม่งสกัดของกองหลัง “ราชันชุดขาว” แต่ยังไม่ผ่านมือ อิเคร์ กาซิยาส ก่อนที่เจ้าบ้านจะตอบโต้ทันควันด้วยการยิงไกลของ โรนัลโด ทว่าบอลตรงตัว บิคตอร์ บัลเดส จากนั้นนาทีที่ 11 บียา โยกหนี มาร์เซโล กับ เปเป้ แล้วซัดด้วยซ้ายหน้าเขตโทษ ลูกหนีมือ กาซิยาส เฉี่ยวเสาสองออกไปอย่างน่าหวาดเสียว

เกมเป็น บาร์เซโลนา ที่ครอบครองบอลได้มากกว่า แต่ รีล มาดริด ยังบีบพื้นที่ตรงกลางได้อย่างแน่นหนา กระทั่งนาทีที่ 25 ทีมเยือนก็หาช่องเจาะเข้าไปยิงได้จากการจ่ายของ เมสซี ที่ไหลให้ ชาบี หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปกดเหน่งๆ ในเขตโทษ ทว่ายังถูก กาซิยาส ป้องกันไว้ได้ ผ่านมาถึงครึ่งชั่วโมงแรก ชาบี ลองเสี่ยงยิงไกลดูบ้าง แต่ก็ส่งบอลโด่งหลุดกรอบออกไปไกล

นาทีที่ 34 ราชันชุดขาวที่ไม่มีลุ้นหวาดเสียวมานานก็ได้โอกาสบ้าง แต่ลูกโหม่งของ เปเป้ ไม่เกินกำลังของ บิคตอร์ บัลเดส ที่จะป้องกัน ก่อนจะมาได้ลูกฟรีคิกบริเวณมุมธงด้านซ้ายใน 4 นาทีให้หลัง โรนัลโด พยายามซัดมุมแคบแต่ก็ติดกำแพง กระทั่งช่วงทดเจ็บนาทีแรก โรนัลโด ได้จังหวะสับไกเข้าข้อครั้งแรก ลูกพุ่งจะเสียบเสาแรกแต่ถูก บัลเดส พุ่งปัดออกมาเข้าทาง โอซิล ซ้ำดาบสองก็ถูก บัลเดส เซฟด้วยขาอีก ทว่าไลน์แมนจับล้ำหน้า โอซิล ไปแล้ว จบครึ่งแรกยังเสมอ 0-0

ในช่วงพักครึ่งเกิดเหตุวุ่นวายเล็กน้อย เมื่อมีการปะทะกันระหว่างทั้งสองทีมในขณะเดินเข้าสู่ห้องแต่งตัว ซึ่ง โฆเซ มานูเอล ปินโต นายทวารสำรองของบาร์ซาโดนใบแดงไล่ออกจากการกระทบกระทั่งกับเจ้าหน้าที่ทีมรีล มาดริด กลับมาเล่นต่อในครึ่งหลัง เจ้าบ้านถอดเอา โอซิล ออกแล้วส่ง เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ ลงมาล่าตาข่ายแทน นาทีที่ 53 รามอส ตัดฟาวล์ เมสซี ที่กำลังกระชากหนีรับใบเหลืองไป ซึ่งทำให้จะติดโทษแบนในนัดหน้า

กระทั่งนาทีที่ 61 รีล มาดริด ถึงคราวเสียเปรียบเมื่อ เปเป้ ยกเท้ายันใส่ ดาเนียล อัลเวส แบบอันตราย ทำให้ โวล์ฟกัง สตาร์ค ผู้ตัดสินชาวเยอรมันควักใบแดงไล่ออกจากสนาม ซึ่ง โชเซ มูรินโญ กุนซือราชันชุดขาวแสดงท่าทีไม่พอใจคำตัดสินจึงถูกไล่ออกไปชมเกมด้านนอกซุ้มม้านั่งสำรองด้วย ทว่า 6 นาทีให้หลัง เจ้าบ้านมีลุ้นจากลูกฟรีคิก ชาบี อลอนโซ เปิดให้ โรนัลโด โหม่งข้ามคานออกไป

ต่อมาเกมเริ่มอยู่ในการควบคุมของ เจ้าบุญทุ่ม นาทีที่ 68 บียา โยกหลอก อัลบาโร อาร์เบลัว แล้วสับไกถูก อิเคร์ กาซิยาส พุ่งปัดออกมาเข้าทาง เปโดร โหม่งซ้ำจ่อๆ แต่ตัวถลำมาด้านหน้าจึงส่งบอลข้ามคานออกไป ซึ่งจังหวะนี้เจ้าตัวถูก มาร์เซโล ย่ำเข้าไปที่ขาซ้ายจนต้องออกมาพักแล้วให้ อิบราฮิม อเฟลลาย ลงมาเล่นแทน นาทีที่ 75 โรนัลโด ที่มีลุ้นแทบจะคนเดียวของเจ้าบ้านได้ยิงฟรีคิก 33 หลาส่งลูกเหินข้ามคานออกไป

