Showing posts with label Tottenham. Show all posts
Showing posts with label Tottenham. Show all posts

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 18 ส.ค. 56 | คริสตัล พาเลซ 0 - 1 สเปอร์ส

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 18 ส.ค. 56 | คริสตัล พาเลซ 0 - 1 สเปอร์ส
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 18 ส.ค. 56 | คริสตัล พาเลซ 0 - 1 สเปอร์ส
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 18 ส.ค. 56 | คริสตัล พาเลซ 0 - 1 สเปอร์ส

โรแบร์โต โซลดาโด ศูนย์หน้าดีกรีทีมชาติสเปน สังหารจุดโทษ นำ ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ บุกมาเชือด คริสตัล พาเลซ 1-0 ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ นัดเปิดฤดูกาล 2013-14 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 18 ส.ค. ที่ผ่านมา

ฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ 2013-14
คริสตัล พาเลซ 0 - 1 สเปอร์ส

ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ ได้ แยน แฟร์ตองเกน ปราการหลังตัวเก่ง ซึ่งบาดเจ็บช่วงปรีซีซัน กลับมาคุมแนวรับ ส่วนแนวรุกวาง โรแบร์โต โซลดาโด หัวหอกป้ายแดง ล่าตาข่าย แต่ยังขาด แกเร็ธ เบล สตาร์ประจำทีม บุกรัง เซลเฮิร์ส ปาร์ก ดวล คริสตัล พาเลซ

เสียงนกหวีดดังขึ้น ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ ขึงเกมบุกตั้งแต่วินาทีแรก ทว่ายังหาช่องเข้าทำไม่เจอ ก่อนทักทายนาที 8 แดนนี โรส เปิดจากซ้ายมาเสาแรก โรแบร์โต โซลดาโด วิ่งมาสะบัดศีรษะโหม่งไม่เข้ากรอบ ต่อมา 5 นาที มูซา เดมเบเล ลองสับไกระยะประมาณ 20 หลา หน้าเขตโทษด้านขวาแฉลบคานออกหลัง

สเปอร์ส ครองบอลบุกมากกว่า แต่แทบจะไม่มีช็อตหวาดเสียวเกิดขึ้นเลย เนื่องจาก คริสตัล พาเลซ แพ็กเกมรับอย่างแน่นหนา เป็นเหตุให้การผ่านบอลสุดท้ายยังไม่เข้าเป้า เข้าสู่นาที 35 กิลฟี ซิกูร์ดสสัน กลับตัวยิงบริเวณหัวกะโหลก จูเลียน สเปโรนี ปัดข้ามคาน

นาที 40 อารอน เลนนอน รับลูกจ่ายตัดหลังแบ็กทะลุเข้าเขตโทษด้านขวา แล้วเปิดเรียดให้ โซลดาโด เข้าฮอสเสาแรก แต่เบาเกินไป สเปโรนี เซฟสบาย นาทีสุดท้าย เลนนอน เปิดโด่งจากขวามาเสาสอง เนเซอร์ แชดลี โหม่งข้ามคาน จบครึ่งแรกเสมอกัน 0-0

ครึ่งหลังเปิดฉากเพียง 4 นาที สาวก "ไก่เดือยทอง" ได้เฮ เลนนอน กระชากเข้าเขตโทษมาถึงสุดเส้นหลังฝั่งขวา ก่อนเปิดเข้ากลางติดแขน ดีน ม็อกซีย์ ที่พยายามล้มตัวบล็อก ผู้ตัดสินชี้จุดโทษ โซลดาโด แปเรียดเสียบมุมซ้ายมือ

หลังตกเป็นรอง "ปราสาทเรือนแก้ว" ขยับเกมรุกสู้ ทว่ายังไม่มีโอกาสเงื้อเท้ายิงแบบจะแจ้ง และหวิดเสียเพิ่มนาที 69 คายล์ วอล์คเกอร์ พลิกหนีตัวประกบจากกลางสนามด้านขวา แล้วบรรจงเปิดเข้าเขตโทษให้ โซลดาโด ตบเข้ากลาง ซิกูร์ดสสัน แปเน้นๆ เฉี่ยวเสาซ้ายมือ

อาคันตุกะจากถิ่น ไวท์ ฮาร์ท เลน ทำเกมบุกไหลลื่นกว่า และน่าได้ประตูปิดกล่องนาที 88 เจอร์เมน เดโฟ ตัวสำรอง กระชากจากหน้าเขตโทษด้านซ้ายตัดเข้ามาถึงหัวกะโหลก แล้วยิงหักข้อเฉี่ยวเสาซ้ายมือ ต่อมา 1 นาที พาเลซ หวิดตีเสมอ เควิน ฟิลลิปส์ โหม่งชงลูกเปิดโด่งจากกราบขวาทางเสาสองมาให้ คากิโช ดิคกาชอย กดเต็มเท้า ฮูโก โยริส ล้มตัวทุบออกมาได้ จบเกม สเปอร์ส เอาชนะไป 1-0

รายชื่อ 11 ตัวจริง
พาเลซ : จูเลียน สเปโรนี , โจเอล วอร์ด , แดเนียล แก็บบิดอน , ดีน ม็อกซีย์ , ดาเมียน เดลานีย์ , คากิโช ดิคกาชอย , โอเวน การ์วาน , สตีเฟน ด็อบบี , ไมล์ เจดินัค , แอรอน วิลบราแฮม , ดไวท์ เกย์ล
สเปอร์ส : ฮูโก โยริส , คายล์ วอล์คเกอร์ , แดนนี โรส , แยน แฟร์ตองเกน , ไมเคิล ดอว์สัน , เปาลินโญ , มูซา เดมเบเล , กิลฟี ซิกูร์ดสสัน , อารอน เลนนอน , โรแบร์โต โซลดาโด , เนเซอร์ ชาดิล
Read More

10 สุดยอดเซ็นเตอร์แบ็กดีที่สุดในยุคปัจจุบัน

10 สุดยอดเซ็นเตอร์แบ็กดีที่สุดในยุคปัจจุบัน

10. แดเนียล แอกเกอร์ (ลิเวอร์พูล)

แดเนียล แอกเกอร์
แดเนียล แอกเกอร์
แดเนียล แอกเกอร์ คือว่าที่รองกัปตันทีมคนใหม่ของลิเวอร์พูล ซึ่งจากประสบการณ์ของเขานั้นจัดว่าโชกโชน ในระดับชาติการได้เป็นกัปตันทีมชาติเดนมาร์ก คือเครื่องวัดคุณภาพของเขาได้เป็นอย่างดี

จุดเด่นของแอกเกอร์คือ การเติมเกมรุกที่ทรงประสิทธิภาพ ลูกยิงด้วยเท้าซ้ายของเขาจัดว่าอันตรายและหวังผลได้เสมอ นอกจากนั้น ยังมีความเป็นผู้นำเต็มเปี่ยม เรียกได้ว่าถึงลิเวอร์พูลจะไม่ประสบความสำเร็จในซีซั่นที่ผ่านมาแต่ระดับฝีเท้าของแอกเกอร์ต้องติดท็อปเท็นของโลกอย่างไม่ต้องสงสัย

9. ริโอ เฟอร์ดินานด์ (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)

ริโอ เฟอร์ดินานด์
ริโอ เฟอร์ดินานด์
ถึงแม้ ริโอ จะมีอายุอานามพอสมควรแล้ว แต่ผลงานของเขากับทีมปิศาจแดงในซีซั่นที่ผ่านมา ยังจัดว่าเชื่อถือได้อยู่ ไม่ใช่แค่พาแมนฯยูไนเต็ดคว้าแชมป์ลีกได้สำเร็จแล้ว เฟอร์ดินานด์ ยังติดทีมออลสตาร์ของพรีเมียร์ลีกอีกต่างหาก โดยคว้าตัวจริงในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ก ซึ่งแสดงให้เห็นว่า เขายังคงเป็นที่พึ่งของทีมได้เสมอ

ในซีซั่นหน้า ถึงแม้แมนฯยูไนเต็ดจะมีกองหลังหลายรายทั้ง ฟิล โจนส์,คริส สมอลลิ่ง หรือจอนนี่ อีแวนส์ แต่ก็เชื่อว่าริโอ น่าจะยังคงเป็นเสาหลักของทีมต่อไปอีกระยะหนึ่ง

8. แยน แฟร์ทองเก้น (สเปอร์ส)

แยน แฟร์ทองเก้น
แยน แฟร์ทองเก้น

ในขวบปีที่ผ่านมา ชื่อเสียงของแยน แฟร์ทองเก้น โด่งดังไปทั่วยุโรป จากการเล่นอันโดดเด่นของเขากับทอตแน่ม ฮอตสเปอร์ส

แฟร์ทองเก้นมีความยืดหยุ่นได้ดีมาก เพราะเล่นได้ดีทั้งแบ็กซ้าย และเซ็นเตอร์แบ็ก การซื้อตัวมาจากอาแจ๊กซ์ในราคาแค่ 10 ล้านปอนด์ กลายเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเหลือเชื่อ

จนถึงเวลานี้ ผลงานมาสเตอร์พีซของอันเดร วิลลาส-โบอาส นอกเหนือจากการรั้งแกเร็ธ เบลไว้ได้ ก็คือการรั้งนักเตะอย่างแฟร์ทองเก้นต่อไปในซีซั่นหน้าได้อีกรายนี่ล่ะ

7. มัทส์ ฮุมเมิลส์ (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์)

มัทส์ ฮุมเมิลส์
มัทส์ ฮุมเมิลส์
มัทส์ ฮุมเมิลส์ กลายเป็นนักเตะที่เนื้อหอมสุดๆทันที หลังจากช่วยพาโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์คว้าแชมป์บุนเดสลีกาได้สำเร็จในซีซั่นก่อน นอกจากนั้นยังสามารถยึดตำแหน่งตัวจริงทีมชาติเยอรมันได้อย่างสง่างาม ซึ่งจากฝีเท้าของเขาก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไม่โยอาคิม เลิฟถึงไว้ใจให้เป็นตัวจริงทั้งๆที่อายุยังน้อย

ฮุมเมิลส์ เป็นผุ้เล่นที่เล่นได้อย่างชาญฉลาดมาก จุดเด่นของเขาคือเหนียวแน่นมากๆในการดวลกับคู่แข่งแบบตัวต่อตัว สังเกตดีๆว่าต่อให้คู่แข่งเร็วแค่ไหน ก็เลี้ยงไม่ผ่านเขา

นี่คืออนาคตอีกยาวไกลของทีมชาติเยอรมัน รวมทั้งของดอร์ทมุนด์ด้วยที่ต้องทำทุกอย่างเพื่อรั้งฮุมเมิลส์ให้อยู่กับทีมต่อไปให้ได้

6. เซร์คิโอ รามอส (เรอัล มาดริด)

เซร์คิโอ รามอส
เซร์คิโอ รามอส
เซร์คิโอ รามอส อาจมีชื่อเสียงไม่ค่อยดีนักนอกสนาม ทุกคนรู้ว่าเขาชอบใช้อิทธิพลในการกดดันผู้เล่น หรือสตาฟฟ์ที่เขาไม่ค่อยชอบใจ

