Showing posts with label Stoke. Show all posts
Showing posts with label Stoke. Show all posts

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 17 ส.ค. 56 | ลิเวอร์พูล 1 - 0 สโต๊ค ซิตี้

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 17 ส.ค. 56 | ลิเวอร์พูล 1 - 0 สโต๊ค ซิตี้
คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 17 ส.ค. 56 | ลิเวอร์พูล 1 - 0 สโต๊ค ซิตี้
คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 17 ส.ค. 56 | ลิเวอร์พูล 1 - 0 สโต๊ค ซิตี้



ประตู
1 - 0 ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ น.37
Read More

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 17 ส.ค. 56 | ลิเวอร์พูล 1 - 0 สโต๊ค ซิตี้

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 17 ส.ค. 56 | ลิเวอร์พูล 1 - 0 สโต๊ค ซิตี้
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 17 ส.ค. 56 | ลิเวอร์พูล 1 - 0 สโต๊ค ซิตี้
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 17 ส.ค. 56 | ลิเวอร์พูล 1 - 0 สโต๊ค ซิตี้

ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ทำประตูสุดสวยเป็นลูกโทน ขณะที่ ซิมง มิโญเลต์ ขโมยซีนฮีโร่เซฟจุดโทษท้ายเกมช่วยให้ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เฉือนเอาชนะ "ช่างปั้นหม้อ" สโต๊ค ซิตี้ ลงได้อย่างหวุดหวิด 1-0 คว้า 3 แต้มแรกของพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก
วันเสาร์ที่ 17 ส.ค. 2556

ลิเวอร์พูล 1 - 0 สโต๊ค ซิตี้
สนาม: แอนฟิลด์
ประตู: 1-0 ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ น.37

ลิเวอร์พูล ยังคงขาด หลุยส์ ซัวเรซ ดาวยิงตัวเก่ง ที่ยังติดโทษแบนอีก 6 นัด ต่อเนื่องมาจากฤดูกาล 2012-13 แม้จะกลับมาซ้อมกับทีมชุดใหญ่ก็ตาม ทว่ายังได้ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ฟิตจากการบาดเจ็บข้อเท้ากลับมารับมือ สโต๊ค ซิตี นำโดย มาร์ค ฮิวจ์ส กุนซือป้ายแดงชาวเวลส์ และ ปีเตอร์ เคราช์ หัวหอกร่างโย่ง ทะลวงตาข่ายอดีตต้นสังกัด

เสียงนกหวีดดังขึ้น ลิเวอร์พูล เปิดฉากลุยตั้งแต่วินาทีแรก แต่หวิดโดนก่อนนาที 8 จากความผิดพลาดของ ซิมง มิโญเลต์ ผู้รักษาประตู ตัดบอลเปิดจากกราบขวาทางเสาสองพลาด ทำให้ ปีเตอร์ เคราช์ โหม่งตั้งให้ โรเบิร์ต ฮูธ ดีดเต็มแรงชนคาน ต่อมา 2 นาที กองเชียร์ เจ้าถิ่น เฮเก้อ สตีเวน เจอร์ราร์ด เปิดฟรีคิกมุมเขตโทษด้านขวามาให้ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ โขกตุงตาข่าย ไลน์แมนยกธงล้ำหน้า

เข้าสู่นาที 13 "หงส์แดง" ได้เสียว สตีเวน เจอร์ราร์ด เปิดเตะมุมฝั่งขวามาเสาแรก โคโล ตูเร เทคตัวโหม่งชนคาน ถัดมานาที 29 ฟิลิปเป คูตินโญ ได้บอลฝั่งซ้าย แล้วไหลมาให้ ยาโก อาสปาส จ่ายทะลุช่องให้ โฆเซ เอ็นริเก หลุดมาทางเขตโทษด้านซ้าย ก่อนยิงหลุดเสาไกลอย่างน่าเสียดาย

ถัดมายังเป็นคิวเจ้าบ้านที่ดาหน้าแหลก โดย คูตินโญ่ ไหลให้ ยาโก้ อัสปาส ได้ยิงโอกาสยิงเหน่งๆแต่ว่า เบโกวิช ยังเซฟได้อีก ต่อด้วยโอกสทำชิ่งสุดสวยระหว่าง เอ็นริเก้ และอัสกาส ก่อนที่ เอ็นริเก้ จะหลุดไปยิงเผาขนแต่ก็ไม่ผ่าน เบโกวิช ตามเคย

นาทีที่ 34 เจ้าบ้านน่าจะได้ประตูขึ้นนำอย่างที่สุดจากจังหวะที่ คูตินโญ่ ได้บอลระยะ 25 หลาจากประตูก่อนจะแทงทะลุช่องให้กับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน หลุดเดี่ยวเข้าเขตโทษแต่กลับยิงไม่ผ่าน อัสเมียร์ เบโกวิช ที่ออกมาบล็อกได้ทันเวลา

หงส์แดงไม่ท้อเดินหน้านวดต่อ และในที่สุดก็มาได้ประตูขึ้นนำในนาทที่ 38 จากจังหวะการต่อบอลขึ้นมาเป็นเซ็ตๆและมาจบที่ สเตอร์ริดจ์ ซึ่งได้ง้างเท้าจากระยะ 22 หลา ยิงลอดขา โรเบิร์ต ฮูธ ก่อนพุ่งเสียบมุมอย่างสวยงาม

ครึ่งหลังเปิดฉากมาเพียง 2 นาที "เดอะ เรดส์" หวิดทิ้งห่าง คูตินโญ กระชากเข้ามาทางเขตโทษด้านซ้าย แล้วบรรจงแปเล่นทางเฉี่ยวเสาไกล ต่อมานาที 53 คูตินโญ ลากจี้เข้ามาทางเขตโทษด้านซ้าย แล้วผ่านเรียดให้ สเตอร์ริดจ์ ยิงแป็ก หลุดมาถึง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ปั่นไซด์โป้งด้วยซ้าย อัสเมียร์ เบโกวิช พุ่งปัดได้

เจ้าบ้าน ยังทำเกมรุกไหลลื่นกว่า นาที 60 คูตินโญ จ่ายทะลุช่องให้ สเตอร์ริดจ์ สปีดหนีตัวประกบเข้าเขตโทษด้านซ้าย ก่อนยิงมุมแคบ เบโกวิช ปัดออกหลัง ต่อมา 4 นาที อาสปาส กระชากเข้ามาทางเขตโทษด้านขวา แล้วไหลย้อนมาให้ เฮนเดอร์สัน แปเน้นๆ ติดไซด์โป้งชนเสาซ้ายมือ

ทีมเยือนพยายามเปลี่ยนเกมโดยส่ง ชาร์ลี อดัม และเจอร์เมน เพนแนนท์ ซึ่งเป็นอดีต 2 นักเตะลิเวอร์พูล ลงสนามขณะที่เจ้าบ้านถอด ยาโก้ อัสปาส ออกและส่ง ราฮีม สเตอร์ลิง ลงมาในช่วง 20 นาทีสุดท้าย

จัวหวะเซฟจุดโทษ
ช่วง 15 นาทีสุดท้าย สโต๊ค เป็นฝ่ายลำเลียงบอลขึ้นมาได้มากขึ้นแต่ยังหาช่องเจาะเหมาะๆไม่ได้ จนกระทั่งมาถึงช่วงก่อนหมดเวลา 2 นาที สโต๊ค มาได้จุดโทษในจังหวะที่ แอกเกอร์ ไปทำแฮนด์บอล ผู้ตัดสินเป่าจุดโทษ โจนาธาน วอลเตอร์ส ยิงไม่ผ่านมือ ซิมง มิโญเลต์ ที่ทิ้งตัวไปทางด้านขวา ครบ 90 นาที ลิเวอร์พูล ชนะ 1-0 เก็บ 3 คะแนน นัดเปิดฤดูกาล





รายชื่อ 11 ตัวจริง
ลิเวอร์พูล : ซิมง มิโญเลต์ , เกล็น จอห์นสัน , โฆเซ เอ็นริเก , โคโล ตูเร , แดเนียล แอ็กเกอร์ , สตีเวน เจอร์ราร์ด , จอร์แดน เฮนเดอร์สัน , ลูคัส , ยาโก อาสปาส , ฟิลิปเป คูตินโญ , แดเนียล สเตอร์ริดจ์
สโต๊ค ซิตี้ : อัสเมียร์ เบโกวิช , เอริก ปีเตอร์ส , โรเบิร์ต ฮูธ , ไรอัน ชอว์ครอสส์ , เจฟฟ์ คาเมรอน , เกล็นน์ วีแลน , วิลสัน ปสลาซิออส , สตีเวน เอ็นซองซี , โจนาธาน วอลเตอร์ส , ปีเตอร์ เคราช์
Read More

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 29 ก.ย. 55 | นอริช ซิตี้ 2 - 5 ลิเวอร์พูล

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 29 ก.ย. 55 | นอริช ซิตี้ 2 - 5 ลิเวอร์พูล
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 29 ก.ย. 55 | นอริช ซิตี้ 2 - 5 ลิเวอร์พูล
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 29 ก.ย. 55 | นอริช ซิตี้ 2 - 5 ลิเวอร์พูล
หลุยส์ ซัวเรส หัวหอกอุรุกวัยระเบิดฟอร์มทำแฮตทริกช่วยให้ ลิเวอร์พูล ประเดิมชัยนักแรกในของฤดูกาลด้วยการบุกถล่ม นอริช ซิตี 5-2 ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี เอาตัวรอดพลิกแซงชนะ ฟูแล่ม 2-1 ในเกมพรีเมียร์ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 29 ก.ย. ที่ผ่านมา