ถึงนาทีที่ 76 ความพยายามของ บาร์เซโลนา ก็มาประสบความสำเร็จจนได้ เมื่อ อเฟลลาย ที่ยังมีความสดกระชากหนี มาร์เซโล ขึ้นไปทางขวาก่อนผ่านมาที่เสาแรกให้ ลิโอเนล เมสซี สปีดหนี รามอส เข้ามาชาร์จจ่อๆ ลอดขา กาซิยาส เข้าไปซุกก้นตาข่ายเป็น 1-0 กระทั่งนาทีที่ 87 เมสซี ก็โชว์ความร้ายกาจด้วยการพาบอลฉีกแนวรับราชันชุดขาว 4 คนเข้าไปปาดด้วยขวานิ่มๆ ผ่านมือ กาซิยาส เสียบเสาไกลอย่างเหนือชั้น และเป็นลูกที่ 11 ใน 11 นัดของกองหน้าทีมชาติอาร์เจนตินาในถ้วยยุโรปซีซันนี้ด้วย

จากนั้น เซร์กี โรเบร์โต ผลผลิตจากทีมเยาวชนอีกรายถูกส่งลงมาแทน บียา เพื่อหาประสบการณ์ ก่อนจบ 90 นาทีโดยที่ บาร์เซโลนา บุกมาเอาชนะ รีล มาริด 2-0 กุมความได้เปรียบเอาไว้ได้ก่อนกลับไปเล่นในถิ่นคัมป์ นู บ้านของตัวเองในวันอังคารที่ 3 พฤษภาคมนี้

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
รีล มาดริด – อิเคร์ กาซิยาส, อัลบาโร อาร์เบลัว, เซร์คิโอ รามอส, ราอูล อัลบิโอล, มาร์เซโล, เปเป้, ชาบี อลอนโซ, ลาสซานา ดิยาร์รา, เมซุต โอซิล, อังเคล ดิ มาเรีย, คริสเตียโน โรนัลโด


บาร์เซโลนา – บิคตอร์ บัลเดส, ดาเนียล อัลเวส, เซร์คิโอ บุสเกทส์, เคราร์ด ปิเก, คาร์เลส ปูโยล, ฮาเวียร์ มาสเชราโน, ชาบี เอร์นานเดซ, เซย์ดู เกอิตา, ดาบิด บียา, เปโดร โรดริเกซ, ลิโอเนล เมสซี
Read More

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

อย่าลืมกด Like ให้ด้วยนะครับ

Blog Archive

7m, ผลบอลพรีเมียร์, วิเคราะห์บอลพรีเมียร์, ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์, ตารางคะแนนบอลพรีเมียร์, โปรแกรมฟุตบอลพรีเมียร์, โปรแกรมถ่ายทอดสดบอลพรีเมียร์, ตารางบอล, คลิปฟุตบอล, คลิปไฮไลท์, คลิปไฮไลท์บอลพรีเมียร์, สยามกีฬา, บ้านผลบอล, เซียนสเต็ป, ล้มโต๊ะ, Goal, ดูบอลพรีเมียร์ออนไลน์, ผลบอลสด, ฟุตบอล, ผลบอลวันนี้, บอลวันนี้, ผลบอลเมื่อคืน, ผลฟุตบอล, ฟุตบอลวันนี้, โปรแกรมฟุตบอล, บอล, ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก, ตารางบอล, ข่าวฟุตบอล, คลิบฟุตบอล, เกมส์ุฟุตบอล, ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก, ผลฟุตบอลสด, football, soccer

ข่าวสโมสรพรีเมียร์ลีกอังกฤษทั้งหมด

Man Utd (151) Liverpool (148) Chelsea (62) Tottenham (61) Arsenal (60) Man City (51) Aston Villa (45) Newcastle (45) Stoke (42) Fulham (40) Sunderland (35) Everton (33) West Brom (31) Wigan (29) Swansea (25) Bolton (24) Blackburn (23) Norwich (22) QPR (22) West Ham (18) Birmingham (10) Blackpool (10) Reading (10) Southampton (10) Cardiff City (3) Crystal Palace (2) Hull City (2)