แต่ถ้าวัดกันที่ฝีเท้าเพียวๆ เขาแทบไม่เป็นรองใครทั้งนั้นบนโลกใบนี้ ช่วงแรกๆเขาเริ่มต้นด้วยการเล่นในตำแหน่งแบ็กขวาก่อนตั้งแต่อยู่กับเซบีย่า แต่ในช่วงหลังเจ้าตัวเล่นเป็นเซ็นเตอร์แบ็กเป็นหลัก

ทำให้ศักยภาพของรามอส สามารถเล่นได้ทุกตำแหน่งในแนวรับ เขาอาจไม่ประสบความสำเร็จนักในซีซั่นที่ผ่านมา แต่ถ้าวัดกันที่เรื่องฝีเท้า ยังไงก็ต้องติดท็อปเท็นของโลกแน่นอน

5. ดาวิด ลุยซ์ (เชลซี)

ดาวิด ลุยซ์
ดาวิด ลุยซ์
ดาวิด ลุยซ์ เป็นกองหลังที่มีพัฒนาการก้าวกระโดดมากๆในซีซั่นที่ผ่านมา ย้อนกลับไปสมัยเบนฟิก้า เขาเป็นแค่แนวรับบ้าบุกธรรมดาคนหนึ่ง แต่ซีซั่นที่ผ่านมาภายใต้การคุมทีมของราฟาเอล เบนิเตซ

ลุยซ์ ยกระดับเป็นแนวรับที่จัดจ้านมาก ทั้งเกมรับและเกมรุก นอกจากนั้นยังมีบางเกมที่เขาโดดดันไปเล่นเป็นกองกลางตัวรับอีกด้วย ซึ่งทีเด็ดของลุยซ์ อยู่ทีการเติมเกมอย่างฉลาด แถมมีทีเด็ดที่การยิงไกล และฟรีคิกอีกด้วย ซึ่งถ้าเขายังก้าวกระโดดแบบนี้ต่อไป หนทางเป็นเซ็นเตอร์แบ็กเบอร์ 1 ของโลกก็ไม่ไกลเกินเอื้อม

นอกจากผลงานในระดับสโมสรจะเยี่ยมแล้ว ในระดับชาติก็เป็นตัวหลักให้บราซิลคว้าแชมป์คอนเฟดเดเรชั่นส์คัพอย่างสวยงามอีกด้วย

4. เคราร์ด ปิเก้ (บาร์เซโลน่า)

เคราร์ด ปิเก้
เคราร์ด ปิเก้
หลังจากหมดยุคของการ์เลส ปูโยล ก็กลายเป็นเคราร์ด ปิเก้ ที่ขึ้นมาแทนที่ทั้งในระดับทีมชาติ และระดับสโมสร

ผลงานในซีซั่นที่แล้ว ดูเผินๆจะไม่มีอะไร แต่อย่าลืมว่าปิเก้ พาบาร์ซ่าคว้าแชมป์ลาลีกาได้แบบแต้มทิ้งขาด ขณะที่ ในคอนเฟดเดเรชั่นส์คัพก็ไปไกลถึงรอบชิงชนะเลิศ เรียกได้ว่าผลงานโดยรวมโอเค

ปิเก้ เป็นกองหลังที่มีส่วนผสมของความดุดันแบบอังกฤษ จากประสบการณ์ที่เขาเคยเล่นให้กับแมนฯยูไนเต็ดอยู่ช่วงหนึ่ง รวมกับชั้นเชิงในสไตล์ลาลีกา ทำให้ฝีเท้าของเขาไม่เหมือนใคร

กล่าวคือปิเก้ ไม่ใช่กองหลังประเภทบู๊ชน แต่เป็นแนวมันสมองคิดอ่านได้เด็ดขาด ซ้อนรองแถวสองได้ดี แต่ถึงคราวต้องปะทะ ด้วยร่างกายที่ใหญ่โตก็ทำให้เขาไม่แพ้ใครเช่นกัน

3. แวงซ็องต์ กอมปานี (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

แวงซ็องต์ กอมปานี
แวงซ็องต์ กอมปานี
แวงซ็องต์ กอมปานี เป็นกัปตันของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และทำสถิติทีมที่เสียประตูน้อยที่สุดในพรีเมียร์ลีก เมื่อซีซั่นที่แล้ว กอมปานี คือหนึ่งในผู้เล่นที่ครบเครื่องที่สุดในตำแหน่งแนวรับ กับทีมชาติเบลเยี่ยมปัจจุบันเขาถูกดันไปเล่นกองกลางตัวรับ ขณะที่กับแมนฯซิตี้ เขาคือเซ็นเตอร์แบ็ก ซึ่งก็เล่นได้ดีทั้งสองตำแหน่ง

ที่เหนืออื่นใด คือกอมปานี เป็นคนที่มีความเป็นผู้นำสูงมาก จริงๆในซีซั่นที่ผ่านมา ถ้ากอมปานีไม่เจ็บไประยะหนึ่งเชื่อกันว่า แมนฯซิตี้จะไล่บดกับแมนฯยูไนเต็ดได้อย่างสนุกกว่านี้

สิ่งที่กอมปานียังขาดอยู่คือความสำเร็จระดับชาติ ถ้าอย่างน้อยพาเบลเยี่ยมไปแข่งฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้ เขาอาจจะก้าวมาเป็นกองหลังเบอร์ 1 ของโลกก็ได้ใครจะรู้

2. จอร์โจ้ คิเอลลินี่ (ยูเวนตุส)
จอร์โจ้ คิเอลลินี่
จอร์โจ้ คิเอลลินี่
กองหลังจากอิตาลีทุกยุคทุกสมัยได้รับการขนานนามว่า เป็นพันธุ์แกร่งอยู่แล้ว และประเทศแห่งนี้ไม่เคยขาดแคลนเซ็นเตอร์ชั้นดี จากบาเรซี่ ถึงคอสตาร์คูต้า มัลดินี่ คันนาวาโร่ และ มาเตรัซซี่ ในยุคปัจจุบันถ้าพูดถึงเซ็นเตอร์แบ็กสักคน ก็ต้องเป็นคิเอลลินี่แน่นอน เขาช่วยให้ยูเวนตุสคว้าแชมป์กัลโช่ เซเรียอาได้ 2 สมัยติดกันอย่างน่าทึ่ง

นอกจากนั้นยังเป็นแกนหลักของทีมชาติอิตาลีชุดปัจจุบันด้วย โดยคิเอลลินี่ เป็นคนที่ยืดหยุ่นในการเล่นอย่างมาก เขาปรับตัวได้ดีกับระบบ เซ็นเตอร์ 2 คน หรือ เซ็นเตอร์ 3 คน

แถมในบางสถานการณ์ยังขยับตัวเองไปเล่นแบ็กซ้ายได้ด้วย นี่คือหนึ่งในกองหลังที่ดีที่สุดในยุคปัจจุบันอย่างไม่ต้องสงสัย

1. ติอาโก้ ซิลวา (ปารีส แซงต์ แชร์กแมง)
ติอาโก้ ซิลวา
ติอาโก้ ซิลวา
นี่คือเซ็นเตอร์แบ็ก เจ้าของสถิติค่าตัวแพงที่สุดในโลก มหาศาลถึง 42 ล้านยูโร แถมยังได้รับค่าเหนื่อยประมาณ 12 ล้านยูโรต่อปี ซึ่งไม่มีเซ็นเตอร์แบ็กคนไหนจะได้รับสูงมากขนาดนี้ในโลกฟุตบอล

แน่นอน ฝีเท้าของเขาไม่ใช่ของปลอม ราคานั้นพิสูจน์ฝีเท้าได้เป็นอย่างดี ซีซั่นที่ผ่านมา เขาพาเปแอสเชคว้าแชมป์ลีกเอิง พร้อมด้วยสถิติเสียประตูน้อยที่สุดในลีก นอกจากนั้นยังช่วยบราซิลคว้าแชมป์คอนเฟดเดเรชั้นส์คัพอย่างยิ่งใหญ่ โดยนัดชิงถล่มสเปน 3-0 แบบไม่เสียประตู

จุดเด่นของติอาโก้ ซิลวา คือทั้งแกร่งและเร็วมาก ในทีมชาติบราซิลชุดปัจจุบัน มีคำกล่าวว่า ติอาโก้ มีความเร็วที่สุดติดอันดับท็อปทรีของทีม สูสีกับเนย์มาร์เลยทีเดียว ทั้งๆที่เขาเล่นตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ก

ในตอนนี้เจ้าตัวมีอายุ 28 ปี ถือว่าเป็นจุดพีกของผู้เล่นในตำแหน่งนี้ ซึ่งถ้ายังรักษาฟอร์มได้ต่อไปล่ะก็ เขาก็น่าจะครองตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กเบอร์ 1 ของโลกไปได้อีกนาน

Read More

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 29 ก.ย. 55 | แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2 - 3 สเปอร์ส

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 29 ก.ย. 55 | แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2 - 3 สเปอร์ส
คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 29 ก.ย. 55 | แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2 - 3 สเปอร์ส
คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 29 ก.ย. 55 | แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2 - 3 สเปอร์ส

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 29 ก.ย. 55 | แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2 - 3 สเปอร์ส
ประตู
0 - 1 แยน แฟร์ตองเกน น.2
0 - 2 แกเร็ธ เบลล์ น.32
1 - 2 หลุยส์ นานี น.51
1 - 3 คลินท์ เดมพ์ซีย์ น.52
2 - 3 ชินจิ คากาวะ น.54
Read More

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 29 ก.ย. 55 | แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2 - 3 สเปอร์ส

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 29 ก.ย. 55 | แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2 - 3 สเปอร์ส
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 29 ก.ย. 55 | แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2 - 3 สเปอร์ส
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 29 ก.ย. 55 | แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2 - 3 สเปอร์ส
ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ บุกมาทำช็อกเฉือนชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่พยายามเร่งเครื่องบุกอย่างหนักช่วงท้ายเกม 3-2 พ่ายต่อ "ไก้เดือยทอง" คาถิ่นโอลด์ แทร๊ฟฟอร์ด เป็นครั้งแรกในรอบ 23 ปี ในเกมพรีเมียร์ลีก คู่สุดท้ายประจำวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 29 ก.ย. 55
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2 - 3 สเปอร์ส

        เกมพรีเมียร์ลีก คู่สุดท้ายของ วันเสาร์ที่ 29 ก.ย. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดโรงละครแห่งความฝันรับการมาเยือนของ สเปอร์ส ภายใต้การทำทีมของ อังเดร บียาส-โบอาส ที่เกมนี้วาง เจอร์เมน เดโฟ เป็นหอกเป้า และใช้ อาร์รอน เลนนอน กับ แกเร็ธ เบลล์ ทำเกมสองฝั่ง ขณะที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน พัก เวย์น ูนีย์ เป็นสำรอง และให้ ชินจิ คากาวะ เป็นเพลเมกเกอร์ อยู่หลัง โรบินฟาน เพอร์ซี
      