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 29 ก.ย. 55
นอริช ซิตี้ 2 - 5 ลิเวอร์พูล
 "นกขมิ้น" นอริช เปิดรังต้อนรับ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ที่ยังมองหาชัยชนะนัดแรกในลีก เกมนี้ คริส ฮิวจ์ตัน ส่ง สตีฟ มอร์ริสันจับคู่ ซิโมน แจ็คสัน ในตำแหน่งศูนย์หน้า ขณะที่ เบรนแดน ร็อดเจอร์ ให้โอกาส ซูโซ และ ราฮีม สเตอร์ลิง ลงเป็นตัวจริงต่อเนื่อง โดยมี สตีเว่น เจอร์ราด ทำหน้าที่จอมทัพคุมเกมตรงกลาง
     
       ออกสตาร์ทมานาทีแรกของเกม จอห์นสัน ลากตัดเข้าในจากฝั่งซ้ายพยายามจ่ายยัดเข้าเขตโทษบอลติดแนวรับเจ้าบ้านมาเข้า ทาง ซัวเรส ซัดเรียดด้วยขวาบอลพุ่งเข้ามุมประตูส่งให้ทีมออกนำ 1-0 อย่างรวดเร็ว ผ่าน 10 นาที แบรดลีย์ จอห์นสัน น่าจะตามตีเสมอให้ "นกขมิ้น" ได้ทันควันจากการหลุดขึ้นมายิงมุมแคบ ทว่า เปเป เรนา บีบออกมาปิดมุมช่วยเซฟไว้ได้หวุดหวิด
     
       ผ่านช่วง 20 นาทีแรก บอลกับพื้นของ ลิเวอร์พูล ยังทำเกมบุกได้ต่อเนื่องและหาจังหวะลุ้นยิงประตูได้บ่อยครั้ง กระทั้งนาที 22 ลีออน เบนเน็ตท์ เข้าปะทะ หลุยส์ ซัวเรส ด้านหลังก่อนดาวยิงอุรุกวัยล้มลงไปขอจุดโทษแต่ผู้ตัดสินยังเฉย ถัดมา 3 นาที บอลยาวของ นอริช ป่วนแนวรับ "หงส์แดง" ได้อีก โจนาธาน ฮอว์สันชงมาให้ แจ็คสัน วอลเลย์ เต็มเท้าบอลเหินคานไปไม่ไกล
     
       เข้าสู่นาที 30 เกมออกรสชาติมากขึ้นเป็นทีมเยือนนน่าจะหนีห่างออกไปก่อน จากลูกทิ้งตัวโหม่งของ เจอร์ราร์ด โชคยังดีมี จอห์น รัดดี ช่วยซูเปอร์เซฟเอาไว้ได้ จากนั้น "นกขมิ้น" โต้กลับเร็ว แบรดลีย์ จอห์นสัน ยิงไกลบอลถูกเปลี่ยนทางโดย แจ็คสัน เรนา พุ่งปัดทิ้งหวุดหวิดแต่กรรมการยกเป็นลูกล้ำหน้าก่อน และเป็น ซัวเรส มาพังประตูที่สองของตัวเองด้วยลูกยิงไซร์ก้อย จากจังหวะพลาดของ ไมเคิล เทอร์เนอร์ พร้อมปิดครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นำ 2-0
     
       กลับมาเล่นครึ่งหลัง นอริช น่าจะได้ประตูไล่มา บอลโยนข้ามมาเสาสอง อันดรูว เซอร์แมน ชาร์ตจ่อๆ บอลมาถูก โรเบิร์ต สน็อดกราสส์ ข้ามออกไป หลังไม่เสีย ลิเวอร์พูล มาได้ประตูหนีห่าง 3-0 ซัวเรส พาบอลข้ามเขตโทษล็อกหนึ่งจังหวะก่อนจ่ายใส่พานให้ นูริ ซาฮิน วิ่งมาแปเน้นๆ บอลซุกก้นตาข่ายง่ายๆ
     
ซัวเรส ซัดแฮตทริก
       นาที 56 ซัวเรส มาทำแฮตทริกแรกของตัวเองในฤดูกาลนี้ได้สำเร็จกลายเป็นประตูนำห่าง 4-0 จาก จังหวะเอียงตัวปั้นบอลผ่านตัว รัสเซลล์ มาร์ติน ที่ได้แต่ยืนมองบอลโค้งเข้าทางเสาร์ 2 อย่างสวยงามชนิดที่ จอห์น รัดดี ได้แต่ยืนมอง และ 4 นาทีถัดมา เรนา เซฟลูกยิงของ มาร์ติน มาเข้าทาง สตีฟ มอร์ริสัน กดซ้ำเข้าไปไม่มีเหลือไล่มาห่างๆ 1-4
     
       จังหวะขึ้นเกมริมเส้นในนาที 67 ของ สเตอร์ลิง ตบเข้ากลางเป็น เจอร์ราร์ด วิ่งมาแปบอลแฉลบ เบนเน็ตท์ บอลผ่าน รัดดี ที่หลงทางไปแล้วเข้าประตูไปง่ายๆ หนีห่างเป็น 5-1 โดยช่วงท้ายเกม แรนท์ โฮลท์ ตัวสำรองมาทำประตูปลอบใจไล่มาเป็น 2-5 ทว่า "หงส์แดง" ที่เหนือกว่าทุกทางเผาเวลาประเดิมชัยชนะเป็นนักแรกของฤดูกาลอย่างสวยหรู เก็บเพิ่มเป็น 5 แต้ม ขณะที่ นอริช ยังต้องรอชัยชนะต่อไป
     
       ขณะที่ผลอีกคู่ แมนเชสเตอร์ ซิตี ที่ถูก ฟูแลม ขึ้นนำก่อนจากจุดโทษของ มลาเดน เพทริช ในช่วงครึ่งแรก พลิกกลับมาคว้าชัย 2-1 ได้สำเร็จจาก 2 ประตูของ เซร์คิโอ อกูเอโร ช่วงท้ายครึ่งแรก และ เอดิน เชโก ในช่วงท้ายครึ่งหลังเอาตัวรอดเก็บชัยชนะเป็นเกมแรกใน 4 เกมหลังสุดในทุกรายการ
     
       รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
       นอริช ซิตี : จอห์น รัดดี, รัสเซลล์ มาร์ติน, ไมเคิล เทอร์เนอร์, ฮาร์เวีย การ์ริโด, ลีออน เบนเน็ตท์, แบรดลีย์ จอห์นสัน, โรเบิร์ต สน็อดกราสส์, โจนาธาน ฮอว์สัน, อันดรูว เซอร์แมน, ซิโมน แจ็คสัน, สตีฟ มอร์ริสัน
       ลิเวอร์พูล : เปเป เรนา, เกล็น จอห์นสัน, แดเนียล แอ๊กเกอร์, มาร์ติน สเคอร์เทล, อังเดร วิสดอม, นูริ ซาฮิน, สตีเว่น เจอร์ราด, โจ อัลเลน, หลุยส์ ซัวเรส, ซูโซ, ราฮีม สเตอร์ลิง
     
       สรุปผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำวันเสาร์ที่ 29 ก.ย.
     
อาร์เซนอล 1 - 2 เชลซี
0 - 1 เฟร์นันโด ตอร์เรส น.20
1 - 1 แชร์วินโญ น.42
1 - 2 ฆวน มาตา น.53
     
เอฟเวอร์ตัน 3 - 1 เซาแธมป์ตัน
0 - 1 แกสตัน รามิเรซ น.6
1 - 1 ลีออน ออสมัน น.25
2 - 1 นิกิกา เยลาวิช น.32
3 - 1 นิกิกา เยลาวิช น.38
      
ฟูแลม 1 - 2 แมนเชสเตอร์ ซิตี
1-0 มลาเดน เพทริช น.10 (จุดโทษ)
1-1 เซร์คิโอ อกูเอโร น.44
1-2 เอดิน เชโก น.87
      
นอริช ซิตี 2 - 5 ลิเวอร์พูล
0 - 1 หลุยส์ ซัวเรส น.2
0 - 2 หลุยส์ ซัวเรส น.38
0 - 3 นูริ ซาฮิน น.47
0 - 4 หลุยส์ ซัวเรส น.57
1 - 4 สตีฟ มอริสัน น.61
1 - 5 สตีเวน เจอร์ราร์ด น. 68
2 - 5 แกรนท์ โฮลท์ น.87
      
เรดดิง 2 - 2 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด
1 - 0 จิมมี เคเบ น. 57
1 - 1 เดมบา บา น.59
2 - 1 โนเอล ฮันท์ น.62
2 - 2 เดมบา บา น.83
      
สโต๊ค ซิตี 2 - 0 สวอนซี ซิตี
1 - 0 ปีเตอร์ เคราช์ น.12
2 - 0 ปีเตอร์ เคราช์ น.36
      
ซันเดอร์แลนด์ 1 - 0 วีแกน
1 - 0 สตีเฟน เฟล็ทเชอร์ น.51
Read More

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 22 ก.ย. 55 | เชลซี 1 - 0 สโต๊ค ซิตี

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 22 ก.ย. 55 | เชลซี 1 - 0 สโต๊ค ซิตี
คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 22 ก.ย. 55 | เชลซี 1 - 0 สโต๊ค ซิตี


คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 22 ก.ย. 55 | เชลซี 1 - 0 สโต๊ค ซิตี
ประตู
1 - 0 แอชลีย์ โคล น.85
Read More