แฟร์ตองเกน ประเดิมประตูแรกให้ สเปอร์ส
         ออกสตาร์ทมาเพียง 2 นาที แยน แฟร์ตองเกน ทำช็อกแฟน "ปิศาจแดง" ด้วยการลากเดี่ยวแหวกแนวรับเจ้าถิ่น 3 คนเข้ามาก่อนเสียหลักยิงด้วยขวา แต่มีโชคบอลไปแฉลบ จอนนี อีแวนส์ เปลี่ยนทางเข้าไปทางเสาแรกให้ "ไก่เดือยทอง" ออกนำก่อน 1-0 หลังเสียประตูเจ้าถิ่นยังครองเกมมากกว่าแต่ก็เร่งเอาประตูกลับมาไม่ได้
      
        ผ่าน 20 นาที จังหวะสวนกลับของ "ไก่เดือนทอง" สร้างปัญหาให้ "ผีแดง" ได้ต่อเนื่อง แต่เกมส่วนใหญ่ยังสู้กันที่กลางสนาม กระทั้งนาที 31 เบลล์ ใช้ความเร็วลากหนี เฟอร์ดินานด์ ที่ช้าอยู่แล้วไปทางขวาก่อนยิงหักข้อกลับมาที่เสา 2 บอลผ่านมือ อันเดอร์ส ลินเดอร์การ์ด เข้าไปกระทบตาข่ายง่ายๆ ขยับหนีห่างเป็น 2-0 ชนิดที่แฟน ยูไนเต็ด ได้แต่อึ้งท้ายครึ่งแรกเจ้าบ้านเร่งเครื่องขึ้นมาอีกครั้งแต่ยังไม่มีประตู เพิ่มจบครึ่งต้องไปแก้เกมกลับมาใหม่
      
        กลับมาครึ่งหลัง "เฟอร์กี" ไม่ลังเลที่จะส่ง รูนีย์ ลงมาแทน กิ๊กส์ เพื่อเพิ่มสปีดเกมมากขึ้น และเห็นผลทันที เมื่อหัวหอกทีมชาติอังกฤษเปิดจากขวาเข้ามาหน้าประตู นานี พุ่งชาร์ตจ่อๆ เข้าประตูไปช่วยให้ เจ้าถิ่นเฮกันลั่น ไล่มา 1-2 ทว่า "ไก่เดือยทอง" ขยับหนีเป็น 3-1 เบลล์ หลุดมายิงเน้นๆ ลินเดอร์การ์ด ปัดมาเข้าทางปืน คลินท์ เดมพ์ซีย์ ซ้ำเข้าไปไม่มีเหลือ
      
        อย่างไรก็ดี ยูไนเต็ด ตอบโต้ทันควัน โรบินฟาน เพอร์ซี แทงทะลุให้ คากาวะ หลุดกับดักล้ำหน้า ก่อนแปสวนตัว ฟรีเดล เข้าไปทางเสาสองอย่างสวยงามขยับตามติดเป็น 2-3 แบบสุดมันส์ นาที 58 คากาวะ ลากบอลเข้าเขตโทษ ไคล์ วอลเกอร์ สกัดล้มลงไป แต่ คริส ฟอย ใจแข็งปล่อยให้เล่นต่อไป 2 นาที ถัดมา รูนีย์ บรรจงปั่นฟรีคิกข้ามกำแพงบอลพุ่งชนเต็มเสา กระดอนออกมาอย่างน่าเสียดาย
      
        ดำเนินถึงนาที 68 "ผีแดง" ที่กดดันหนักน่าจะได้ประตูตีเสมอ "อาร์วีพี" หลุกทางฝั่งซ้ายแต่ยิงบอลหลุดเสาสองออกไปไม่น่าเชื่อ จากนั้น นาที 81 แนวรับ สเปอร์ส เคลียไม่ขาดมาตกอยู่ที่หน้า สโคลส์ สับไกเต็มข้อบอลพุ่งน่ากลัวแต่ไม่ห่าง ฟรีเดล ทุบทิ้งออกมาได้ทัน ท้ายเกม คาร์ริก โหม่งลูกเตะมุมบอลย้อยชนคาน พลาดโอกาสตีเสมออีกครั้ง
      
       ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เจ้าถิ่นยังขึงเกมรุกไว้ต่อเนื่องแต่จังหวะสุดท้ายไม่คมกันเองยิงนกตกปลาไป หมด ทำให้พ่ายไปแบบหวุดหวิด 2-3 ทำให้ โบอาส พา สเปอร์ เก็บชัยชนะ 3 เกมรวด ส่วน ยูไนเต็ด แพ้เป็นเกมที่ 2 ในฤดูกาล
      
       รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
       แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : อันเดอร์ส ลินเดอร์การ์ด, ริโอเฟอร์ดินานด์, จอนนี อีแวนส์, ราฟาเอล, ปาทริช เอวรา, ไมเคิล คาร์ริก, พอล สโคลส์, ไรอัน กิ๊กส์, หลุยส์ นานี, โรบินฟาน เพอร์ซี, ชินจิ คากาวะ
       สเปอร์ส : แบรด ฟรีเดล, วิลเลียม กัลลาส, แยน แฟร์ตองเกน, ไคล์ วอลเกอร์, สตีเวน เคลาเกอร์, อาร์รอน เลนนอน, คลินท์ เดมพ์ซีย์, มุสซา เดมเบเล, แกเร็ธ เบลล์, ซานโดร, เจอร์เมน เดโฟ


Read More

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 23 ก.ย. 55 | แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1 - 1 อาร์เซนอล

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 23 ก.ย. 55 | แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1 - 1 อาร์เซนอล
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 23 ก.ย. 55 | แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1 - 1 อาร์เซนอล

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 23 ก.ย. 55 | แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1 - 1 อาร์เซนอล

เกมพรีเมียร์ลีก คู่บิ๊กแมตช์ ช่วงดึกของวันอาทิตย์ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี แชมป์ก่าพลาดท่าถูก "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล บุกมาไล่ตามตีเสมอ 1-1 ช่วงท้ายเกมถึงถิ่น เอติฮัดส์ สเตเดียม ต้องแบ่งกันไปทีมละแต้ม

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 23 ก.ย. 55
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1 - 1 อาร์เซนอล

ศึกพรีเมียร์ลีก คู่ดึก ประจำวันอาทิตย์ที่ 23 ก.ย. ที่สยาม เอติฮัดส์ สเตเดียม "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี "แชมป์เก่า" เปิดบ้านรับการมาเยือนของ อาร์เซนอล เกมนี้ โรแบร์โต มันชินี ยังคงไม่ส่ง มาริโอ บาโลเตลลี หัวหอกเจ้าปัญหาลงเป็นตัวจริง โดยใช้ เอดิน เชโก และ เซร์คิโอ อกูเอโร เป็นกองหน้า ส่วน "ปืนใหญ่" วาง ซานติ การ์ซอลา, แชร์วินโญ และ ลูคัส โพดอลสกี เป็นสามประสานในเกมรุก ขาดเพียง โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ที่เป็นสำรอง

ช่วงต้นเกมเป็นลูกทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ ออกสตาร์ท ได้น่ากลัวกว่า แต่ ซิตี เป็นฝ่านยได้ลุ้นประตูก่อน อกูเอโร ลากตัดเข้ามาจากฝั่งซ้ายและซัดด้วยขวาเต็มข้อบอลพุ่งตรงกรอบ แต่ก็ไปตรงตัว มาโนเน ผงาปัดทิ้งได้ทัน นาที 24 คาร์ล เจนกินสัน สลัดหนีการประกบของ โจลีออน เลสคอตต์ ขึ้นมาทางขวาก่อนตบกลับมาให้ ลูคัส โพดอลสกี วิ่งขึ้นมายิงด้วยขวา บอลเหินข้ามคานไปไกล

นาที 33 "ปืนใหญ่" มาได้ลุ้นจากลูกฟรีคิก การ์ซอลา ปั้นโค้งอ้อมกำแพง แต่ โจ ฮาร์ท ที่ปิดเสาอยู่แล้ว ล้มตัวรับไว้ไม่มีปัญหาโอกาสถัดมานาที 36 แชร์วินโญ ได้โอกาสพริ้วหลบมาทางซ้ายล็อกบอลหนี ปาโบล ซาบาเลตา กดด้วยซ้ายที่เสาแรกบอลพุ่งเข้าแค่หน้าต่างเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ช่วงนาที 40 จากลูกเตะมุม เจ้าถิ่นมาได้ประตูขึ้นนำ จากลูกทีม มาโนเน ออกมาตัดลูกโยนพลาด บอลเลยมาถึง เลสคอตต์ โถมโขกเข้าประตูไปง่ายๆ ช่วยให้แฟน "เรือใบ" ได้เฮกันลั่นสนาม จากนั้นนาทีถัดมา เชโก เกือบบวกประตูที่สองให้ทีมจากจังหวะเอียงตัวยิงตามน้ำบอลมุดไม่พอ มาโนเน ลอยตัวปัดข้ามคานออกไป ทำให้จบครึ่งแรกนำอยู่ 1-0

กลับมาเล่นครึ่งหลัง เจ้าถิ่นครองบอลบุกต่อเนื่อง บอลเลยมาที่เสาสอง อกูเอโร จับบอลลงเอียงตัววอลเลย์แบบไม่มีตัวประกบบอลเสยคานออกไปแบบได้เสียว เกมผ่าน 60 นาที "เรือใบสีฟ้า" เริ่มถอนลงมารับปล่อยให้ "ปืนใหญ่" ตั้งเกมรุกบุกเข้าใส่ และอาศัยจังหวะสวนกลับขึ้นมาเล่นงานได้น่ากลัวหลายครั้ง

เกมสวนกลับของเจ้าถิ่นเล่นงาน อาร์เซนอล ได้อีกครั้ง นาที 80 ยายา ตูเร ลากบอลขึ้นมาคนเดียวจากกลางสนาม ก่อนถ่ายออกขวาให้ อกูเอโร ล้มตัวยิงด้วยขวา มาโนเน ที่ปิดเสาแรกอยู่ไม่พลาดทุบออกหลังได้หวุดหวิด นาทีถัดมา การ์ซอลา แตะหนี กอมปานี ก่อนซัดเต็มเท้า แต่ ฮาร์ท ซูเปอร์เซฟได้อย่างเหลือเชื่อ แต่จากลูกเตะมุม "ปืนใหญ่" ตีเสมอสำเร็จ ซิตี เคลียกันไม่ขาด กอสเซียลนีย์ เก็บส้มหล่นยิงบอลหายเข้าไปในตาข่ายเป็น 1-1

แมนฯ ซิตี น่าจะได้ประตูออกนำอีกครั้ง กอมปานี จักรยานออกกาศบอลไปติดเซฟของ มาโนเน เป็น กอสเซียลนีย์ เตะทิ้งไปเข้าทาง "กุน" เอียงตัวยิงเน้นๆ บอลกลิ้งออกเสาไกลไปอย่างน่าเสียดาย ท้ายเกม "เรือใบสีฟ้า" ต้องมาเร่งเครื่องกันอีกครั้ง ทว่าสุดท้ายก็ไม่ทันเวลา จบเกมเสมอกันไป 1-1 แบ่งกันไปทีมละแต้ม ชนิดที่ โรแบร์โต มันชินี ต้องโทษตัวเอง

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
แมนเชสเตอร์ ซิตี : โจ ฮาร์ท, แวงซอง กอมปานี, ปาโบล ซาบาเลตา, โจลีออน เลสคอตต์, กาแอล กลิชีย์, สกอตต์ ซินแคลร์, ฆาร์บี การ์เซีย, ยายา ตูเร, เอดิน เชโก, เซร์คิโอ อกูเอโร, ดาบิด ซิลบา
อาร์เซนอล : วิโต มาโนเน, แพร์ เมอร์เตซัคเกอร์, โลรองต์ กอสเซียลนีย์, คาร์ล เจนกินสัน, ตีแรน กิบส์ ,อาบู ดิยาบี, มิเกล อาร์เตตา, อาร์รอน แรมซีย์, ซานติ การ์ซอลา, แชร์วินโญ, ลูคัส โพดอลสกี

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำวันอาทิตย์ที่ 23 ก.ย. 2555

ลิเวอร์พูล 1 - 2 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
1 - 0 สตีเวน เจอร์ราร์ด น.46
1 - 1 ราฟาเอล ดา ซิลวา น.51
1 - 2 โรบิน ฟาน เพอร์ซี น.81

นิวคาสเซิล 1 - 0 นอริช ซิตี
1 - 0 เดมบา บา น.19

แมนเชสเตอร์ ซิตี 1 - 1 อาร์เซนอล
1 - 0 โจลีออน เลสคอตต์ น.40
1 - 1 โลรองต์ กอสเซียลนีย์ น.82

ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ส 2 - 1 ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส
0 - 1 บอบบี ซาโมรา น.32
1 - 1 เลอานโดร ฟูอาลิน น.59 (ทำเข้าประตูตัวเอง)
2 - 1 เจอร์เมน เดโฟ น.61
Read More

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 16 ก.ย. 55 | เรดดิ้ง 1 - 3 สเปอร์ส

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 16 ก.ย. 55 | เรดดิ้ง 1 - 3 สเปอร์ส
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 16 ก.ย. 55 | เรดดิ้ง 1 - 3 สเปอร์ส
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 16 ก.ย. 55 | เรดดิ้ง 1 - 3 สเปอร์ส
ท็อตแนม ฮ็ตสเปอร์ส บุกมาเอาชนะ เรดดิง แบบไร้ปัญหา 3-1 จากฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมของ เจอร์เมน เดโฟ ดาวยิงตัวเก่ง คว้าชัยชนะเป็นเกมแรก ภายใต้การคุมทีมของ อังเดร วียาส โบอาส ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เมื่อคินวันอาทิตย์ที่ 16 ก.ย. ที่ผ่านมา

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 16 ก.ย. 55 | เรดดิ้ง 1 - 3 สเปอร์ส
ที่สนาม มาเดจสกี สเตเดียม : ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส ยกพลมาเยือนรังของ เรดดิง เกมนี้ อังเดร วียาส โบอาส หวังว่าจะพา "ไก่เดือยทอง" คว้าชัยชนะเป็นนัดแรก เนื่องจากเป็นการดวลแข้งกับ ทีมน้องใหม่ของ พรีเมียร์ชิป ซึ่ง อดีตกุนซือของเชลซี ขนผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนาม โดยมี แกเร็ธ เบล กับ อารอน เลนนอน ทำเกมทางริมเส้น และส่ง เจอร์เมน เดโฟ ลงยืนเป็นศูนย์หน้าตัวเป้า เริ่มเกม ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส เปิดเกมรุกเข้าใส่ทันที และเป็นฝ่ายขึ้นนำในนาทีที่ 18 1-0 เมื่อ กิลฟี ซิกูร์ดสัน ไหลบอลทะลุช่องให้ อารอน เลนนอน หลุดขึ้นไปทางกรอบโทษด้านขวา ก่อนจะหักเข้ากลางให้ เจอร์เมน เดโฟ กดลูกเรียดเสียบเสาสองอย่างสวยงาม จากนั้น "ไก่เดือยทอง" ยังคงเดินหน้าบุกอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ เรดดิง ยังไม่มีจังหวะปิดกอร์มากนัก และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์ดังกล่าว ครึ่งหลัง สเปอร์ส ยังคงเดินเกมรุกอย่างต่อเนื่อง และมาได้ประตูที่สองในนาทีที่ 71 เมื่อ ไคล์ วอล์คเกอร์ กระชากบอลขึ้นมาทางริมเส้นด้านขวา แล้วผ่านบอลเรียดมาหน้าให้ แกเร็ธ เบล ซัดด้วยเท้าขวา จากบริเวณจุดโทษ ตุงตาข่าย จากนั้นอีก 3 นาทีต่อมา ลูกทีมของ "เอวีบี" นำห่าง 3-0 เมื่อ เจอร์เมน เดโฟ ลากเดี่ยวจากกลางสนามเข้าไปทางกรอบโทษด้านซ้าย และตะบันด้วยเท้าซ้าย บอลเสียบมุมเสาสองอย่างสวยงาม ช่วงนาทีสุดท้ายของการแข่งขัน เรดดิง มาได้ประตูตีไข่แตก เมื่อ อดัม เล ฟอนเดร ตักบอลโด่งมาทางเสาสอง ให้ ฮัล ร็อบสัน-คานู กระโดดชาร์จระยะเผาขน ครบ 90 นาที สเปอร์ส บุกมาเก็บชัยชนะ ด้วยสกอร์ 3-1

รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริง
เรดดิง : อเล็กซ์ แม็คคาร์ธีย์ , คริส กุนเทอร์ , อเล็กซ์ เพียร์ซ , คาสปาร์ส กอร์คสส์ , เอียน ฮาร์ท , เจม คาราชาน , มิเคเล ลีเกิร์ตวูด , แกเร็ธ แม็คอานัฟฟ์ , แกเร็ธ แม็คเคลียรี , พาเวล โปรเกรบเนียค , แดนนี กัทธรี
สเปอร์ส : แบร็ด ฟรีเดล , แยน แฟร์ตองเกน , วิลเลียม กัลลาส , ไคล์ นอจตัน , ไคล์ วอล์คเกอร์ , อารอน เลนนอน , แกเร็ธ เบล , มุสซา เดมเบเล , ซานโดร , กิลฟี ซิกูร์ดสสัน , เจอร์เมน เดโฟ
Read More

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 1 ก.ย. 55 | ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ 1 - 1 นอริช ซิตี

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 1 ก.ย. 55 | ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ 1 - 1 นอริช ซิตี
คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 1 ก.ย. 55 | ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ 1 - 1 นอริช ซิตี
คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 1 ก.ย. 55 | ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ 1 - 1 นอริช ซิตี
คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 1 ก.ย. 55 | ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ 1 - 1 นอริช ซิตี
ประตู
1 - 0 มุสซา เดมเบเล น.68
1 - 1 โรเบิร์ต สน็อดกราสส์ น.85
Read More

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 1 ก.ย. 55 | ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ 1 - 1 นอริช ซิตี

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 1 ก.ย. 55 | ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ 1 - 1 นอริช ซิตี
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 1 ก.ย. 55 | ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ 1 - 1 นอริช ซิตี
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 1 ก.ย. 55 | ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ 1 - 1 นอริช ซิตี
"ไก่เดือยทอง" "ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ที่เหลือ 10 คน พลาดการเก็บ 3 แต้มแรกในฤดูกาลนี้อีกครั้ง หลังถูก นอริช ซิตี เร่งเครื่องไล่ตามตีเสมอ 1-1 ในช่วงท้ายเกม บุกมาแบ่งแต้มกลับไปได้สำเร็จ ในศึกพรีเมียร์ ลีก อังกฤษเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 1 ก.ย. 55
ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ 1 - 1 นอริช ซิตี

ศึกพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 1 ก.ย. ที่ผ่านมา สเปอร์ เปิดบ้านต้อนรับ นอริช ซิตี อังเดร บียาส-โบอาส กุนซือ "ไก่เดือยทอง" เกมนี้ยังไม่ใช้ทั้ง คลินท์ เดมพ์ซีย์ และ ฮูโก ยอริส แข้งใหม่ของทีม โดยมี เจอร์เมน เดโฟ เป็นหอกเป้า และใช้ แกเร็ธ เบล กับ อาร์รอน เลนนอน ทำเกม 2 ฝั่ง ขณะที่ "เจ้านกขมิ้น" ใช้บริการ แกรนท์ โฮลท์ กองหน้าตัวเก่งเป็นตัวความหวังในการทำประตู

เริ่มเกมมา 8 นาที สเปอร์ส เกือบเสียประตูก่อนจากลูกฟรีคิก โรเบิร์ต สน๊อดกราสส์ โยนฟรีคิกเข้าหัว รัสเซล มาร์ติน แต่ แบรนด์ ฟรีเดล ยังไม่พลาดบินไปทิ้งไปหวุดหวิด ลูกทีมของ "เอวีบี" ยังตั้งเกมตามถนัดของตัวเองไม่ได้ กลับเป็น "เจ้านกขมิ้น" ที่ทำเกมได้น้ำได้เนื้อกว่าทำให้เริ่มมีเสียงโห่จากแฟน สเปอร์ส เล็กน้อย นาที 25 กองหลังเจ้าถิ่นโหม่งสักดไม่ดีเข้าทาง แบรดลีย์ จอห์นสัน วิ่งเข้ามาซัด บอลเหินคานไปนิดเดียว

ผ่าน 30 นาทีเจ้าถิ่นเริ่มบุกได้มากขึ้นแต่ยังหาจังหวะเข้าไปลุ้นประตูในกรอบโทษได้ ต้องอาศัยการยิงไกลจากนอกกรอบ ทว่ายังคลำเป้าไม่เจอ ช่วงท้ายครึ่งแรก ฟรีเดล ช่วยไม่ให้ "ไก่เดือบทอง" เสียประตูอีกครั้งเมื่อบินเซฟลูกโขกจ่อๆ ของ สน๊อดกราสส์ ได้อย่างเหลือเชื่อ พร้อมจบครึ่งแรกด้วยเสียโห่ไล่หลังจากแฟนๆ เจ้าถิ่น

กลับมาเล่นในครึ่งหลัง โบอาส แก้เกมเร็วโดยส่ง มุสซา เดมเบเล ลงมาเสริมในเกมรุกแทน ซานโดร แต่เล่นไปได้ 5 นาที กลายเป็น นอริช มาลุ้นก่อน สน๊อดกราสส์ โยนจากกราบขวามาตกที่หัวของ แกรนท์ โฮลท์ โขกเน้นๆ บอลข้ามคานไม่ไกล จากนั้นเกมยังไม่ดีขึ้นดั่งใจ ต้องเอา กิลฟี ซิกูร์ดสัน ออกมานั่งพักข้างสนามและใช้ เอมานูเอล อเดบายอ ลงสนามมาป่วนแทน