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 22 ก.ย. 55 | เชลซี 1 - 0 สโต๊ค ซิตี

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 22 ก.ย. 55 | เชลซี 1 - 0 สโต๊ค ซิตี
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 22 ก.ย. 55 | เชลซี 1 - 0 สโต๊ค ซิตี
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 22 ก.ย. 55 | เชลซี 1 - 0 สโต๊ค ซิตี

แอชลีย์ โคล แบ็กจอมบุกทีมชาติอังกฤษ เป็นฮีโร่ซัดประตูชัยช่วงท้ายเกม ให้ เชลซี เปิดบ้านเฉือนเอาชนะ สโต๊ค ซิตี แบบหืดขึ้นคอ 1-0 เก็บ 3 แต้มสำคัญพร้อมรักษาตำแหน่งจ่าฝูงต่อไปอีกหนึ่งสัปดาห์ ในเกมพรีเมียร์ลีก วันเสาร์ที่ผ่านมา

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 22 ก.ย. 55
เชลซี 1 - 0 สโต๊ค ซิตี

สโต๊ค ซิตี "สิงห์บลูส์" ที่เพิ่งพลาดท่าถูก ยูเวนตุส ไล่ตีเสมอในเกมฟุตบอลยุโรป จัดแนวรุกชุดใหญ่อย่าง เอเดน ฮาซาร์ด, ออสการ์, ฆวน มาตา และ เฟร์นันโด ตอร์เรส ลงสนามครบถว้น แต่ยังดรอป จอห์น เทอร์รี และ แฟรงค์ แลมพาร์ด สองผู้เล่นตัวเก๋าไว้ข้างสนาม ขณะที่ โทนี พูลิส ใช้ ปีเตอร์ เคราช์ และ โจนาธาน วอลเตอร์ ยืนเป็นหอกเป้า โดยมี ไมเคิล โอเวน นั่งอยู่ข้างสนาม

 เริ่มเกมช่วง 20 นาทีแรก เชลซี อาศัยบอลสั้นตามช่องพยายามเจาะเข้าทำตามสไตล์ถนัด แต่ก็ยังเจาะแนวรับของ "ช่างปั้นหมอ" เข้าไปลุ้นประตูไม่สำเร็จ กระทั้งนาที 19 กลายเป็นทีมเยือนที่ได้เสียวก่อน จากลูกฟรีคิก เกลน วีแลน เปิดมาให้ วอลเตอร์ โถมมาโขกบอลพุ่งชนคานเต็มๆ ชนิดที่แฟนเจ้าถิ่นเงียบกันทั้งสนาม

 โอกาสแรกที่ได้ลุ้นของ "สิงห์บลูส์" ต้องรอถึงนาที 28 จากลูกฟรีคิกระยะไกล ดาวิด ลุยส์ รับหน้าที่ตะบันเต็มเท้าบอลลอยข้ามกำแพงแต่พุ่งไปตรงตัวของ แอชเมียร์ เบโกวิช ยืนรับไว้ไม่มีปัญหา นาที 36 สโต๊ค มาได้ลุ้นจากลูกยิงไกลของ มาร์ก วิลสัน แต่ก็ยังไม่ผ่านมือ เช็ก จังหวะถัดมาบอลเปิดจากริมเส้นมาที่ ไมเคิล ไคท์ลีย์ โหม่งไม่เต็ม เช็กปัดอีกครั้ง บอลอยู่หน้าประตู ยังดีที่ เคฮิลล์ ตามมาเตะทิ้งได้หวุดหวิดก่อนหมด 45 นาทีแรกยังไม่มีสกอร์

กลับมาเล่นครึ่งหลัง เชลซี เดิมเกมรุกใส่ไม่ต่างจากครึ่งแรก นาที 50 ออสการ์ ได้ยิงหักข้อแถวๆ หัวกระโหลกด้วยซ้าย แต่ เบโกวิช ยังล้มตัวตะครุบไว้ได้เยี่ยม ผ่าน 1 ชั่วโมงของเกมเกมยังไม่ดีขึ้น โรแบร์โต ดิ มัตเตโอ ต้องเปลี่ยนเอา วิคเตอร์ โมเซส ลงมาแทน ฮาซาร์ด ที่เล่นไม่ออกในเกมนี้

จากนั้นเกมรุกของ เจ้าบ้านดีขึ้นทันตาเห็น ออสการ์ รับบอลจาก รามิเรส พลิกหลบมาก่อนกดเรียดด้วยขวา บอลพุ่งถากเสาออกไปไม่ไกล นาที 76 มิเกล ได้หลุดขึ้นทางขวา พยายามแปเน้นๆ แต่ยังไปติดบล็อก ชอว์ครอสส์ บอลลอยโด่ง เบโกวิช พุ่งออกมาคว้าได้สบาย

ท้ายเกม "ช่างปั้นหมอ" เปลี่ยนเอา เควิน โจนส์ ลงมากดดันต่อและได้ลุ้นโหม่งที่เสาสอง ทว่าบอลยังไปตรงตัว เช็ก รับไว้ได้ แต่แล้วนาที 85 แฟน เชลซี มาได้เฮกันทั้งสนาม โมเซส เปิดยัยดดมาให้ มาตา บอลทะลุมาถึง โคล ชิพ ข้ามตัว เบโกวิช เข้าไปซุกก้นตาข่าวให้ "สิงห์บลูส์" ออกนำ 1-0 และประคองตัวเก็บ 3 แต้มได้สำเร็จขึ้นนำเป็นจ่าฝูงต่อไปอีกหนึ่งสัปดาห์

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เชลซี : ปีเตอร์ เช็ก, แอชลีย์ โคล, ดาวิด ลุยซ์, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, แกรี เคฮิลล์, จอห์น โอบี มิเกล, รามิเรส, เอเดน ฮาซาร์ด, ออสการ์, ฆวน มาตา, เฟร์นันโด ตอร์เรส

สโต๊ค ซิตี : แอชเมียร์ เบโกวิช, โรเบิร์ต ฮุต, ไรอัน ชอร์ครอสส์, เจฟฟ์ คาเมรอน, ชาลีย์ อดัม, มาร์ติน ไคท์ลีย์, เกลน วีแลน, สตีเฟน เอ็นซองซี, ปีเตอร์ เคราช์, โจนาธาน วอลเตอร์, มาร์ก วิลสัน

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 22 ก.ย. 55

สวอนซี ซิตี 0 - 3 เอฟเวอร์ตัน
0 - 1 วิคเตอร์ อนิเชบี น.22
0 - 2 เควิน มิรัลลาส น.43
0 - 3 มารูอาน เฟลไลนี น.82

เชลซี 1 - 0 สโต๊ค ซิตี
1 - 0 แอชลีย์ โคล น.85

เซาแธมป์ตัน 4 - 1 แอสตัน วิลลา
0 - 1 ดาร์เรน เบนท์ น.36
1 - 1 ริคกี แลมเบิร์ต น.58
2 - 1 นาธาน ไคลน์ น.63
3 - 1 เจสัน พันเชียนส์ น.72
4 - 1 ริคกี แลมเบิร์ต น.90 (จุดโทษ)]

เวสบรอมวิช 1-0 เรดดิง
1 - 0 โรเมลู ลูคาคู น.71

เวสต์แฮม 1-1 ซันเดอร์แลนด์
0 - 1 สตีเฟน เฟล็ตเชอร์ น.10
1 - 1 เควิน โนแลน น.90

วีแกน แอตเลติก 1-2 ฟูแลม
0 - 1 ฮูโก โรดาเยลกา ย.31
0 - 2 เดเมียน ดัฟฟ์ น.68
1 - 2 อารูนา โคเน น.90
Read More

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 15 ก.ย. 55 | แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4 - 0 วีแกน แอธเลติก

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 15 ก.ย. 55 | แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4 - 0 วีแกน แอธเลติก
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 15 ก.ย. 55 | แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4 - 0 วีแกน แอธเลติก
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 15 ก.ย. 55 | แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4 - 0 วีแกน แอธเลติก
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านไล่ถล่ม วีแกน แอธเลติก ไปแบบขาดลอย 4-0 จากการยิงประตูของ พอล สโคลส์ , ฮาเวียร์ เฮอร์นานเดซ พร้อมกับ 2 นักเตะใหม่อย่าง อเล็กซานเดอร์ บุตต์เนอร์ และ นิค พาวล์ ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 15 ก.ย. ที่ผ่านมา

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 15 ก.ย. 55
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4 - 0 วีแกน แอธเลติก

ที่สนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านรับการมาเยือนของ วีแกน แอธเลติก โดยเกมนี้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ดร็อป โรบิน ฟาน เพอร์ซี และ ชินจิ คากาวะ 2 นักเตะซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการลงเล่นให้ทีมชาติ โดยจัด แดนนี เวลเบ็ค และ ฮาเวียร์ เฮอร์นานเดซ ลงยืนเป็นคู่หัวหอก พร้อมทั้งส่ง อเล็กซานเดอร์ บุตต์เนอร์ ลงประเดิมสนาม

ครึ่งแรก เปิดฉากได้ 4 นาที แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาได้ลูกจุดโทษ เมื่อ อาลี อัล ฮับซี ทำฟาวล์ แดนนี เวลเบ็ค ทว่า ฮาเวียร์ เฮอร์นานเดซ กลับสังหารพลาด จากนั้น "ปิศาจแดง" เป็นฝ่ายครองเกมได้ดีกว่า แต่แนวรับของ วีแกน แอธเลติก ยังทำหน้าที่ได้ดี และมีลุ้นจากจังหวะสวนกลับ แต่ทั้งคู่ยังทำอะไรกันไม่ได้ ครบ 45 นาที จึงเสมอกัน 0-0