กระทั่งนาที 68 เดมเบเล ประเดิมประตูแรกให้สังกัดใหม่จนได้ จากจังหวะได้บอลหน้าเขตโทษโยกหลอก โจนาธาน ฮอร์สัน ก่อนสับไกด้วยซ้ายบอลพุ่งเสียบเสาสองอย่างสวยงามขยับสกอร์นำ 1-0 เกมของเจ้าบ้านดีขึ้นทันตาเห็นและสร้างโอกาสเข้าทำได้อย่างต่อเนื่องแต่ก็ยังไม่ได้ผ่านมือ จอห์น รัดดี

เกมทำท่าจะจบลงด้วยชัยชนะของ "ไก่เดือยทอง" ทว่าก่อนหมดเวลา 5 นาที สน๊อดกราสส์ เอียงตัววอลเลย์ด้วยซ้ายบอลเลี้ยวหนีมือ ฟรีเดล เข้าไปทางเสาสองอย่างสวยงามไล่มาเป็น 1-1 ช่วงที่เหลือ เจ้าถิ่นพยายามบุกหนักหวังทำประตูชัย แต่ ทอม ฮัดเดิลสตัน มาถูกไล่ออกจากการเข้าบอลหนัก จบเกมทำประตูเพิ่มไม่ได้เสมอคารัง แบ่งกันไปทีมละแต้ม ต้องรอชัยชนะนัดแรกในฤดูกาลต่อไป

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ : แบรด ฟรีเดล, วิลเลียมส์ กัลลาส, แยน เฟอร์ตองเกน, เบอร์นัว อัซซู-เอก็อตโต, ไคล์ วอลเกอร์, อาร์รอน เลนนอน, แกเร็ธ เบล, เจค ลิเวอร์มอร์, กิลฟี ซิกูร์ดสัน, ซานโดร, เจอร์เมน เดโฟ
นอริช ซิตี : จอห์น รัดดี, ฆาร์เวีย การ์ริโด, ลีออน บาร์เน็ต, เซบาสเตียน บาสซง, รัสเซล มาร์ติน, โรเบิร์ต สน๊อดกราสส์, แอนโธนีย์ พิลคิงตัน, โจนาธาน ฮอร์สัน, แบรดลีย์ จอห์นสัน, ซิโมน แจ็คสัน, แกรนท์ โฮลท์

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ประจำวันเสาร์ที่ 1 กันยายน 2555

เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 3 - 0 ฟูแล่ม
เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 3 - 0 ฟูแล่ม
1 - 0 เควิน โนแลน น.1
2 - 0 วินสตัน รีด น.29
3 - 0 แมทธิว เทย์เลย์ น.41]
สวอนซี ซิตี้ 2 - 2 ซันเดอร์แลนด์
สวอนซี ซิตี้ 2 - 2 ซันเดอร์แลนด์
0 - 1 สตีเฟ่น เฟล็ทเชอร์ น.40
1 - 1 เวนย์ เราท์เลดจ์ต น.45
1 - 2 สตีเฟ่น เฟล็ทเชอร์ น.45
2 - 2 มิชู น.66

สเปอร์ส 1 - 1 นอริช ซิตี้
สเปอร์ส 1 - 1 นอริช ซิตี้
1 - 0 มุสซา เดมเบเล น.68
1 - 1 โรเบิร์ต สน็อดกราสส์ น.85
เวสต์บรอมวิช 2 - 0 เอฟเวอร์ตัน
เวสต์บรอมวิช 2 - 0 เอฟเวอร์ตัน
1 - 0 เชน ลอง น. 65
2 - 0 แกรี แม็คอัลลีย์ น.82
วีแกน แอธเลติก 2 - 2 สโต๊ค ซิตี้
วีแกน แอธเลติก 2 - 2 สโต๊ค ซิตี้
1 - 0 ชอน มาโลนีย์ น.5 (จุดโทษ)
1 - 1 โจนาธาน วอลเตอร์ น.40 (จุดโทษ)
2 - 1 ฟรังโก ดิ ซานโต น.48
2 - 2 ปีเตอร์ เคราช์ น.77
Read More

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 25 ส.ค. 55 | แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 3 - 2 ฟูแล่ม

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 25 ส.ค. 55 | แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 3 - 2 ฟูแล่ม
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 25 ส.ค. 55 | แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 3 - 2 ฟูแล่ม

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 25 ส.ค. 55 | แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 3 - 2 ฟูแล่ม
โรบิน ฟาน เพอร์ซี กองหน้าของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประเดิมยิงเม็ดแรกในสีเสื้อของ "ผีแดง" ก่อนพาต้นสังกัดใหม่ล้างอายเปิดบ้านเอาชนะ ฟูแลม ไปได้ 3-2 ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ชิป อังกฤษ เมื่อคืนวันที่ 25 ส.ค. ที่ผ่านมา

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 25 ส.ค. 55
แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด - ฟูแล่ม
คู่ที่สองของวัน ที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อันดับ 13 ของตาราง ที่ประเดิมนัดแรกแพ้ เอฟเวอร์ตัน 0-1 เปิดบ้านต้อนรับ ฟูแลม อันดับ 3 เกมนี้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน หวังล้างอายพัก เวนย์ รูนีย์ ไว้ข้างสนาม แล้วส่ง โรบิน ฟาน เพอร์ซี ลงเป็นตัวจริง โดยมี ชินจิ คากาวะ คอยเป็นลูกมือ ส่วนทีมเยือนไม่มี คลินท์ เด็มพ์ซีย์ ตัวรุกความหวังที่มีข่าวกับ ลิเวอร์พูล แต่ยังมี เดเมียน ดัฟฟ์, มลาเด็น เปตริช และ ไบรอัน รุยซ์ เป็นตัวความหวัง

เริ่มเกมมา 3 นาที กลับเป็นแฟนเจ้าสัวได้เฮก่อน เมื่อ ฟูแลม ยิงขึ้นนำ 1-0 คาร์ริค ทำฟาลว์ใส่ เปตริช ล้มริมเส้นด้านซ้ายนอกเขตโทษ รุยซ์ ใช้ลูกสูตรจ่ายบอลเข้ามาให้ ดัฟฟ์ ที่วิ่งหนี แอชลีย์ ยัง จับไม่อยู่ วิ่งมาซัดด้วยซ้าย ส่งให้ "เจ้าสัวน้อย" ขึ้นนำอย่างรวดเร็วเป็น เล่นเอากองเชียร์เจ้าบ้านซึม

ฟาน เพอร์ซี วิ่งมายิงด้วยซ้ายแบบไม่ต้องจับ
แต่แล้ว แมนยู ไม่ปล่อยให้ ฟูแลม ขึ้นนำได้นาน นาที 10 แอนเดอร์สัน ไหลสั้นให้ เอฟรา ทางซ้าย ก่อนเปิดตัดเข้ากลางให้ ฟาน เพอร์ซี วิ่งมายิงด้วยซ้ายแบบไม่ต้องจับ บอลโค้งเข้าตาข่ายเสาสองแบบสวยงามเป็น 1-1 และถือเป็นประตูแรกของเจ้าตัวในสีเสื้อของ "ผีแดง" อีกด้วย

นาที 22 แมนยูฯ หาโอกาสบวกเม็ดสอง คากาวะ จับบอลหนึ่งจังหวะแล้วยิงทันที แต่บอลเข้ามือ ชวาร์เซอร์ แบบง่ายดาย คล้อยหลังนาทีเดียว คากาวะ มาอีกรอบป้ายบอลออกซ้ายให้ ยัง เลี้ยงจี้ขึ้นมาสั้นๆ ก่อนตัดสินใจยิงแต่วางเท้าไม่ดีบอลเหินข้ามคานแบบไม่มีลุ้น นาที 29 วาเลนเซีย เลี้ยงตัดเข้ามาทางขวาแล้วยิงหน้าเขตโทษ แต่บอลหลุดเสาแรกออกไป

เกมบุกของฟูแลม ช็อตไปดื้อๆ และเมื่อยิงไม่ได้ นาที 35 ก็มาโดนเจ้าถิ่นยิงแซงเป็น 2-1 จนได้ เคลเวอร์ลีย์ ยิงแถวสองบอลติดเซฟของ ชวาร์เซอร์ แต่รับไม่อยู่ คากาวะ ที่ยืนอยู่ข้างหน้าไม่รีรอยิงสวนเข้าไปทันทีแบบไม่ล้ำหน้า และกลายเป็นประตูแรกของเจ้าตัวในลีกอีกด้วย

แมนยู บุกไม่หยุด นาที 37 ยัง จ่ายให้ ราฟาเอล ยิงเข้าไปแต่โดนจับเป็นลูกล้ำหน้า แต่สุดท้ายก็มาแก้ตัวได้นาที 40 ยัง เจ้าเก่า กระดกบอลโด่งไปทางขวา ก่อนที่ ราฟาเอล ขวิดเข้าประตูไปให้ทีมขึ้นนำอีกครั้งเป็น 3-1

ก่อนหมดเวลา ฟูแลม เกือบได้ประตูไล่ขึ้นมา ดัฟฟ์ วอลเลย์หน้าเขตโทษติดตัว เด เคอา บอลไหลออกทางซ้าย เปตริช วิ่งมาซ้ำบอลติดเซฟไปชนเสาเด้งกลับมาให้ รุยซ์ ซ้ำดาบสองแต่บอลเหินข้ามคานออกไป จบครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกนำ ฟูแลม ไปก่อน 3-1 ด้วยรูปเกมสุดมันส์

ครึ่งหลัง เกมของ ผีแดง เริ่มเนือยลงเล็กน้อยแต่ยังมีจังหวะเสียวให้ได้ลุ้น นาที 57 คากาวะ ลากขึ้นเองแล้วยิงด้วยซ้ายหน้าเขตโทษ แต่ไปติดบล็อคผู้เล่นของ ฟูแลม ออกหลังไป ต่อมานาที 59 ฟาน เพอร์ซี เปิดโด่งเข้ามาให้ ราฟาเอล เทกตัวโหม่งแต่บอลเหินข้ามคาน

ทว่านาที 63 ฟูแลม ไล่คืนมาเป็น 2-3 แบบโชคช่วยเล็กน้อย วิดิช และ เด เคอา ออกมาป้องกันลูกโด่งจากริมเส้นฝั่งซ้ายแบบผิดพลาด ก่อนที่บอลจะโดนส้นเท้าของ วิดิช เข้าประตูไป เล่นเอาเจ้าตัวถึงกับก้มหน้าอายๆ นาที 69 ฟูแลมได้ใจเริ่มยิงเอาประตูตีเสมอให้ได้ เด็มเบเล วิ่งขึ้นมายิงไซด์ก้อย แต่ เด เคอา ยืนถูกที่คันเซฟไว้ได้หวุดหวิด