ครึ่งหลังผ่านไป 5 นาที สาวก "เร้ด เดวิลส์" ได้เฮลั่น เมื่อ นานี ได้จังหวะซัดจากกรอบเขตโทษด้านขวา แต่ถูก อาลี อัล ฮับซี เซฟไว้ได้ และเป็น พอล สโคลส์ ที่เก็บตกไม่พลาด แมนฯ ยูไนเต็ด นำ 1-0 จากนั้น ลูกทีมของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ยังเดินหน้าบุกอย่างต่อเนื่อง และทิ้งห่างเป็น 2-0 ในนาทีที่ 63 เมื่อ อเล็กซานเดอร์ บุตต์เนอร์ ได้จังหวะสับไกด้วยซ้ายใกรอบ 18 หลา บอลมาเข้าทาง "ชิชาร์ริโต" สะกิดบอลเข้าประตู นับเป็นการแก้ตัวจากการพลาดจุดโทษ

ต่อมา แบ็กซ้ายป้ายแดงชาวดัตช์ แหวกผู้เล่นของ "เดอะ ลาติกส์" เข้าไปซัดมุมแคบให้ แชมป์ลีก 19 สมัย ทิ้งห่าง 3-0 และนาทีที่ 82 นิค พาวล์ ก็มาประเดิมประตูแรก จากการยิงไกลเสียบเสาแรกอย่างสุดสวย จากนั้นไม่มีฝ่ายใดทำประตูเพิ่มได้ จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด ถล่ม วีแกนไป 4-0

รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริง

แมนฯ ยูไนเต็ด : อันเดรส ลินเดการ์ด , ราฟาเอล , ริโอ เฟอร์ดินานด์ . เนมันยา วีดิช , อเล็กซานเดอร์ บุตต์เนอร์ , ไมเคิล คาร์ริค , พอล สโคลส์ , นานี , ไรอัน กิ๊กส์ , ฮาเวียร์ เฮอร์นานเดซ , แดนนี เวลเบ็ค

วีแกน แอธเลติก
: อาลี อัล ฮับซี , อิบัน รามิส , แกรี คัลด์เวลล์ , ไมเนอร์ ฟิเกรัว , อีเมอร์สัน บอยซ์ , แม็คคาร์ธี , แม็คอาร์เธอร์ , ชอน มาโลนี , ฌอง โบเซจูร์ , ฟรังโก ดิ ซานโต , อารูนา โคเน

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 15 ก.ย. 55 คู่อื่นๆ มีดังนี้

อาร์เซนอล 6 - 1 เซาท์แธมป์ตัน
แอสตัน วิลล่า 2 - 0 ชนะ สวอนซี ซิตี้
ฟูแลม 3 - 0 เวสต์บรอมฯ
ควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ส 0 - 0 เชลซี
สโต๊ค ซิตี้ 1 - 1 แมนฯ ซิตี
Read More

นักเตะผู้ทำ 100 ประตู เร็วที่สุดในพรีเมียร์ลีก

จากการที่โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ เพิ่งยิง 100 ลูกในพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ ทำให้เราจะไปย้อนดูกันว่าตั้งแต่ก่อตั้งพรีเมียร์ลีกเป็นต้นมา นักเตะคนไหนที่ยิงครบ 100 ลูกเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์

ดิดิเยร์ ดร็อกบา
ดิดิเยร์ ดร็อกบา
อันดับ 10 ดิดิเยร์ ดร็อกบา
100 ประตู ใน 220 เกม

ดิดิเยร์ ดร็อกบา อาจอยู่กับเชลซีมาถึง 8 ปี แต่ทว่าเพิ่งมายิงครบ 100 ลูกในพรีเมียร์ลีกในปี 2012 นี่เอง ในเกมที่เอาชนะสโต๊ก ซิตี้ ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ไป 1-0 ในซีซั่นที่แล้ว





จิมมี่ ฟลอยด์ ฮัสเซลเบงค์
จิมมี่ ฟลอยด์ ฮัสเซลเบงค์
อันดับ 9 จิมมี่ ฟลอยด์ ฮัสเซลเบงค์
100 ประตู ใน 200 เกม

ฮัสเซลเบงค์ หัวหอกทีมชาติฮอลแลนด์ ยิงแฮตทริกได้สำเร็จใน 13 นาที ช่วยให้เชลซีชนะวูลฟ์แฮมป์ตัน 5-2 ในปี 2004 ซึ่งลูกที่ 3 นั้นเป็นประตูที่ 100 ของเขาในพรีเมียร์ลีก (แถมเกมนี้ยังเป็นวันเกิดครบ 32 ปีของเขาอีกด้วย)





โรบิน ฟาน เพอร์ซี่
โรบิน ฟาน เพอร์ซี่
อันดับ 8 โรบิน ฟาน เพอร์ซี่
100 ประตู ใน 197 เกม

ฟาน เพอร์ซี่ ยิงได้ 96 ประตู ตลอด 8 ปีที่อยู่กับอาร์เซน่อล และใน 3 เกมแรกกับแมนฯยูไนเต็ด เขายิงไป 4 ประตู โดย 3 ในนั้น เกิดขึ้นในเกมที่ชนะเซาแฮมป์ตัน 3-2





แอนดี้ โคล
อันดับ 6 ร่วม แอนดี้ โคล
100 ประตู ใน 185 เกม

แอนดี้ โคล ยิงได้ต่อเนื่องตั้งแต่อยู่กับนิวคาสเซิล แต่เขามายิงประตูที่ 100 ในเกมที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เอาชนะ น็อตติ้งแฮม ฟอร์เรสต์ 8-1 อย่างไรก็ตาม เกมนี้โคล ถูกบดบังรัศมี เพราะเป็นเกมที่โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ยิงได้ 4 ประตูพอดี





ไมเคิล โอเว่น
ไมเคิล โอเว่น
อันดับ 6 ร่วม ไมเคิล โอเว่น
100 ประตู ใน 185 เกม

ไมเคิล โอเว่น ยิงประตูได้ 100 ลูก อย่างรวดเร็วโดยใช้เวลา 185 เกม ในเดือนเมษายนปี 2003 เกมนี้ ลิเวอร์พูลถล่มเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน 6-0 ซึ่งโอเว่นกดคนเดียวไป 4





เลส เฟอร์ดินานด์
เลส เฟอร์ดินานด์
อันดับ 4 ร่วม เลส เฟอร์ดินานด์
100 ประตู ใน 175 เกม

ในเกมสุดท้ายของเฟอร์ดินานด์กับนิวคาสเซิล คือนัดสุดท้ายในซีซั่น 1996-97 เกมที่พบกับน็อตติ้งแฮม ฟอร์เรสต์ ที่เซนต์เจมส์พาร์ก เกมนั้น นิวคาสเซิลชนะ 5-0






ร็อบบี้ ฟาวเลอร์
ร็อบบี้ ฟาวเลอร์
อันดับ 4 ร่วม ร็อบบี้ ฟาวเลอร์
100 ประตู ใน 175 เกม

ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ลงสนามในเกมที่หงส์แดงชนะ เซาแฮมป์ตัน 7-1 นัดนั้นฟาวเลอร์ยิงแฮตทริกได้ด้วย ซึ่งประตูที่ 2 ที่เขายิงได้ในเกมนั้น คือประตูที่ 100 ของเขาในพรีเมียร์ลีก





เอียน ไรท์
เอียน ไรท์
อันดับ 3 เอียน ไรท์
100 ประตู ใน 173 เกม

สุดยอดกองหน้าของอาร์เซน่อลในยุค 90 และครองสถิติดาวซัลโวสูงสุดของสโมสรมาอย่างยาวนาน จนโดนเธียร์รี่ อองรีทำลายในเวลาต่อมา






เธียร์รี่ อองรี
อันดับ 2 เธียร์รี่ อองรี
100 ประตู ใน 160 เกม

เหมือนกับ ฟาวเลอร์ และฟาน เพอร์ซี่ อองรีสามารถยิงได้ครบ 100 ลูกในพรีเมียร์ลีก นัดที่พบกับเซาธ์แฮมป์ตัน
ในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2004 ที่ไฮบิวรี่ และปีนั้นอองรีก็พาอาร์เซน่อลคว้าแชมป์ลีกแบบไร้พ่ายด้วย





อลัน เชียเรอร์
อลัน เชียเรอร์
อันดับ 1 อลัน เชียเรอร์
100 ประตู ใน 124 เกม

เป็นสถิติอันดับ 1 ที่คงไม่มีใครทำลายได้ง่ายๆ สำหรับอลัน เชียเรอร์ โดยเขายิงได้ครบ 100 ลูกในพรีเมียร์ลีก สมัยเล่นอยู่กับแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส โดยยิงสเปอร์สได้ในเดือนธันวาคมปี 1995 ซึ่งเกมนั้นแบล็คเบิร์นชนะ 2-1


ข้อมูลโดย : MSN Thailand
Read More

หงส์เล็ง "อาเล","โอเวน" ซบสโต๊ค

"อเล็กซ์" อาจมาโชว์ฝีเท้าในพรีเมียร์ ลีก
รายงานข่าวจาก "สกาย อิตาเลีย" เปิดเผยว่า ลิเวอร์พูล สโมสรชื่อดังแห่งพรีเมียร์ ลีก เตรียมยื่นข้อเสนอเพื่อคว้า อเลสซานโดร เดล ปิเอโร นักเตะประสบการณ์สูง ซึ่งถูกปล่อยตัวจาก ยูเวนตุส หลังจบฤดูกาลที่แล้ว ตัดหน้า ซิดนีย์ เอฟซี ทีมจากออสเตรเลีย มาช่วยกู้วิกฤตแนวรุกซีซันนี้ ขณะที่ ไมเคิล โอเวน อดีตขวัญใจสาวก "เดอะ ค็อป" ตัดสินใจย้ายไปอยู่กับ สโต๊ค ซิตี เรียบร้อยแล้ว
      
       เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการทีม "หงส์แดง" ไร้ทางเลือกในแนวรุก หลังปล่อย แอนดี คาร์โรลล์ หัวหอกร่างโย่ง ไปอยู่กับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด โดยไม่มีใครมาแทนที่ ทำให้ความหวังการทำประตูตกอยู่กับ หลุยส์ ซัวเรซ กับ ฟาบิโอ บอรินี เพียงแค่ 2 คนเท่านั้น
      
       หลังออกสตาร์ตฤดูกาลด้วยผลงานที่ย่ำแย่ที่สุด นับตั้งแต่ปี 1962-63 ทีมจากย่านเมอร์ซีย์ไซด์ ตกเป็นข่าวกับผู้เล่นฟรีเอเจนต์มากมาย แต่ดูเหมือนว่า แข้งวัย 37 ปี จะเป็นตัวเต็งในการมากอบกู้วิกฤติในถิ่น แอนฟิลด์ เมื่อตลาดซื้อ-ขายนักเตะได้ปิดตัวลงไป
      
       อดีตดาวยิงทีมชาติอิตาลี ค้าแข้งในกัลโช เซเรีย อา เป็นเวลา 19 ฤดูกาล และลงสนาม 28 นัดในซีซันที่แล้ว พร้อมทั้งมีส่วนช่วยให้ ยูเวนตุส คว้าตำแหน่งสคูเด็ตโต มาครองด้วยสถิติไร้พ่าย นอกจากนี้ "อเล็กซ์" ยังโชว์ฝีเท้ากับ "ม้าลาย" ทั้งหมด 698 นัด ยิง 286 ประตู คว้าแชมป์โทรฟีต่างๆ ในแดนมะกะโรนี 6 รายการ และมีดีกรีดาวซัลโวสูงสุดของ ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก การันตีอีกด้วย
      
       สำหรับความเคลื่อนไหวของ ไมเคิล โอเวน ณ เวลานี้ "เบบี้ โกล" ย้ายไปค้าแข้งในถิ่น บริตทานเนีย สเตเดียม แล้ว ด้วยข้อตกลงรับต่าเหนื่อยเมื่อลงเล่น เป็นเวลา 1 ฤดูกาล ตามรายงานจาก "ทวิตเตอร์" อย่างเป็นทางการของ "ช่างปั้นหม้อ"
Read More

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 1 ก.ย. 55 | ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ 1 - 1 นอริช ซิตี

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 1 ก.ย. 55 | ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ 1 - 1 นอริช ซิตี
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 1 ก.ย. 55 | ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ 1 - 1 นอริช ซิตี
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 1 ก.ย. 55 | ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ 1 - 1 นอริช ซิตี
"ไก่เดือยทอง" "ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ที่เหลือ 10 คน พลาดการเก็บ 3 แต้มแรกในฤดูกาลนี้อีกครั้ง หลังถูก นอริช ซิตี เร่งเครื่องไล่ตามตีเสมอ 1-1 ในช่วงท้ายเกม บุกมาแบ่งแต้มกลับไปได้สำเร็จ ในศึกพรีเมียร์ ลีก อังกฤษเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 1 ก.ย. 55
ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ 1 - 1 นอริช ซิตี

ศึกพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 1 ก.ย. ที่ผ่านมา สเปอร์ เปิดบ้านต้อนรับ นอริช ซิตี อังเดร บียาส-โบอาส กุนซือ "ไก่เดือยทอง" เกมนี้ยังไม่ใช้ทั้ง คลินท์ เดมพ์ซีย์ และ ฮูโก ยอริส แข้งใหม่ของทีม โดยมี เจอร์เมน เดโฟ เป็นหอกเป้า และใช้ แกเร็ธ เบล กับ อาร์รอน เลนนอน ทำเกม 2 ฝั่ง ขณะที่ "เจ้านกขมิ้น" ใช้บริการ แกรนท์ โฮลท์ กองหน้าตัวเก่งเป็นตัวความหวังในการทำประตู

เริ่มเกมมา 8 นาที สเปอร์ส เกือบเสียประตูก่อนจากลูกฟรีคิก โรเบิร์ต สน๊อดกราสส์ โยนฟรีคิกเข้าหัว รัสเซล มาร์ติน แต่ แบรนด์ ฟรีเดล ยังไม่พลาดบินไปทิ้งไปหวุดหวิด ลูกทีมของ "เอวีบี" ยังตั้งเกมตามถนัดของตัวเองไม่ได้ กลับเป็น "เจ้านกขมิ้น" ที่ทำเกมได้น้ำได้เนื้อกว่าทำให้เริ่มมีเสียงโห่จากแฟน สเปอร์ส เล็กน้อย นาที 25 กองหลังเจ้าถิ่นโหม่งสักดไม่ดีเข้าทาง แบรดลีย์ จอห์นสัน วิ่งเข้ามาซัด บอลเหินคานไปนิดเดียว

ผ่าน 30 นาทีเจ้าถิ่นเริ่มบุกได้มากขึ้นแต่ยังหาจังหวะเข้าไปลุ้นประตูในกรอบโทษได้ ต้องอาศัยการยิงไกลจากนอกกรอบ ทว่ายังคลำเป้าไม่เจอ ช่วงท้ายครึ่งแรก ฟรีเดล ช่วยไม่ให้ "ไก่เดือบทอง" เสียประตูอีกครั้งเมื่อบินเซฟลูกโขกจ่อๆ ของ สน๊อดกราสส์ ได้อย่างเหลือเชื่อ พร้อมจบครึ่งแรกด้วยเสียโห่ไล่หลังจากแฟนๆ เจ้าถิ่น

กลับมาเล่นในครึ่งหลัง โบอาส แก้เกมเร็วโดยส่ง มุสซา เดมเบเล ลงมาเสริมในเกมรุกแทน ซานโดร แต่เล่นไปได้ 5 นาที กลายเป็น นอริช มาลุ้นก่อน สน๊อดกราสส์ โยนจากกราบขวามาตกที่หัวของ แกรนท์ โฮลท์ โขกเน้นๆ บอลข้ามคานไม่ไกล จากนั้นเกมยังไม่ดีขึ้นดั่งใจ ต้องเอา กิลฟี ซิกูร์ดสัน ออกมานั่งพักข้างสนามและใช้ เอมานูเอล อเดบายอ ลงสนามมาป่วนแทน

กระทั่งนาที 68 เดมเบเล ประเดิมประตูแรกให้สังกัดใหม่จนได้ จากจังหวะได้บอลหน้าเขตโทษโยกหลอก โจนาธาน ฮอร์สัน ก่อนสับไกด้วยซ้ายบอลพุ่งเสียบเสาสองอย่างสวยงามขยับสกอร์นำ 1-0 เกมของเจ้าบ้านดีขึ้นทันตาเห็นและสร้างโอกาสเข้าทำได้อย่างต่อเนื่องแต่ก็ยังไม่ได้ผ่านมือ จอห์น รัดดี

เกมทำท่าจะจบลงด้วยชัยชนะของ "ไก่เดือยทอง" ทว่าก่อนหมดเวลา 5 นาที สน๊อดกราสส์ เอียงตัววอลเลย์ด้วยซ้ายบอลเลี้ยวหนีมือ ฟรีเดล เข้าไปทางเสาสองอย่างสวยงามไล่มาเป็น 1-1 ช่วงที่เหลือ เจ้าถิ่นพยายามบุกหนักหวังทำประตูชัย แต่ ทอม ฮัดเดิลสตัน มาถูกไล่ออกจากการเข้าบอลหนัก จบเกมทำประตูเพิ่มไม่ได้เสมอคารัง แบ่งกันไปทีมละแต้ม ต้องรอชัยชนะนัดแรกในฤดูกาลต่อไป

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ : แบรด ฟรีเดล, วิลเลียมส์ กัลลาส, แยน เฟอร์ตองเกน, เบอร์นัว อัซซู-เอก็อตโต, ไคล์ วอลเกอร์, อาร์รอน เลนนอน, แกเร็ธ เบล, เจค ลิเวอร์มอร์, กิลฟี ซิกูร์ดสัน, ซานโดร, เจอร์เมน เดโฟ
นอริช ซิตี : จอห์น รัดดี, ฆาร์เวีย การ์ริโด, ลีออน บาร์เน็ต, เซบาสเตียน บาสซง, รัสเซล มาร์ติน, โรเบิร์ต สน๊อดกราสส์, แอนโธนีย์ พิลคิงตัน, โจนาธาน ฮอร์สัน, แบรดลีย์ จอห์นสัน, ซิโมน แจ็คสัน, แกรนท์ โฮลท์

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ประจำวันเสาร์ที่ 1 กันยายน 2555

เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 3 - 0 ฟูแล่ม
เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 3 - 0 ฟูแล่ม
1 - 0 เควิน โนแลน น.1
2 - 0 วินสตัน รีด น.29
3 - 0 แมทธิว เทย์เลย์ น.41]
สวอนซี ซิตี้ 2 - 2 ซันเดอร์แลนด์
สวอนซี ซิตี้ 2 - 2 ซันเดอร์แลนด์
0 - 1 สตีเฟ่น เฟล็ทเชอร์ น.40
1 - 1 เวนย์ เราท์เลดจ์ต น.45
1 - 2 สตีเฟ่น เฟล็ทเชอร์ น.45
2 - 2 มิชู น.66