นาที 77 รูนีย์ ที่ถูกเปลี่ยนลงมาแทน คากาวะ ยิงฟรีคิกระยะ 28 หลา เยื้องทางซ้าย แต่ยิงไปติดกำแพง บอลยังไม่ออกจากสนาม ไหลข้ามทางขวาให้ ราฟาเอล ล็อคเป้าแล้วยิงไกลทันที แต่โชคร้ายบอลฮุบไม่ลงชนคานกระเด้งออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

นาที 82 ฟูแลม ทำแมนยูมีเสียวสันหลัง รุยส์ จ่ายให้ โรดาลเยกา หลุดขึ้นมายิงด้วยขวาแต่ติดบล็อคกองหลังออกไป จากนั้นเกมเข้าสู่ช่วงท้ายนาที 86 แมนยู เกือบบวกเม็ดที่ 4 เคลเวอร์ลีย์ เลี้ยงจี้ขึ้นมากลางประตูก่อนตัดสินใจยิงไกลแต่บอลพุ่งเรียดออกเสาสองไปนิดเดียว

จากนั้นทดเวลา 4 นาทีแต่ยิงกันไม่ได้ แถม รูนีย์ ยังได้รับบาดเจ็บโดน โรดาลเยกา ย่ำเข้าไปที่ขาแบบไม่ตั้งใจจนเลือดออกและโดนหามออกนอกสนามไป จบเกม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำชัยนัดแรกเอาชนะ ฟูแลม 3-2 ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 9 มี 3 คะแนน ส่วน ฟูแลม หล่นมาอยู่ที่ 4 มี 3 คะแนนเท่ากัน แต่ประตูได้เสียดีกว่า

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา, เนมานยา วิดิช, ไมเคิล คาร์ริค, ปาทริซ เอฟรา, ราฟาเอล ดา ซิลวา, แอนเดอร์สัน, ทอม เคลเวอร์ลีย์, แอชลีย์ ยัง, อันโตนิโอ วาเลนเซีย, ชินจิ คากาวะ, โรบิน ฟาน เพอร์ซี
ฟูแลม : มาร์ค ชวาร์เซอร์, เบรเด ฮันเกลันด์, แอรอน ฮิวจ์ส, แม็ทธิว บริกกส์, ซาชา รีเธอร์, มุสซา เด็มเบเล, มาฮามาดู ดิยาร์รา, อเล็กซานเดอร์ คาซานิคลิช, เดเมียน ดัฟฟ์, มลาเด็น เปตริช, ไบรอัน รุยซ์




ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 25 ส.ค. 55

แอสตัน วิลลา 1 - 3 เอฟเวอร์ตัน
0 - 1 สตีเวน พีนาร์ น.2
0 - 2 มารูยาน เฟลลายนี น.31
0 - 3 นิกิชา เยลาวิช น.44
1 - 3 คาริม เอล อาห์มาดี น.75
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3 - 2 ฟูแลม
0 - 1 เดเมียน ดัฟฟ์ น.3
1 - 1 โรบิน ฟาน เพอร์ซี น.9
2 - 1 ชินจิ คากาวะ น.34
3 - 1 ราฟาเอล ดา ซิลวา น.41
3 - 2 เนมานยา วิดิช ทำเข้าประตูตัวเอง น.63
นอริช ซิตี 1 - 1 ควีนส์พาร์ค เรนเจอร์ส
1 - 0 ซีโมน แจ็คสัน น.11
1 - 1 บ็อบบี ซาโมรา น.19
เซาท์แธมตัน 0 - 2 วีแกน
0 - 1 ฟรังโก ดิ ซานโต น.51
0 - 2 อารูนา โคเน น.88
ซันเดอร์แลนด์ - เรดดิง
เลื่อนการแข่งขันเพราะสนามมีน้ำขังจากฝนตก
ท็อตแนม ฮอทสเปอร์ส 1 - 1 เวสต์บรอมวิช อัลเบียน
1 - 0 เบอนัวต์ อัสซู เอก็อตโต น.74
1 - 1 เจมส์ มอร์ริสัน น.90+1






Read More

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 18 ส.ค. 55 | นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 2 - 1 ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ส

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 18 ส.ค. 55 | นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 2 - 1 ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ส
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 18 ส.ค. 55 | นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 2 - 1 ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ส
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 18 ส.ค. 55 | นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 2 - 1 ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ส
ฮาเต็ม เบน อาร์กฟาร์ เพลเมกเกอร์ตัวเก่งของ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด รับบทฮีโร่ซัดจุดโทษเป็นประตูชัยช่วยให้ "สาลิกาดง" เฉือนชนะ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ส 2-1 เก็บ 3 แต้มแรก ในเกมพรีเมียร์ ลีก อังกฤษนัดเปิดสนามคู่สุดท้ายของคืนวันเสาร์ที่ 18 ส.ค. ที่ผ่านมา

ศึกพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ คู่ดึกของวันเสาร์ที่ 18 ส.ค. ที่ผ่านมา "สาลิกาดง" เปิดสนาม สปอร์ตไดเร็ค อารีนา ส่งผู้เล่นชุดใหญ่อย่าง ฮาเต็ม เบน อาร์กฟาร์, โยฮัน กาบาย และ ปาปิส เดมบา ซิสเซ รอต้อนรับ "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส ที่นำมาโดย อังเดร บียาส-โบอาส กุนซือคนใหม่ มี อาร์รอน เลนนอน และ แกเร็ธ เบลล์ ทำเกม 2 ฝั่ง และใช้ กิลฟี ซิกูร์ดสัน ทำเกมตรงกลาง

ออกสตาร์ทเกมทั้งสองทีมเปิดเกมรุกแลกใส่กันสนุก แต่ยังไม่มีจังหวะจบสกอร์กันแบบได้ลุ้น กระทั่ง นาที 20 "ทูนอาร์มี" เกือบได้เฮก่อน เมื่อ เบน อาร์กฟาร์ ทำเกมขึ้นตรงกลาง ให้ ปาปิส เดมบา ซิสเซ พลิกยิงด้วยซ้าย บอลไปถูกปลายเท้า เดมบา บา เปลี่ยนทางบอลกลิ้งหลุดออกข้างเสาไปไม่ถึงหลาแบบแฟนได้เสียว

นาที 25 "ไก่เดือยทอง" มีโอกาสจากฟรีคิก กิลฟี ซิกูร์ดสัน ปั่นโค้งด้วยขวาบอลกระดอนพื้นพุ่งเข้าเสาแรกแต่ ทิม ครูล ไม่หลับผงามาทุบทิ้งได้ทัน ผ่านครึ่งชั่วโมง สเปอร์ส ได้ลุ้นอีกครั้ง ซิกูร์ดสัน ไหลให้ เดโฟ แต่งก่อนกดเต็มเท้าบอลพุ่งผ่านมือ ครูล แต่ไปชนเสากระดอนออกมา และมี สตีเฟน เทย์เลอร์ ตามมาเคลียทิ้งได้ทัน

ช่วง 10 นาทีสุดท้ายของครึ่งแรกทีมเยือนสร้างจะหวะลุ้นประตูได้ต่อเนื่อง เลนนอน กระชากมาสุดเส้นหลังเปิดไปทางเสาสองให้ เบลล์ โหม่งย้อนทางบอลพุ่งชนเต็มคานอย่างน่าเสียดาย จากนั้น เป็นเจ้าถิ่นทำเกมบุกบ้าง ซิมพ์สัน โยนเข้าหัว เดมบา บา สะบัดเต็มๆ บอลหลุดออกหลังไปอีก จบ 45 นาทีแรกยังไม่มีสกอร์

เกมครึ่งหลังยังไม่ต่างจากเดิมมากนักโดยยังเปิดเกมรุกใส่กันได้อย่างสนุกแต่ไม่สามารถเจาะแนวรับเข้าไปทำประตูในพื้นที่สุดท้ายได้ ดำเนินถึงนาที 54 บอลยาวมาหน้าเขตโทษ ไคล์ วอลเกอร์ โหม่งไปเข้าทาง เดมบา บา จับบอลลงพื้นบรรจงปั่นด้วยขวาบอลโค้ง แบรนด์ ฟรีเดล พุ่งสุดตัวแต่เซฟไม่ได้บอลเสียบเสาสองสวยงาม เจ้าถิ่นออกนำ 1-0

เข้าสู่ช่วง 70 นาที โบอาส แก้เกมโดยการส่ง ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ต ลงมาปั้นเกมแทน กิลฟี ซิกูร์ดสัน พร้อมสั่งลูกทีมเดินหน้าบุกเต็มที่ 2 นาทีถัดมา เดโฟ ได้บอลหลุดทางทางขวายิงด้วยขวา ครูล ยังล้มตัวเซฟไว้ได้หวุดหวิด แต่แล้ว "ไก่เดือยทอง" ตามตีเสมอสำเร็จ เดโฟ โหม่งจังหวะแรกไปติดนายประตูเจ้าถิ่นชนโค่นเสามาเข้าทาง เดโฟ เจ้าเก่าซ้ำเข้าไปจ่อๆ ตามมาเป็น 1-1

แฟน "สาลิกา" มาได้เฮกันลั่น เบน อาร์กฟา ช่วยให้ทีมได้จุดโทษ และลุกขึ้นมาสังหารเองเข้าไปไม่เหลือช่วยให้ นิวคาสเซิล ออกนำ 2-1 อีกครั้ง ช่วงท้ายเกม สเปอร์ส ต้องโหมกระหน่ำบุกหวังทำประตูแบ่งแต้ม แต่เวลามีไม่พอจบ 90 นาที เป็น "สาลิกาดง" เฉือนชนะไปได้แบบสุดมันส์ เก็บ 3 แต้มแรกของฤดูกาลไปก่อน ส่วน โบอาส ยังต้องรอต่อไป

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด : ทิม ครูล, สตีเฟน เทย์เลอร์, แดนนี ซิมพ์สัน, เจมส์ เพิร์ช, ดาวิเด ซานตอน, ฮาเต็ม เบน อาร์กฟาร์, โยฮัน กาบาย, โฮนาส กูเตียเรซ, ชีค ติโอเต, เดมบา บา, ปาปิส เดมบา ซิสเซ
ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ส : แบรนด์ ฟรีเดล, วิลเลียมส์ กัลลาส, ยูเนส กาบูล, เบอร์นัว อัซซู-เอก็อตโต, ไคล์ วอลเกอร์, อาร์รอน เลนนอน, แกเร็ธ เบลล์, เจค ลิเวอร์มอ, กิลฟี ซิกูร์ดสัน, ซานโดร, เจอร์เมน เดโฟ
Read More

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 18 ส.ค. 55 | เวสบรอมวิช อัลเบียนส์ 3 - 0 ลิเวอร์พูล

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 18 ส.ค. 55 | เวสบรอมวิช อัลเบียนส์ 3 - 0 ลิเวอร์พูล
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 18 ส.ค. 55 | เวสบรอมวิช อัลเบียนส์ 3 - 0 ลิเวอร์พูล
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 18 ส.ค. 55 | เวสบรอมวิช อัลเบียนส์ 3 - 0 ลิเวอร์พูล
"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ประเดิมสนามเกมพรีเมียร์ ลีก ฤดูกาล 2012-13 ด้วยการบุกไปพ่าย เวสบรอมวิช อัลเบียนส์ 0-3 โดยต้องเหลือ 10 คนและเสียถึง 2 จุดโทษ ในเกมวันเสาร์ที่ผ่านมา ขณะที่ อาร์เซนอล เปิดบ้านทำได้แค่เสมอ ซันเดอร์แลนด์ 0-0 แบ่งกันไปทีมละแต้ม