สเปอร์ส 1 - 1 นอริช ซิตี้
สเปอร์ส 1 - 1 นอริช ซิตี้
1 - 0 มุสซา เดมเบเล น.68
1 - 1 โรเบิร์ต สน็อดกราสส์ น.85
เวสต์บรอมวิช 2 - 0 เอฟเวอร์ตัน
เวสต์บรอมวิช 2 - 0 เอฟเวอร์ตัน
1 - 0 เชน ลอง น. 65
2 - 0 แกรี แม็คอัลลีย์ น.82
วีแกน แอธเลติก 2 - 2 สโต๊ค ซิตี้
วีแกน แอธเลติก 2 - 2 สโต๊ค ซิตี้
1 - 0 ชอน มาโลนีย์ น.5 (จุดโทษ)
1 - 1 โจนาธาน วอลเตอร์ น.40 (จุดโทษ)
2 - 1 ฟรังโก ดิ ซานโต น.48
2 - 2 ปีเตอร์ เคราช์ น.77
Read More

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 26 ส.ค. 55 | สโต๊ค ซิตี 0 - 0 อาร์เซนอล

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 26 ส.ค. 55 | สโต๊ค ซิตี 0 - 0 อาร์เซนอล
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 26 ส.ค. 55 | สโต๊ค ซิตี 0 - 0 อาร์เซนอล
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 26 ส.ค. 55 | สโต๊ค ซิตี 0 - 0 อาร์เซนอล
"ปืนโต" อาร์เซนอล ยังควานหาชัยชนะนัดแรกไม่เจอ หลังเก็บผลเสมอเป็นเกมที่สองติดต่อกันด้วยการบุกไปเจ๊า "ช่างปั้นหม้อ" สโต๊ค ซิตี 0-0 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อช่วงค่ำวันอาทิตย์ที่ 26 ส.ค. ที่ผ่านมา
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 26 ส.ค. 55 | สโต๊ค ซิตี 0 - 0 อาร์เซนอล
เกมคู่แรกของวันที่สนามบริแทนเนีย สเตเดียม สโต๊ค ซิตี อันดับ 11 ของตาราง เปิดบ้านต้อนรับ อาร์เซนอล อันดับ 13 เกมนี้ฝั่งเจ้าบ้านส่งชุดใหญ่ลงสนามมี โจนาธาน วอลเตอร์ส, ปีเตอร์ เคราช์ และ เจอร์เมน เพนแนนท์ สามประสานล่าตาข่าย ส่วนทีมเยือนไม่มี วอจเซียค เชสนีย์ เฝ้าเสาเพราะบาดเจ็บต้องส่ง วีโต มานโนเน มือ 3 ลงเล่นแทน ส่วนตัวรุกมาครบทั้ง โอลิวิเยร์ ชิรูด์, ลูคัส โพดอลสกี, ซานติ กาซอร์ลา และ มิเกล อาร์เตตา

เริ่มต้นมา6 นาที สโต๊ค เกือบได้เฮก่อน เคราช์ ตวัดบอลไปข้างหน้าให้ วอลเตอร์ส ยิงเข้าไปตุงตาข่าย แต่ผู้ตัดสินเป่าเป็นลูกล้ำหน้าไปก่อน คล้อยหลังมา 2 นาที อาร์เซนอล เกือบได้เหมือนกัน วิลกินสัน ลื่นหน้าเขตโทษบอลหลุดไปข้างหน้า โพดอลสกี วิ่งมาซัดมุมแคบ แต่วิลกินสัน แก้ตัวกระโดดเอาตัวบล็อคได้ทัน

นาที 15 อาร์เซนอล ได้ฟรีคิกระยะ 23 หลากลางประตู ฮูธ สกัด โพดอลสกี ล้มกองโดนใบเหลืองคนแรก ทว่า กาซอร์ลา ยิงทีแรกติดกำแพง วิ่งซ้ำดาบสองด้วยซ้าย แต่บอลพุ่งเรียดออกเสาไกลไป ต่อมานาที 20 ทีมเยือนมาอีกรอบ กิบบส์ ตักบอลบริเวณสุดเส้นหลังให้เพื่อนโหม่งแต่บอลย้อนหลังไปหมด

สโต๊ค ไม่อยู่นิ่งให้โดนเล่นงานฝั่งเดียว นาที 28 ไคท์ลีย์ เลี้ยงขึ้นมาหน้าประตูก่อนสับไกยิงทันที แต่บอลพุ่งไปตรงตัวของ มานโนเน ถัดมานาที 34 ปืนโต เอาคืนแบบเดียวกัน กาซอร์ลา แตะบอลขึ้นมาหน้าประตูก่อนตัดสินใจยิงไกลบอลเลี้ยวไปทางสามเหลี่ยมบน แต่ เบโกวิช ไม่เผลอเซฟช่วยทีมไว้ได้

ก่อนหมดเวลา ทีมเยือนมาได้ลูกเตะมุม กาซอร์ลา เปิดเข้ามาจากขวาให้ ชิรูด์ โหม่งแต่ไม่โดน แนวรับ สโต๊ค เคลียร์ทิ้งออกไปได้ และผู้ตัดสินเป่าจบครึ่งเวลาแรก สโต๊ค ซิตี เสมอ อาร์เซนอล อยู่ 0-0

ครึ่งหลังทั้งสองทีมยังไม่เปิดเกมบุกใส่กันมากนัก นาที 57 เจ้าถิ่นเกือบเฮ เพนแนนท์ โดน กิบบส์ เกี่ยวล้มในเขตโทษ แต่ผู้ตัดสินทำเฉยปล่อยให้เล่นต่อเล่นเอา เพนแนนท์ ถึงกับหัวเสีย นาที 61 อาร์เซนอล เล่นงานด้วยลูกเตะมุม กาซอร์ลา เจ้าเก่าเปิดเข้ามาจากขวา แฟร์มาเลน วิ่งมาโขกแต่ไม่ทัน โดน เคราช์ โหม่งเคลียร์ได้ก่อน

นาที 62 วิลกินสัน เข้าเสียบหนักใส่ แฟร์มาเลน ล้มกลิ้งคาสนาม ผู้ตัดสินไม่รีรอชักใบเหลืองให้เป็นรางวัลแถมเสียลูกฟรีคิกอีก อาร์เตตา มองหาช่องว่างระหว่างกำแพงยิงเข้าไปแต่ยังติดกำแพงมนุษย์ จากนั้นนาที 68 สโต๊ค เกือบพังประตูแรก เฌอโรม เปิดยาวมาทางซ้ายให้ เคราช์ วิ่งมายิงสุดขาซ้าย แต่บอลพุ่งเข้าข้างตาข่าย

อาร์แซน เวนเกอร์ เริ่มแก้เกมของทีมเยือนนาที 71 ส่ง ธีโอ วัลคอล์ต และ อเล็กซ์ ออกซ์เล็ดจ์ แชมเบอร์เลน ปีกขวา-ซ้าย ลงสนามมาแทน แชร์วินโญ และ โพดอลสกี ที่ไม่เด่นนักในช่วงครึ่งหลัง ต่อมานาที 84 แรมซีย์ ตัวสำรองที่ถูกส่งลงมาแทน กาซอร์ลา โดนไคท์ลีย์ ฉกจากเท้าก่อนแทงให้ วอลเตอร์ส ยิงแต่บอลเบาไปเข้ามือ มานโนเน

นาที 87 แรมซีย์ พยายามแก้ตัวด้วยลูกยิงไกลแต่ไม่เข้าเป้า ส่วนท้ายเกม อาร์เซนอล ลุ้นเฮือกสุดท้าย ชิรูด์ มองเห็น เบโกวิช อยู่ห่างประตู ตัดสินส่องไกลทันทีแต่บอลเหินข้ามคานไปนิดเดียว จบเกม สโต๊ค ซิตี ยันเสมอ อาร์เซนอล 0-0 ส่งให้ทั้งคู่เก็บไปเพียง 1 แต้ม เป็นเกมที่สองติดต่อกัน

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
สโต๊ค ซิตี : แอสเมีย เบโกวิช, ไรอัน ชอว์ครอส, โรเบิร์ต ฮูธ, มาร์ค วิลสัน, แอนดี วิลกินสัน, เกล็น วีแลน, เจฟฟ์ คาเมรอน, มิเชล ไคท์ลีย์, เจอร์เมน เพนแนนท์, ปีเตอร์ เคราช์, โจนาธาน วอลเตอร์ส
อาร์เซนอล : วีโต มานโนเน, โธมัส แฟร์มาเลน, แพร์ มาเตซัคเกอร์, คีแรน กิบบ์ส, คาร์ล เจนกินสัน, อบู ดิยาบี, มิเกล อาร์เตตา, ลูคัส โพดอลสกี, แชร์วินโญ, โอลิวิเยร์ ชิรูด์, ซานติ กาซอร์ลา
Read More

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 18 ส.ค. 55 | เรดดิง 1 - 1 สโต๊ค ซิตี

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 18 ส.ค. 55 | เรดดิง 1 - 1 สโต๊ค ซิตี
คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 18 ส.ค. 55 | เรดดิง 1 - 1 สโต๊ค ซิตี
คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 18 ส.ค. 55 | เรดดิง 1 - 1 สโต๊ค ซิตี
คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 18 ส.ค. 55 | เรดดิง 1 - 1 สโต๊ค ซิตี
ประตู
0 - 1 มาร์ติน ไคท์ลีย์ น.34
1 - 1 อดัม เลอ ฟองเดอร์ น.90
Read More