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 18 ส.ค. 55 | เวสบรอมวิช อัลเบียนส์ 3 - 0 ลิเวอร์พูล

เกมเปิดสนามพรีเมียร์ ลีก ฤดูกาล 2012-13 ลิเวอร์พูล ภายใต้การนำของ แบรนเดน ร็อดเจอร์ส ยกพลไปเยือน เวสบรอมวิช อัลเบียนส์ ที่สนาม เดอะฮอว์ธอร์น สเตเดียม นำทัพโดย สตีเวน เจอร์ราร์ด กัปตันทีมคุมเกมตรงกลางร่วมกับ โจ อัลเลน ห้องเครื่องตัวใหม่ และใช้ หลุยส์ ซัวเรซ ล่าตาข่ายร่วมกลับ ฟาบิโอ บอรีนี ขณะที่เจ้าถิ่นวาง เชน ลอง เป็นความหวังในแนวรุก

"หงส์แดง" เปิดเกมรุกใส่ตั้งแต่ช่วงต้นเกม โดยอาศัยการต่อบอลตามช่องเข้าไปลุ้นประตูได้หลายครั้ง นาทีที่ 7 ซัวเรซ หลุดขึ้นมาล็อกหนี มาร์ติน โอลเซน ก่อนวางเท้ายิงด้วยขวาเต็มๆ บอลพุ่งน่ากลัวแต่ เบน ฟอสเตอร์ ยังยืนตำแหน่งดีทุบทิ้งออกไปได้ และเกือบออกนำก่อนในนาที 15 เกล็น จอห์นสัน เติมขึ้นสูงไหลให้ ซัวเรซ เจ้าเก่าตะบันด้วยขวาอีกหนบอลไม่ห่างตัวนายประตูเจ้าถิ่นมาก

ดำเนินผ่าน 25 นาที ลิเวอร์พูล สร้างเกมบุกได้วูบวาบกว่าชัดเจน แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่ลงล็อก ขณะที่ "เดอะแบ๊กกี" ตั้งทำได้เพียงตั้งรับอยู่ในแดนตัวเองและอาศัยจังหวะสวนกลับ จนมีลุ้นครั้งแรกจากฟรีคิก หลัง "หงส์แดง" เคลียกันไม่ขาดบอลมาตกที่ เชน ลอง เปิดกลับมาให้ โอลเซน โขกบอลลอยข้ามคานออกไป

นาที 29 จอห์นสัน เติมสุดเส้นหลังก่อนตักเข้ามาให้ดาวยิงอุรุกวัยโหม่งโล่งๆ ที่กรอบ 6 หลาแต่กดไม่ลง บอลเหินคานไปไม่ถึงคืบ เข้าสู่ช่วงท้ายครึ่งแรกเกมกลับมาสูสีกัน แต่เป็นแฟนเจ้าถิ่นที่ได้เฮก่อนจากลูกเตะมุม มาร์ติน สเคอร์เทล โขกทิ้งเข้าทาง โซลตัน เกรา แต่งบอลก่อนตะบันเต็มข้อบอลมุดใต้คานตุงตาข่ายสุดสวย จบ 45 นาที "หงส์แดง" ตามหลัง 0-1 ทั้งที่รูปเกมเหนือกว่า

กลับมาเล่นครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล มีลุ้นตามตีเสมอจากฟรีคิกหน้าเขตโทษ ซัวเรซ รับหน้าที่สังหารแต่บอลลอยข้ามคานออกไปไม่ไกล "หงส์แดง" ที่บุกอยู่เพลินๆ นาที 57 ต้องสถานการณ์แย่ลงไปอีกจากจังหวะถูกสวนกลับเร็ว แดเนียล แอ็กเกอร์ ผลัก ลอง ล้มลงในเขตโทษกรรมการควักใบแเดงไล่ออกทันที โชคยังดีที่ เชน ลอง ยิงไม่ดีพอ เปเป เรนา ล้มไปรับได้สบายไม่เสียประตูเพิ่ม

แต่แล้วไม่ถึง 3 นาที ลอง มาทำแสบอีกครั้งฉกบอลไปจาก สเคอร์เทล ง่ายๆ ก่อนถูกขัดขาล้มลง ฟิล ดาวน์ เป่าให่เป็นจุดโทษกับเจ้าถิ่นอีกตามเคย และเป็น ปีเตอร์ โอเดมวิงกี ซัดเข้ามุมไปไม่มีเหลือหนีห่างเป็น 2-0 สำเร็จ ลูกทีมของ ร็อดเจอร์ส ไม่มีทางเลือกต้องเปิดเกมรุกมาขึ้นส่ง โจ โคล ลงมาเพิ่มในแนวรุก แต่ก็เกือบเสียประตูจากจังหวะสวนกลับ โรเมลู ลูคาคู จ่ายให้ มอริสัน ยิงเน้นๆ แต่ข้ามคานเหลือเชื่อ

นาที 76 งานของ ลิเวอร์พูล ลำบากขึ้นไปอีก ริดจ์เวลล์ บรรจงหยอดจากซ้ายไปที่เสาสอง ให้ ลูคาคู โหม่งเต็มหัวเข้าไปง่ายๆ หนีห่างไปเป็น 3-0 จากนั้น ซัวเรซ ทิ้งโอกาสไล่ตีไข่แตกไปอีกหน บอรินี เปิดเข้ามาให้โขกโล่งๆ บอลพุ่งถากเสาออกไปแบบไร้โชค ช่วงที่เหลือ เจ้าถิ่นครองเกมไว้ได้ทั้งหมดและมีลุ้นอีกหลายครั้งแต่ เปเป เรนา ยังช่วยเซฟเอาไว้ได้ทั้งหมด จบเกม เวสบรอมวิช ถล่มไป 3-0

ขณะที่ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ที่ลงเตะในเวลาเดียวกัน เปิดรัง เอมิเรตส์ สเตเดียม โดยมี ลูคัส โพดอลสกี หัวหอกป้ายแดงลงเป็นซูเปอร์สตาร์ในเกมรุกรอต้อนรับ "แมวดำ" ซันเดอร์แลนด์ เป็นการเริ่มต้นยุคใหม่ซึ่งไร้โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ได้ไม่สวยสักเท่าไหร่ เพราะแม้ว่าอาร์เซนอลจะครองบอลได้ตามสไตล์ แต่ทำอะไรแนวรับซันเดอร์แลนด์ไม่ได้ แถมชิรูด์ยังพลาดสุดๆกับจังหวะหลุดเดี่ยวไปยิงเบิร์ดออกซะไกลในช่วงท้ายเกม เลยได้แค่เสมอกันไปแบบจืดๆ 0-0 ต้องแบ่งกันไปทีมละแต้ม

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
เวสบรอมวิช อัลเบียนส์ : เบน ฟอสเตอร์, มาร์ติน โอลเซน, แกเรธ แม็คออลลีย์, เลียม ริดจ์เวลล์, สตีเฟน รีด, ยูซุฟ มูลอมบู, เคลาดิโอ ยาคอบ, เจมส์ มอริสัน, ปีเตอร์ โอเดมวิงกี, โซลตัน เกรา, เชน ลอง
ลิเวอร์พูล : เปเป เรนา, แดเนียล แอ็กเกอร์, เกล็น จอห์นสัน, มาร์ติน สเคอร์เทล, สตีเฟน เคลลี, สตีเวน เจอร์ราร์ด, ลูคัส เลวา, สจ๊วร์ต ดาวนิง, โจ อัลเลน, หลุยส์ ซัวเรซ, ฟาบิโอ บอรีนี

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก ประจำวันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม 2555

อาร์เซน่อล 0 - 0 ซันเดอร์แลนด์
อาร์เซน่อล 0 - 0 ซันเดอร์แลนด์

ฟูแล่ม 5 - 0 นอริช ซิตี้
ฟูแล่ม 5 - 0 นอริช ซิตี้
1 - 0 เดเมียน ดัฟฟ์ น.27
2 - 0 มลาเดน เปตริช น.42
3 - 0 มลาเดน เปตริช น.54
4 - 0 อเล็กซานเดอร์ คาคานิคลิช น.66
5 - 0 สตีฟ ซิดเวลล์ น.87

ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส 0 - 5 สวอนซี
ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส 0 - 5 สวอนซี
0 - 1 มิชชู น.8
0 - 2 มิชชู น.53
0 - 3 เนธาน ดายเยอร์ น.63
0 - 4 เนธาน ดายเยอร์ น.71
0 - 5 สกอตต์ ซินแคลร์ น. 81

เรดดิง 1 - 1 สโต๊ค ซิตี
เรดดิง 1 - 1 สโต๊ค ซิตี
0 - 1 มาร์ติน ไคท์ลีย์ น.34
1 - 1 อดัม เลอ ฟองเดอร์ น.90

เวสต์บรอมวิช 3 - 0 ลิเวอร์พูล
เวสต์บรอมวิช 3 - 0 ลิเวอร์พูล
1 - 0 โซลตัน เกรา น.43
2 - 0 ปีเตอร์ โอเดมวิงกี น. 64
3 - 0 โรเมลู ลูคาคู น. 77

เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1 - 0 แอสตัน วิลลา
เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1 - 0 แอสตัน วิลลา
1 - 0 เควิน โนแลน น.40

นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 2 - 1 สเปอร์ส
นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 2 - 1 สเปอร์ส
1 - 0 Demba Ba 55'
1 - 1 Defoe 76'
2 - 1 Ben Arfa (PG) 80'
Read More

ไก่ควัก 350 ล้านล่อหงส์ขาย "สเตอร์ลิง"

ไก่สนจิก "สเตอร์ลิง" จากรังหงส์
"ไก่เดือยทอง" ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ เป็นข่าวพร้อมควักกระเป๋าจ่าย 7 ล้านปอนด์ (ประมาณ 350 ล้านบาท) ล่อใจ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เพื่อนร่วมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ให้ยอมขาย ราฮีม สเตอร์ลิง มาให้

ราฮีม สเตอร์ลิง มิดฟิลด์ดาวรุ่งวัย 17 ปี ได้โอกาสลงสนามแทน โจ โคล ช่วงกลางครึ่งแรก เกมที่ ลิเวอร์พูล บุกเฉือน โกเมล รองบ่อนจากเบลารุส 1-0 ศึกฟุตบอลยูโรปา ลีก รอบคัดเลือก นัดแรก เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

ซึ่งล่าสุด สเตอร์ลิง เป็นข่าวอีกครั้งเมื่อ “เดอะซัน” สื่อจอมซอกแซกเมืองผู้ดีรายงานว่า สเปอร์ส หวังกระชากดาวเตะผิวสีมาเป็นสายเลือดใหม่ในถิ่นไวท์ ฮาร์ท เลน แม้ อังเดร บียาส โบอาส กุนซือคนหนุ่มชาวโปรตุกีสประกาศอ้าแขนรับ ลูกา โมดริช คืนสู่ลอนดอน ทว่าทั้งนี้เพลย์เมคเกอร์โครแอต ยังเป็นกระแสอยากย้ายไปเล่นให้ รีล มาดริด ยักษ์ใหญ่แห่งลา ลีกา สเปน อยู่ดี

สำหรับ สเตอร์ลิง เป็นนักเตะเยาวชน “ทหารเสือราชินี” ควีนสปาร์ก เรนเจอร์ส และก็ย้ายมาอยู่กับ ลิเวอร์พูล เมื่อปี 2010 ด้วยค่าตัวถึง 6 แสนปอนด์ (ราว 30 ล้านบาท) โดยวันเดอร์คิดเชื้อสายจาเมกาติดทัพ “สิงโตคำราม” อังกฤษ ทั้งชุดยู 16 และ 17 ปี มาแล้ว
Read More

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 4 มี.ค. 55 | สเปอร์ส 1 - 3 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 4 มี.ค. 55 | สเปอร์ส 1 - 3 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 4 มี.ค. 55 | สเปอร์ส 1 - 3 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

"ผีแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รักษาสถิติไม่แพ้ "ไก่เดือยทอง" ทอตแนม ฮอตสเปอร์ ในเกมลีกตั้งแต่ปี 2001 ต่อไป โดยล่าสุดก็บุกถล่ม 3-1 คาสนามไวท์ ฮาร์ท เลน เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 4 มี.ค. 2555 พร้อมทำคะแนนตามหลังจ่าฝูง "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี เหลือ 2 คะแนนเท่าเดิม

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 4 มี.ค. 55 | สเปอร์ส 1 - 3 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เกมนี้ แฮร์รี เรดแนปป์ นายใหญ่ สเปอร์ส ขาดผู้เล่นตัวหลักใช้งานหลายคน ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท และ แกเรธ เบล มีปัญหาบาดเจ็บ ขณะที่ สกอตต์ ปาร์เกอร์ ติดโทษแบนจากใบแดงในเกมที่แพ้ต่อ อาร์เซนอล เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทางฝั่ง แมนฯ ยูไนเต็ด ของกุนซือ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้ข่าวดี เวย์น รูนีย์ หายป่วยกลับมาล่าตาข่ายร่วมกับ แดนนี เวลเบ็ก

เปิดฉากครึ่งแรก 5 นาที ทั้งสองทีมแลกคนละหมัด เวลเบ็ก กระชากบอลมายิงหน้าเขตโทษเหินข้ามคาน ขณะที่ สเปอร์ส ตอบโต้กลับจาก เอมมานูเอล อเดบายอร์ สับไกยิงจากระยะประมาณ 25 หลา บอลหลุดกรอบออกไปเช่นกัน หลังจากนั้นเป็นเจ้าถิ่นที่ครองเกมดีกว่า

แอชลีย์ ยัง เอี้ยวตัววอลเลย์ย้อนมาทางเสาแรกให้ทีมเยือนนำห่าง 2-0
เกมผ่านมาถึงนาที 18 จากจังหวะที่ ดาบิด เด เคอา เตะบอลเปิดเกมออกมาไม่ดี บอลติด ซานโดร บริเวณกลางสนาม ก่อนที่บอลมาเข้าทาง อเดบายอร์ ลากฝ่าแนวรับทีมเยือนหลุดเข้ามายิงในกรอบเขตโทษ แต่นายทวารชาวกระทิงดุแก้ตัวปัดมือเดียวออกหลังไปได้

แมนฯ ยูไนเต็ด เจอกดดันหนักจนต่อบอลกันไม่ติดทำได้แต่เพียงตั้งรับ ต่อมานาที 36 เจ้าบ้านส่งบอลเข้าประตูจากจังหวะที่ เลนนอน ใช้ความเร็วกระชากบอลหนี ฟิล โจนส์ ทางกราบซ้ายจนหลุดเข้าในเขตโทษ ก่อนผ่านเรียดมาหน้าประตู หลุยส์ ซาฮา ยิงจังหวะแรกไปติด อเดบายอร์ ที่ยืนอยู่หน้าปากประตู กองหน้าชาวโตโกตอกส้นกลับหลังบอลเข้าประตูไป แต่กรรมการเป่าว่า อเดบายอร์ ใช้มือช่วยประคองบอล

"ผีแดง" ฮึดทำเกมบุกในช่วงท้ายครึ่งแรก จนมาถึงนาที 44 ได้ลุ้นจากลูกเตะมุม แอชลีย์ ยัง วางบอลเข้ามาในกรอบเขตโทษ รูนีย์ สลัดหนีตัวประกบวิ่งมาโขกบอลผ่านตัว แบรด ฟรีเดล ตุงตาข่ายทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งบุกน้อยกว่าเป็นฝ่ายนำ 1-0 เมื่อจบเกม 45 นาทีแรก

เจ้าถิ่นลงสนามมมาในครึ่งหลังก็บุกใส่ทันที นาที 51 แจ็ค ลิเวอร์มอร์ สับไกยิงหน้ากรอบเขตโทษ บอลแฉลบ ซาฮา เปลี่ยนทางเล็กน้อย แต่ เด เคอา โชว์ซูเปอร์เซฟปัดเอาไว้ได้ อีก 6 นาทีถัดมาก็มีลุ้นฟรีคิกหน้าเขตโทษ เบนัวต์ แอสซู-เอกอตโต ปั่นด้วยซ้ายบอลเช็ดคานออกหลัง

สเปอร์ส ทำเกมบุกอยู่ดีๆ กลับมาพลาดเสียประตูในนาที 60 เมื่อเกมรับเสียสมาธิปล่อยให้ นานี ได้บอลจากการทุ่มหลุดเข้าไปในเขตโทษ ปีกชาวโปรตุกีสผ่านบอลเรียเข้ากลาง กองหลังเจ้าบ้านพยายามสกัดออกมาแต่ไม่พ้น บอลมาทางเสาไกล แอชลีย์ ยัง เอี้ยวตัววอลเลย์ย้อนมาทางเสาแรกให้ทีมเยือนนำห่าง 2-0

แชมป์เก่าได้ใจเดินหน้าบุกต่อ นาที 68 ปาทริซ เอฟรา ได้บอลบริเวณกลางสนามลากไต่เส้นขึ้นมา ก่อนจ่ายให้ แอชลีย์ ยัง หน้าเขตโทษ เมื่อไม่เห็นมีกองหลังเจ้าถิ่นเข้าประกบ ปีกทีมชาติอังกฤษ บรรจงปั่นบอลโค้งผ่านมือ ฟรีเดล เสียบสามเหลี่ยมอย่างสวยงาม แมนฯ ยูไนเต็ด หนี 3-0

"ไก่เดือยทอง" ถอนใจในช่วงท้าย แม้ว่า เจอร์แมน เดโฟ กองหน้าร่างเล็กที่ลงมาเป็นตัวสำรองจะยิงประตูนาที 87 ให้ทีมไล่มา 1-3 แต่ก็ทำได้เพียงเท่านั้นจบเกมชัยชนะตกเป็นของ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่เก็บคะแนนเพิ่มเป็น 64 คะแนน ตามหลัง แมนฯ ซิตี เหลือ 2 คะแนนเท่าเดิม ขณะที่ สเปอร์ส มี 53 คะแนนเท่าเดิม อยู่ที่ 3 ของตาราง แต่ห่างจาก อาร์เซนอล ทีมอันดับ 4 เพียง 4 คะแนน


รายชื่อผู้เล่นตัวจริงทั้งสองทีม
สเปอร์ส - แบรด ฟรีเดล, เลดลีย์ คิง, ยูเนส คาบูล, เบนัวต์ แอสซู-เอกอตโต, ไคล์ วอล์คเกอร์, แจ็ค ลิเวอร์มอร์, ซานโดร, ลูกา โมดริช, อารอน เลนนอน, หลุยส์ ซาฮา, เอมมานูเอล อเดบายอร์
แมนฯ ยูไนเต็ด - ดาบิด เด เคอา, ริโอ เฟอร์ดินานด์, จอนนี อีแวนส์, ปาทริซ เอฟรา, ฟิล โจนส์, พอล สโคลส์, ไมเคิล คาร์ริก, แอชลีย์ ยัง, นานี, เวย์น รูนีย์, แดนนี เวลเบ็ก
Read More

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 14 ม.ค. 55 | สเปอร์ส์ 1 - 1 วูล์ฟแฮมป์ตัน

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 14 ม.ค. 55 | สเปอร์ส์ 1 - 1 วูล์ฟแฮมป์ตัน
คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 14 ม.ค. 55 | สเปอร์ส์ 1 - 1 วูล์ฟแฮมป์ตัน
ประตู
0 - 1 : สตีเวน เฟลทเชอร์ น.21
1 - 1 : ลูกา โมดริช น.51
Read More

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 3 ธ.ค. 54 | สเปอร์ส 3 - 0 โบลตัน

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 3 ธ.ค. 54 | สเปอร์ส 3 - 0 โบลตัน
คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 3 ธ.ค. 54 | สเปอร์ส 3 - 0 โบลตัน
ประตู
1 - 0 Bale 7'
2 - 0 Lennon 50'
3 - 0 Defoe 61'
Read More

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

อย่าลืมกด Like ให้ด้วยนะครับ

Blog Archive

7m, ผลบอลพรีเมียร์, วิเคราะห์บอลพรีเมียร์, ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์, ตารางคะแนนบอลพรีเมียร์, โปรแกรมฟุตบอลพรีเมียร์, โปรแกรมถ่ายทอดสดบอลพรีเมียร์, ตารางบอล, คลิปฟุตบอล, คลิปไฮไลท์, คลิปไฮไลท์บอลพรีเมียร์, สยามกีฬา, บ้านผลบอล, เซียนสเต็ป, ล้มโต๊ะ, Goal, ดูบอลพรีเมียร์ออนไลน์, ผลบอลสด, ฟุตบอล, ผลบอลวันนี้, บอลวันนี้, ผลบอลเมื่อคืน, ผลฟุตบอล, ฟุตบอลวันนี้, โปรแกรมฟุตบอล, บอล, ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก, ตารางบอล, ข่าวฟุตบอล, คลิบฟุตบอล, เกมส์ุฟุตบอล, ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก, ผลฟุตบอลสด, football, soccer

ข่าวสโมสรพรีเมียร์ลีกอังกฤษทั้งหมด

Man Utd (151) Liverpool (148) Chelsea (62) Tottenham (61) Arsenal (60) Man City (51) Aston Villa (45) Newcastle (45) Stoke (42) Fulham (40) Sunderland (35) Everton (33) West Brom (31) Wigan (29) Swansea (25) Bolton (24) Blackburn (23) Norwich (22) QPR (22) West Ham (18) Birmingham (10) Blackpool (10) Reading (10) Southampton (10) Cardiff City (3) Crystal Palace (2) Hull City (2)