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 18 ส.ค. 55 | เวสบรอมวิช อัลเบียนส์ 3 - 0 ลิเวอร์พูล

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 18 ส.ค. 55 | เวสบรอมวิช อัลเบียนส์ 3 - 0 ลิเวอร์พูล
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 18 ส.ค. 55 | เวสบรอมวิช อัลเบียนส์ 3 - 0 ลิเวอร์พูล
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 18 ส.ค. 55 | เวสบรอมวิช อัลเบียนส์ 3 - 0 ลิเวอร์พูล
"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ประเดิมสนามเกมพรีเมียร์ ลีก ฤดูกาล 2012-13 ด้วยการบุกไปพ่าย เวสบรอมวิช อัลเบียนส์ 0-3 โดยต้องเหลือ 10 คนและเสียถึง 2 จุดโทษ ในเกมวันเสาร์ที่ผ่านมา ขณะที่ อาร์เซนอล เปิดบ้านทำได้แค่เสมอ ซันเดอร์แลนด์ 0-0 แบ่งกันไปทีมละแต้ม

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 18 ส.ค. 55 | เวสบรอมวิช อัลเบียนส์ 3 - 0 ลิเวอร์พูล

เกมเปิดสนามพรีเมียร์ ลีก ฤดูกาล 2012-13 ลิเวอร์พูล ภายใต้การนำของ แบรนเดน ร็อดเจอร์ส ยกพลไปเยือน เวสบรอมวิช อัลเบียนส์ ที่สนาม เดอะฮอว์ธอร์น สเตเดียม นำทัพโดย สตีเวน เจอร์ราร์ด กัปตันทีมคุมเกมตรงกลางร่วมกับ โจ อัลเลน ห้องเครื่องตัวใหม่ และใช้ หลุยส์ ซัวเรซ ล่าตาข่ายร่วมกลับ ฟาบิโอ บอรีนี ขณะที่เจ้าถิ่นวาง เชน ลอง เป็นความหวังในแนวรุก

"หงส์แดง" เปิดเกมรุกใส่ตั้งแต่ช่วงต้นเกม โดยอาศัยการต่อบอลตามช่องเข้าไปลุ้นประตูได้หลายครั้ง นาทีที่ 7 ซัวเรซ หลุดขึ้นมาล็อกหนี มาร์ติน โอลเซน ก่อนวางเท้ายิงด้วยขวาเต็มๆ บอลพุ่งน่ากลัวแต่ เบน ฟอสเตอร์ ยังยืนตำแหน่งดีทุบทิ้งออกไปได้ และเกือบออกนำก่อนในนาที 15 เกล็น จอห์นสัน เติมขึ้นสูงไหลให้ ซัวเรซ เจ้าเก่าตะบันด้วยขวาอีกหนบอลไม่ห่างตัวนายประตูเจ้าถิ่นมาก

ดำเนินผ่าน 25 นาที ลิเวอร์พูล สร้างเกมบุกได้วูบวาบกว่าชัดเจน แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่ลงล็อก ขณะที่ "เดอะแบ๊กกี" ตั้งทำได้เพียงตั้งรับอยู่ในแดนตัวเองและอาศัยจังหวะสวนกลับ จนมีลุ้นครั้งแรกจากฟรีคิก หลัง "หงส์แดง" เคลียกันไม่ขาดบอลมาตกที่ เชน ลอง เปิดกลับมาให้ โอลเซน โขกบอลลอยข้ามคานออกไป

นาที 29 จอห์นสัน เติมสุดเส้นหลังก่อนตักเข้ามาให้ดาวยิงอุรุกวัยโหม่งโล่งๆ ที่กรอบ 6 หลาแต่กดไม่ลง บอลเหินคานไปไม่ถึงคืบ เข้าสู่ช่วงท้ายครึ่งแรกเกมกลับมาสูสีกัน แต่เป็นแฟนเจ้าถิ่นที่ได้เฮก่อนจากลูกเตะมุม มาร์ติน สเคอร์เทล โขกทิ้งเข้าทาง โซลตัน เกรา แต่งบอลก่อนตะบันเต็มข้อบอลมุดใต้คานตุงตาข่ายสุดสวย จบ 45 นาที "หงส์แดง" ตามหลัง 0-1 ทั้งที่รูปเกมเหนือกว่า

กลับมาเล่นครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล มีลุ้นตามตีเสมอจากฟรีคิกหน้าเขตโทษ ซัวเรซ รับหน้าที่สังหารแต่บอลลอยข้ามคานออกไปไม่ไกล "หงส์แดง" ที่บุกอยู่เพลินๆ นาที 57 ต้องสถานการณ์แย่ลงไปอีกจากจังหวะถูกสวนกลับเร็ว แดเนียล แอ็กเกอร์ ผลัก ลอง ล้มลงในเขตโทษกรรมการควักใบแเดงไล่ออกทันที โชคยังดีที่ เชน ลอง ยิงไม่ดีพอ เปเป เรนา ล้มไปรับได้สบายไม่เสียประตูเพิ่ม

แต่แล้วไม่ถึง 3 นาที ลอง มาทำแสบอีกครั้งฉกบอลไปจาก สเคอร์เทล ง่ายๆ ก่อนถูกขัดขาล้มลง ฟิล ดาวน์ เป่าให่เป็นจุดโทษกับเจ้าถิ่นอีกตามเคย และเป็น ปีเตอร์ โอเดมวิงกี ซัดเข้ามุมไปไม่มีเหลือหนีห่างเป็น 2-0 สำเร็จ ลูกทีมของ ร็อดเจอร์ส ไม่มีทางเลือกต้องเปิดเกมรุกมาขึ้นส่ง โจ โคล ลงมาเพิ่มในแนวรุก แต่ก็เกือบเสียประตูจากจังหวะสวนกลับ โรเมลู ลูคาคู จ่ายให้ มอริสัน ยิงเน้นๆ แต่ข้ามคานเหลือเชื่อ

นาที 76 งานของ ลิเวอร์พูล ลำบากขึ้นไปอีก ริดจ์เวลล์ บรรจงหยอดจากซ้ายไปที่เสาสอง ให้ ลูคาคู โหม่งเต็มหัวเข้าไปง่ายๆ หนีห่างไปเป็น 3-0 จากนั้น ซัวเรซ ทิ้งโอกาสไล่ตีไข่แตกไปอีกหน บอรินี เปิดเข้ามาให้โขกโล่งๆ บอลพุ่งถากเสาออกไปแบบไร้โชค ช่วงที่เหลือ เจ้าถิ่นครองเกมไว้ได้ทั้งหมดและมีลุ้นอีกหลายครั้งแต่ เปเป เรนา ยังช่วยเซฟเอาไว้ได้ทั้งหมด จบเกม เวสบรอมวิช ถล่มไป 3-0

ขณะที่ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ที่ลงเตะในเวลาเดียวกัน เปิดรัง เอมิเรตส์ สเตเดียม โดยมี ลูคัส โพดอลสกี หัวหอกป้ายแดงลงเป็นซูเปอร์สตาร์ในเกมรุกรอต้อนรับ "แมวดำ" ซันเดอร์แลนด์ เป็นการเริ่มต้นยุคใหม่ซึ่งไร้โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ได้ไม่สวยสักเท่าไหร่ เพราะแม้ว่าอาร์เซนอลจะครองบอลได้ตามสไตล์ แต่ทำอะไรแนวรับซันเดอร์แลนด์ไม่ได้ แถมชิรูด์ยังพลาดสุดๆกับจังหวะหลุดเดี่ยวไปยิงเบิร์ดออกซะไกลในช่วงท้ายเกม เลยได้แค่เสมอกันไปแบบจืดๆ 0-0 ต้องแบ่งกันไปทีมละแต้ม

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
เวสบรอมวิช อัลเบียนส์ : เบน ฟอสเตอร์, มาร์ติน โอลเซน, แกเรธ แม็คออลลีย์, เลียม ริดจ์เวลล์, สตีเฟน รีด, ยูซุฟ มูลอมบู, เคลาดิโอ ยาคอบ, เจมส์ มอริสัน, ปีเตอร์ โอเดมวิงกี, โซลตัน เกรา, เชน ลอง
ลิเวอร์พูล : เปเป เรนา, แดเนียล แอ็กเกอร์, เกล็น จอห์นสัน, มาร์ติน สเคอร์เทล, สตีเฟน เคลลี, สตีเวน เจอร์ราร์ด, ลูคัส เลวา, สจ๊วร์ต ดาวนิง, โจ อัลเลน, หลุยส์ ซัวเรซ, ฟาบิโอ บอรีนี

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก ประจำวันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม 2555

อาร์เซน่อล 0 - 0 ซันเดอร์แลนด์
อาร์เซน่อล 0 - 0 ซันเดอร์แลนด์

ฟูแล่ม 5 - 0 นอริช ซิตี้
ฟูแล่ม 5 - 0 นอริช ซิตี้
1 - 0 เดเมียน ดัฟฟ์ น.27
2 - 0 มลาเดน เปตริช น.42
3 - 0 มลาเดน เปตริช น.54
4 - 0 อเล็กซานเดอร์ คาคานิคลิช น.66
5 - 0 สตีฟ ซิดเวลล์ น.87

ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส 0 - 5 สวอนซี
ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส 0 - 5 สวอนซี
0 - 1 มิชชู น.8
0 - 2 มิชชู น.53
0 - 3 เนธาน ดายเยอร์ น.63
0 - 4 เนธาน ดายเยอร์ น.71
0 - 5 สกอตต์ ซินแคลร์ น. 81

เรดดิง 1 - 1 สโต๊ค ซิตี
เรดดิง 1 - 1 สโต๊ค ซิตี
0 - 1 มาร์ติน ไคท์ลีย์ น.34
1 - 1 อดัม เลอ ฟองเดอร์ น.90

เวสต์บรอมวิช 3 - 0 ลิเวอร์พูล
เวสต์บรอมวิช 3 - 0 ลิเวอร์พูล
1 - 0 โซลตัน เกรา น.43
2 - 0 ปีเตอร์ โอเดมวิงกี น. 64
3 - 0 โรเมลู ลูคาคู น. 77

เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1 - 0 แอสตัน วิลลา
เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1 - 0 แอสตัน วิลลา
1 - 0 เควิน โนแลน น.40

นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 2 - 1 สเปอร์ส
นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 2 - 1 สเปอร์ส
1 - 0 Demba Ba 55'
1 - 1 Defoe 76'
2 - 1 Ben Arfa (PG) 80'
Read More

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 14 ม.ค. 55 | ลิเวอร์พูล 0 - 0 สโตค ซิตี้

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 14 ม.ค. 55 | ลิเวอร์พูล 0 - 0 สโตค ซิตี้

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 14 ม.ค. 55 | ลิเวอร์พูล 0 - 0 สโตค ซิตี้
ทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ไม่มีน้ำยาตามเคยกับการเล่นในแอนฟิลด์ เมื่อโดน “ช่างปั้นหม้อ” สโต๊ค ซิตี้ บุกมายันเสมอได้อย่างไม่ยากเย็น 0-0 เก็บแต้มกลับบ้านสบายใจ

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก (14 ม.ค.55)

ลิเวอร์พูล 0 - 0 สโต๊ค
สนาม : แอนฟิลด์
ประตู : -


“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ลงสนามในแอนฟิลด์หลังจากที่เพิ่งทำผลงานเยี่ยมบุกไปชนะแมนฯ ซิตี้ ในคาร์ลิ่ง คัพ รอบรองชนะเลิศนัดแรก โดยเกมนี้มีการเปลี่ยนแปลงแผนการเล่นใช้ระบบ 4-5-1 ทิ้งเดิร์ค เคาท์ ไว้แค่คนเดียวในเกมรุก ขณะที่เกมรับเจมี่ คาร์ราเกอร์ ลงสนามแทนดาเนี่ยล แอกเกอร์ ที่ได้รับบาดเจ็บ

เกมนี้ลิเวอร์พูล ดูมีปัญหาไม่น้อยในการจะหาทางเจาะแนวรับของ สโต๊ค ที่ตั้งโซนกันได้อย่างเหนียวแน่น โดยโอกาสใกล้เคียงพอจะได้ลุ้นมีจังหวะลูกเตะมุมที่ชุลมุนชุลเกอยู่ในกรอบเขตโทษก่อนไปถึง ชาร์ลี อดัม ที่เสาไกลโดนต้นขาแต่โดนสกัดทิ้งได้ทันโดยนอกจากนั้นต้องบอกว่าหาจังหวะลุ้นทำประตูกันได้ยากและน้อยมากทำให้จบครึ่งแรกสกอร์ยังนิ่งที่ 0-0

ครึ่งหลังกลับมาสู้กันใหม่ทรงบอลก็เหมือนเดิมคือเจ้าบ้านเป็นฝ่ายครองเกมมากกว่าแต่หาจังหวะลุ้นจะแจ้งแทบไม่ได้จริงๆ แม้จะมีการเปลี่ยนเอา แอนดี้ แคร์โรลล์ ลงสนามมาเสริมแนวรุกก็ตาม

โอกาสที่น่าจะได้มากที่สุดมาในนาทีที่ 77 จากจังหวะที่ อดัม แทงทะลุช่องให้ เอ็นริเก้ หลุดไปทางซ้ายก่อนเปิดเข้ากลางมา บอลแฉลบโจนาธาน วู้ดเกตก่อนที่จะถึง เคาท์ ได้ขึ้นโขกบอลจากระยะ 8 หลาแต่กดไม่ลงบอลข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดายสุดๆ

เคาท์ ยังมีโอกาสอีกครั้งในอีก 5 นาทีต่อมาจากจังหวะที่ เบลลามี่ เปิดมาให้ที่เสาไกลก่อนจะขึ้นโขกแต่ว่าไปเข้าหน้าต่างแทนเข้าประตู ต่อด้วยจังหวะที่ แคร์โรลล์ หลุดไปเปิดด้วยขวามาให้ เบลลามี่ โขกที่เสาไกลแต่โดนสกัดได้ก่อน

จังหวะต่อเนื่องกัน เบลลามี่ เปิดลูกเตะมุมมาให้ สเคอร์เทล โขกลงพื้นแต่บอลกระเด้งข้ามคานออกไปอีก ก่อนที่เจ้าบ้านจะพยายามบุกหนักแต่สุดท้ายก็เหมือนเดิมคือทำอะไรไม่ได้ จบเกมด้วยการเสมอ 0-0 และเป็นการเสมอในแอนฟิลด์เป็นเกมที่ 8 ของฤดูกาลแล้ว

รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม

ลิเวอร์พูล : โฆเซ่ เรน่า,เกล็น จอห์นสัน,เซบาสเตียน โคอาเตส,มาร์ติน สเคอร์เทล,โฆเซ่ เอ็นริเก้,เจมี่ คาร์ราเกอร์,ชาร์ลี อดัม ,จอร์แดน เฮนเดอร์สัน(เบลลามี่ น.74),สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด,สจ๊วต ดาวนิ่ง(แคร์โรลล์ น.58),เดิร์ก เคาท์

สโตค ซิตี้ : โธมัส โซเรนเซ่น,โจนาธาน วู้ดเกท(วิลกินสัน น.78),ไรอัน ชอร์ครอสส์,โรเบิร์ธ ฮูธ,มาร์ค วิลสัน,รอรี่ ดีแลป,เกล็น วีแลน,วิลสัน ปาลาซิออส(ไวท์เฮด น.62),แมทธิว เอเธอริงตัน(ฟูเลอร์ น.87),โจนาธาน วอลเตอร์ส,ปีเตอร์ เคราช์

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ชิป อังกฤษ ประจำวันที่ 14 ม.ค.2555

แอสตัน วิลลา เสมอ เอฟเวอร์ตัน 1-1
1-0 : ดาร์เรน เบนท์ น.56
1-1 : วิคเตอร์ อนิเชเบ น.69

แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ชนะ ฟูแลม 3-1
1-0 : มอร์เทน กัมส์ท พีเดอร์เซน น.45+4
2-0 : เดวิด ดันน์ น.45
2-1 : ดาเมียน ดัฟฟ์ น.56
3-1 : เมาโร ฟอร์มิกา น.78

เชลซี ชนะ ซันเดอร์แลนด์ 1-0
1-0 : แฟรงค์ แลมพาร์ด น.13

ลิเวอร์พูล เสมอ สโต๊ค ซิตี 0-0

แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ โบลตัน 3-0
1-0 : พอล สโคลส์ น.45+1
2-0 : แดนนี เวลเบ็ก น.74
3-0 : ไมเคิล คาร์ริก น.83

ทอตแนม ฮอตสเปอร์ เสมอ วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-1
0-1 : สตีเวน เฟลทเชอร์ น.21
1-1 : ลูกา โมดริช น.51

เวสต์บรอมวิช แพ้ นอริช ซิตี 1-2
0-1 : แอนดรูว์ ซูร์แมน น.42
1-1 : เชน ลอง ลูกจุดโทษ น.68
1-2 : สตีฟ มอริสัน น.78
Read More

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

อย่าลืมกด Like ให้ด้วยนะครับ

Blog Archive

7m, ผลบอลพรีเมียร์, วิเคราะห์บอลพรีเมียร์, ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์, ตารางคะแนนบอลพรีเมียร์, โปรแกรมฟุตบอลพรีเมียร์, โปรแกรมถ่ายทอดสดบอลพรีเมียร์, ตารางบอล, คลิปฟุตบอล, คลิปไฮไลท์, คลิปไฮไลท์บอลพรีเมียร์, สยามกีฬา, บ้านผลบอล, เซียนสเต็ป, ล้มโต๊ะ, Goal, ดูบอลพรีเมียร์ออนไลน์, ผลบอลสด, ฟุตบอล, ผลบอลวันนี้, บอลวันนี้, ผลบอลเมื่อคืน, ผลฟุตบอล, ฟุตบอลวันนี้, โปรแกรมฟุตบอล, บอล, ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก, ตารางบอล, ข่าวฟุตบอล, คลิบฟุตบอล, เกมส์ุฟุตบอล, ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก, ผลฟุตบอลสด, football, soccer

ข่าวสโมสรพรีเมียร์ลีกอังกฤษทั้งหมด

Man Utd (151) Liverpool (148) Chelsea (62) Tottenham (61) Arsenal (60) Man City (51) Aston Villa (45) Newcastle (45) Stoke (42) Fulham (40) Sunderland (35) Everton (33) West Brom (31) Wigan (29) Swansea (25) Bolton (24) Blackburn (23) Norwich (22) QPR (22) West Ham (18) Birmingham (10) Blackpool (10) Reading (10) Southampton (10) Cardiff City (3) Crystal Palace (2) Hull City (2)